โทษของการดื่มน้ำกระเจี๊ยบบ่อยๆ ดื่มอย่างไรให้ปลอดภัยต่อสุขภาพ

โทษของการดื่มน้ำกระเจี๊ยบบ่อยๆ ดื่มอย่างไรให้ปลอดภัยต่อสุขภาพ

โทษของการดื่มน้ำกระเจี๊ยบบ่อยๆ ดื่มอย่างไรให้ปลอดภัยต่อสุขภาพ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

น้ำกระเจี๊ยบถือเป็นเครื่องดื่มสมุนไพรที่คนไทยนิยมเพราะรสเปรี้ยวสดชื่นและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่การดื่มบ่อยๆ หรือดื่มในปริมาณมาก อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกัน มาดูข้อควรระวังจากการดื่มน้ำกระเจี๊ยบ และควรดื่มแบบไหนให้ปลอดภัย

น้ำกระเจี๊ยบ คืออะไร

น้ำกระเจี๊ยบทำมาจากดอกกระเจี๊ยบแห้ง ต้มกับน้ำสะอาด มักดื่มเพื่อความสดชื่นและบำรุงสุขภาพ เนื่องจากดอกกระเจี๊ยบอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินซี และกรดอินทรีย์ที่มีส่วนช่วยลดความดันโลหิตและลดคอเลสเตอรอลในร่างกาย

ดื่มน้ำกระเจี๊ยบบ่อยๆ อาจให้โทษ

  • เสี่ยงต่อภาวะเลือดจาง : ในน้ำกระเจี๊ยบมีกรดออกซาลิก ซึ่งหากดื่มมากเกินไป อาจไปยับยั้งการดูดซึมธาตุเหล็ก ส่งผลให้ร่างกายขาดธาตุเหล็กและเสี่ยงต่อภาวะเลือดจาง
  • เพิ่มความเสี่ยงต่อไตวาย : การดื่มน้ำกระเจี๊ยบปริมาณมากและบ่อยเกินไป อาจทำให้ร่างกายสะสมกรดออกซาลิกมากเกิน จนไปจับตัวกับแคลเซียมในร่างกาย กลายเป็นนิ่วในไต หรือเพิ่มภาระการทำงานของไต นานวันอาจเพิ่มความเสี่ยงไตวายได้
  • อาจทำให้ร่างกายเย็นเกินไปดอกกระเจี๊ยบมีฤทธิ์เย็น : โทษของการดื่มน้ำกระเจี๊ยบมากเกินไป โดยเฉพาะในรูปแบบเย็นหรือใส่น้ำแข็ง อาจทำให้ร่างกายรู้สึกหนาวง่าย เหน็บชาง่าย หรือมือเท้าเย็น อุณหภูมิภายในร่างกายต่ำลง ซึ่งอาจส่งผลต่อระบบย่อยอาหาร ทำให้ย่อยอาหารไม่ดี ท้องอืด ท้องเสีย หรือรู้สึกอ่อนเพลียได้

ควรดื่มน้ำกระเจี๊ยบอย่างไรให้ปลอดภัย

  • ดื่มน้ำกระเจี๊ยบแบบร้อนดีกว่าแบบเย็น : เพราะการดื่มแบบร้อนจะช่วยกระตุ้นการย่อยอาหารและลดการสะสมของกรดออกซาลิกในร่างกาย
  • ไม่ควรดื่มเกิน 1 แก้วต่อวัน : ควรดื่มในปริมาณพอเหมาะ และไม่ควรดื่มทุกวันต่อเนื่องเป็นเวลานาน
  • ผู้ที่เป็นโรคไตควรหลีกเลี่ยง : หากมีปัญหาเรื่องไตหรือเสี่ยงโรคไต ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำกระเจี๊ยบ หรือปรึกษาแพทย์ก่อนดื่ม
  • ดื่มสมุนไพรหลากหลาย ไม่พึ่งพาเพียงชนิดเดียว : เพื่อป้องกันการสะสมของสารบางอย่างในร่างกาย ควรสลับกับสมุนไพรชนิดอื่น เช่น ใบเตย ขิง หรือมะตูม

น้ำกระเจี๊ยบเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ แต่ควรดื่มอย่างเหมาะสม ไม่ควรดื่มบ่อยเกินไป หรือในปริมาณมากเกินจำเป็น โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะโลหิตจางหรือปัญหาเกี่ยวกับไต การดื่มน้ำกระเจี๊ยบแบบร้อนจะปลอดภัยและลดผลข้างเคียงได้มากกว่าแบบเย็น หากต้องการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน ควรเลือกดื่มสมุนไพรหลากหลายและดูแลสุขภาพโดยรวมร่วมด้วย

อ่านเพิ่มเติม : 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล