นักโภชนาการไทยเผย 4 ทริคลดน้ำหนัก 3 กิโลใน 1 เดือน ไม่อด ไม่ IF ไม่คีโต กินดึกได้

นักโภชนาการไทยเผย 4 ทริคลดน้ำหนัก 3 กิโลใน 1 เดือน ไม่อด ไม่ IF ไม่คีโต กินดึกได้

นักโภชนาการไทยเผย 4 ทริคลดน้ำหนัก 3 กิโลใน 1 เดือน ไม่อด ไม่ IF ไม่คีโต กินดึกได้
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ปัญหาน้ำหนักตัวเกิน อ้วนลงพุง โรคอ้วน ฯลฯ กลายเป็นความกังวลสำหรับหลายๆคน รวมทั้งที่ผ่านมาพวกเขาก็พยายามใช้วิธีการลดน้ำหนักหลากหลายทั้งอดอาหารออกกำลังกายอย่างหนัก ทานยาลดน้ำหนัก ใช้ผลิตภัณฑ์มากมายที่ไม่ได้มาตรฐานซึ่งอวดอ้างสรรพคุณว่าสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ รวมไปถึงไม่ว่าจะมีแนวทางการลดน้ำหนักใดๆที่ได้รับความสนใจหรือเป็นกระแสในเวลานั้นๆ ก็ทดลองมาหมดแล้วแต่กลับไม่ประสบผลสำเร็จ

รศ.ดร. ปรียา ลีฬหกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนศาสตร์คลินิก  ชะลอวัย และเทโลเมียร์ (Telomere)  ที่ปรึกษางานวิจัยบริษัทเอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน)  อดีตรักษาการหัวหน้ากลุ่มสาขาวิชาโภชนศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ให้สัมภาษณ์กับ Sanook Women เกี่ยวกับวิธีลดน้ำหนักอย่างเห็นผลแบบไม่ขัดกับไลฟ์สไตล์ตัวเอง

4  เทคนิคลดน้ำหนักตัว 3 กิโลกรัม ภายใน 1 เดือน

1.ชั่งน้ำหนักตัวเองทุกเช้าหลังตื่นนอน
2. ลดปริมาณอาหารในแต่ละมื้อลง ค่อยๆลดในสัปดาห์แรกแล้วค่อยๆลดเพิ่มขึ้น
3. ประเมินด้วยการติดตามชั่งน้ำหนักตัวเองทุกเช้าให้ลดได้วันละ 1  ขีด
4. ดื่มน้ำเปล่า 3 ลิตรต่อวัน

1.ชั่งน้ำหนักตัวเอง

การชั่งน้ำหนักตัวเองทุกเช้าเพื่อให้รู้ตัวเลขที่แท้จริงของน้ำหนักตนเองถ้าอยู่ในเกณฑ์ปกติเราก็สามารถรับประทานอาหารในปริมาณเท่าเดิมได้แต่ถ้าเกินเกณฑ์มาตรฐานก็มีความจำเป็นจะต้องลดปริมาณอาหารลง

2. ลดปริมาณอาหารในแต่ละมื้อลง ค่อยๆลดในสัปดาห์แรกแล้วค่อยๆลดเพิ่มขึ้น

ลดปริมาณอาหารที่เคยกินในแต่ละมื้อลง เช่น  มื้อเช้า เคยกิน กาแฟ 1 แก้ว ปาท่องโก๋ 2 ตัว โจ๊ก 1 ชาม ลดเหลือ กาแฟ 1 แก้ว โจ๊ก 1 ชาม มื้อกลางวัน เคยกิน ผัดไทย 1 จาน น้ำแตงโมปั่น 1 แก้ว เปลี่ยนเป็น ก๋วยเตี๋ยวน้ำ 1 ชาม น้ำเปล่า ทำแบบเดียวกันนี้ในทุกมื้ออาหาร

3. ชั่งน้ำหนักทุกเช้าให้ลดได้วันละ 1 ขีด

การชั่งน้ำหนักตัวเองทุกเช้าเปรียบเสมือนการมอนิเตอร์น้ำหนักของตัวเองถ้าชั่งน้ำหนักทุกเช้าให้ลดลงได้ 1 ขีด เวลา 1 เดือนก็จะลดลงได้ 3 กิโลกรัม หลังจากนั้นกระเพาะอาหารจะชินกับปริมาณอาหารที่ลดลง ถ้ารับประทานมากขึ้นจะรู้สึกอึดอัด  แล้วชีวิตก็จะเริ่มมีความสุขชินกับการรับประทานอาหารในปริมาณที่เหมาะสมนี้

4.  ดื่มน้ำเปล่า 3 ลิตรต่อวัน
น้ำเป็นตัวช่วยลดความอยากอาหารได้ สังเกตไหมว่าถ้ากินอะไรที่แห้งๆ คุณจะกินได้มากกว่ากินอาหารที่เป็นน้ำๆ เพราะปริมาตรอาหารที่คุณกินจะมากกว่าอาหารแห้งๆ ทำให้อิ่มได้เร็ว  เมื่อร่างกายคุณขาดน้ำการเผาผลาญสารอาหารต่างๆ จะลดลง  และผิวพรรณไม่สวย

อาจารย์ปรียากล่าวทิ้งท้ายว่า "อาจารย์จะไม่เชียร์ให้ใครต้องไปตามกระแส กินคีโต ทำ IF หรือต่างๆเพราะสิ่งเหล่านี้อาจเป็นเทคนิคที่ได้ผลสำหรับผู้ที่ตั้งใจให้คนน้ำหนักตัวเกินทำเพื่อลดน้ำหนัก สนุกกับการเล่นตามกระแสต่างๆ   แต่ถ้ามันไม่ใช่ตัวเรา ช่วงแรกๆที่เราอยู่ในกรอบมันเราก็ทำได้ แต่ถ้าเราหลุดไปมันก็เผละออกถ้าเราจะลดน้ำหนักให้เราเน้นที่คุมอาหารก่อนเลย 6 เดือนคุมให้อยู่เพื่อให้กระเพาะชินกับปริมาณเท่านี้ กินแล้วอิ่มเป็นหลักน้ำตาลในเลือดคุ้นชินกับระดับน้ำตาลที่ไม่สูงมากเพราะระดับน้ำตาลที่สูงมากๆมันก็จะกระตุ้นให้เรากินเข้าไปเพื่อรักษาระดับน้ำตาลให้สูงตลอด

ปรับมื้ออาหารให้เหมาะกับภารกิจประจำวันของตัวเอง เพื่อสามารถทำได้ตลอดไป ไม่ต้องฝืนบังคับตัวเองมากไป

แม้แต่มื้อดึกก็ทานได้สำหรับบางคนดังนั้นมื้อเย็นก็ไม่ต้องกินเยอะ กินแค่ครึ่งเดียวแล้วเหลือไว้สักครึ่งหนึ่งไว้ทานก่อนนอนสัก 2 ชม. เช่น งานเยอะนอนดึกนอนเที่ยงคืน 4 ทุ่มก็กินเพิ่มได้เพื่อทำงานต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่เบลอจากภาวะน้ำตาลต่ำ ตื่นเช้าก็จะไม่เพลีย  แต่เน้นโปรตีนเป็นหลัก เช่น นมไขมันต่ำ ขนมจีบ ลูกชิ้น  ดีกว่าการมานั่งกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหรือน้ำหวาน

ภาพรวมจะให้ทุกคนทำได้ง่ายๆไม่ต้องตึงเครียด ยึดติดกับกฎเกณฑ์อะไรมากมาย ยืดหยุ่นบ้าง ขอให้ตรงกับจริตของเขาแล้วก็ชั่งน้ำหนักตัวเองทุกเช้าเป็นประเมินตนเองไปตลอดว่าใช่ไหม ได้ผลไหม แค่นี้ก็มีความสุขกับสิ่งที่เขาทำ และได้ผลยั่งยืนตลอดไป  แต่ถ้าต้องใช้ตัวช่วยควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานผ่านการวิจัยในคน ได้ผลชัดเจนทั้งในเชิงประจักษ์และเชิงวิทยาศาสตร์ "

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล