“โยคะหัวเราะ” ผิวสวยสุขภาพดีง่ายๆ ด้วยรอยยิ้ม

“โยคะหัวเราะ” ผิวสวยสุขภาพดีง่ายๆ ด้วยรอยยิ้ม
GED Good Life

สนับสนุนเนื้อหา

ความเครียด เป็นบ่อเกิดแห่งโรคร้าย ทำให้ทั้งเป็นทุกข์ และสุขภาพใจสุขภาพกายอ่อนแอลงได้ ด้วยเหตุนี้ จึงมีการคิดค้นศาสตร์แขนงต่าง ๆ มากมายเพื่อบำบัดความเครียด และเยียวยาจิตใจ หนึ่งในนั้นคือโยคะหัวเราะ ศาสตร์ที่เน้นในเรื่องของการหายใจที่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า ปราณยามะ หรือการหัวเราะอย่างไม่มีเงื่อนไข ที่ผสมผสานการหายใจแบบโยคะเข้าไว้ด้วยกัน

โยคะหัวเราะ ดียังไง? ทำไมแค่หัวเราะก็หายเครียดได้?

ความพิเศษที่สำคัญอย่างหนึ่งของ โยคะหัวเราะ ก็คือ เป็นยารักษาโรคที่ดี มีประสิทธิภาพ และมีราคาถูกที่สุด เนื่องจากระหว่างที่ฝึก ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนที่ช่วยระงับความเจ็บปวดออกมาถึง 3 ชนิด ได้แก่

  • ฮอร์โมนเอ็นโดรฟิน ช่วยลดความเจ็บปวด และรู้สึกผ่อนคลาย
  • ฮอร์โมนโดพามีน ช่วยควบคุมอารมณ์ เพิ่มประสิทธิภาพความจำและการเรียนรู้ กระตุ้นการตื่นตัวของสมอง
  • ฮอร์โมนซีโรโทนิน ช่วยลดความเครียด และกระตุ้นความสุข

นอกจากนี้ การหัวเราะยังส่งผลให้ระบบภูมิต้านทานของร่างกายดีขึ้น ทำให้ร่างกายแข็งแรง อีกทั้งยังเป็นการออกกำลังกายหัวใจที่ดีที่สุด มีประโยชน์ต่อการหมุนเวียนของเลือด การผ่อนคลายกล้าเนื้อ ลดความดันโลหิต โรคหอบหืด ภูมิแพ้ สารเอนโดรฟินที่หลั่งออกมายังทำให้รู้สึกอารมณ์ดี มีความคิดปลอดโปร่งแจ่มใส ต้านความเครียด ลดความรู้สึกหดหู่ และช่วยเพิ่มความมั่นใจในตัวเองได้อีกด้วย

การฝึกโยคะหัวเราะ สามารถฝึกได้ตั้งแต่เดือนละ 2 ครั้ง ไปจนถึงวันละครั้ง ตามความสะดวกของผู้ฝึก โดยแต่ละครั้งควรใช้เวลาในการฝึก 30 – 45 นาที ในกลุ่มขนาด 5 – 15 คน สถานที่ฝึกโยคะหัวเราะ ไม่ควรเป็นที่ที่เกิดเสียงสะท้อน หรือภายนอกอาคาร เช่น สวนสาธารณะ เพื่อป้องกันการรบกวนผู้อื่น

โดยการฝึกโยคะหัวเราะสามารถแบ่งออกเป็น 3 หลักการใหญ่ ๆ ดังนี้

  • การหายใจเข้า-ออกให้สุดปอด เพื่อให้ปอดสามารถได้รับออกซิเจนในปริมาณที่มากกว่าการหายใจปกติ ทำให้สมองสามารถนำออกซิเจนไปใช้ได้เต็มที่และมีประสิทธิภาพ ผู้ฝึกจะสามารถรู้สึกสดชื่น และหายใจได้สะดวกขึ้นได้ทันที
  • การเปล่งเสียงหัวเราะปรบมือ และเคลื่อนไหวตามจังหวะ หรือก็คือการฝึกหายใจด้วยกระบังลม เพื่อให้หายใจได้มากขึ้น และกระตุ้นจุดสัมผัสของสื่อประสาทที่ปลายนิ้วมือ ทำให้ระบบการไหลเวียนเลือดดี กระตุ้นความตื่นตัวของสมองทำให้รู้สึกเบิกบาน สนุกสนาน
  • การจินตนาการเล่นสนุกแบบเด็ก ๆ เช่น สมมุติตัวเองว่า “ฉันมีความสุขที่สุดในโลก” ในส่วนนี้ สมองซีกซ้ายจะได้ทำงานอย่างเต็มที่ และยังเป็นการฝึกมองโลกในแง่ดี เรียกสติ จิตวิญญาณ และปรัชญาในการใช้ชีวิตมาสู่ตัวผู้ฝึกได้อีกด้วย