4 วิธีจัดการความรู้สึกผิดได้อย่างชะงัดนัก!

4 วิธีจัดการความรู้สึกผิดได้อย่างชะงัดนัก!

เคยเป็นไหมคะ รู้สึกผิด จนหลายครั้งเรารู้สึกว่า ถ้าด่ามายังจะเจ็บน้อยกว่า และเมื่อเกิดความรู้สึกนี้ เราก็ไม่รู้จะสลัด สบัด สลัด ยังไงให้ออกไปจากใจจะได้หายทุกข์เสียที จูนเองก็เคยเป็นค่ะ ตอนรู้สึกผิดนี่แบบว่าเอาขี้มาปาหน้าข้ายังจะดีเสียกว่ารู้สึกผิดเยี่ยงนี้ แล้วก็มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรื่องความรู้สึกผิดนี้กับเพื่อนหลากหลายกลุ่ม แล้วพอฟังแง่มุมที่แตกต่างของแต่ละคน ก็คิดว่าอยากจะแชร์เป็นวิทยาทาน เผื่อว่าจะช่วยบรรเทาให้คนที่กำลังรู้สึกผิดอยู่คลายจากความทุกข์ลงได้บ้าง และต่อไปนี้คือหลากหลายแนวคิด วิธีการ สถานการณ์ ในการกำจัดความรู้สึกผิด จะมีอะไรบ้างนั้นตามไปดูพร้อมๆ กันเลยค่ะ

1.ให้เวลาเยียวยา แล้วขอโทษต่อหน้าอย่างจริงใจ

 

อันนี้เป็นเคสที่เกิดขึ้นกับตัวเองค่ะ จูนเคยทำผิดกับชายหนุ่มคนหนึ่งเขาดีกับจูนมาก ดีกับจูนมากกว่าคนที่จูนชอบในเวลานั้นด้วยซ้ำ พอเราเริ่มไปไหนมาไหนด้วยกัน ความรู้สึกดีก็มากขึ้นเรื่อยๆ และแน่นอนว่า เมื่อมีคนเอาใจ จูนมักจะดื้อ และเอาแต่ใจค่ะ หลังจากนั้นไม่นานมีเหตุให้จูนต้องโกรธเขา โดยที่เขาไม่รู้ตัวสักนิด เมื่อจูนไม่คุย ไม่หือไม่อือ เราห่างกันจนไม่คุยกัน

วันหนึ่งเราเจอกันในงานปาร์ตี้วันเกิดของรุ่นพี่จูน จูนทำเหมือนเขาเป็นอากาศธาตุ แถมยังประชดโดยการถ่ายรูปกับหนุ่มฮอตในงาน หรือเวลาที่เขาต้องเป็นช่างภาพจำเป็น มาถ่ายภาพจูนกับพี่เจ้าของวันเกิด จูนยิ้มให้กล้อง แต่พอเขาเอากล้องลง จูนเบือนหน้าหนีหันไปยิ้มให้คนอื่นทันที ถามว่าทำอย่างนั้นเจ็บไหม โคตรเจ็บเลยค่ะ ตอนกลับบ้านนี่น้ำตาร่วงเลย

จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไป 4 เดือน ตอนนั้นจูนเริ่มรู้สึกผิดมากขึ้นทุกทีๆ แต่ก็ยังไม่กล้าพอที่จะขอโทษเขา จนกระทั่งเรามีโอกาสได้ไปต่างจังหวัดด้วยกัน เพราะเรามีเพื่อนกลุ่มเดียวกัน เพื่อนๆ ก็ช่วยกันเปิดทางให้เราสองคนได้อยู่ด้วยกัน และในที่สุดจูนก็ตัดสินใจ เอาวะ! โอกาสอาจจะมีครั้งเดียว เพราะเขาจะกลับประเทศแล้ว เป็นไงเป็นกัน จูนตัดสินใจเรียกเขามาคุย และในเวลานั้น บรรยากาศก็เป็นใจ เรายืนอยู่ด้วยกันใต้พระจันทร์ที่เกือบดวง

 

“จูนขอโทษนะ ในทุกๆเรื่องที่เคยทำไม่ดีกับ....ขอโทษจริงๆ” เขาหันมาด้วยรอยยิ้มอบอุ่นพร้อมกับบอกว่า

“ไม่เคยโกรธเลย ไม่เคยจริงๆ”

สิ้นประโยคนี้รู้สึกผิดหนักกว่าเดิมอีก แต่ก็คิดว่า ดีกว่าค้างคาไม่ได้คุยกัน ไม่มีโอกาสได้ทำสิ่งที่ควรทำ และหลังจากนั้น เราสองคนก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน คุยกันได้ ทักทายกันได้ และไม่มีเรื่องติดค้างในใจกันอีกตลอดไป

 ส่วนอีกเคสที่ต้องให้เวลาผ่านไปสักหน่อย เป็นเคสของ กิ๊ก เพื่อนสาวที่เพิ่งออกเรือนไปเมื่อต้นปี เองค่ะ เธอแชร์ความคิดเห็นไว้ว่า

“อาการแรกที่ผิด คือจะฉุนเฉียวเหวี่ยงด่า และเริ่มเก็บตัว ยังคิดไม่ตกว่าตัวเองผิด แต่จะสับสนเศร้า เครียดมาก หงุดหงิด จนเวลาผ่านไป 3-4วัน เมื่อเริ่มคิดได้ เราจะอ่านหนังสือสวดมนต์ แบบครบทุกบท และสมองจะโล่ง ความเย่อหยิ่งลดลง พอเจอคนที่เราทำผิดด้วย เราจะขอโทษ ขออโหสิกรรมจากเขา”

 

2.กลับตัวกลับใจ ทำดีชดใช้ เพราะเรื่องที่ผ่านไป แก้ไขไม่ได้อีกแล้ว

 

หนึ่งในเพื่อนสาวคนสนิท เล่าถึงเหตุการณ์ที่เป็นอุทาหรณ์สอนใจเธอ จึงอยากแชร์ให้เพื่อนๆ ฟังว่า

“เคยเกลียดหัวหน้าทีมอยู่คนหนึ่ง (หน่วยฉันมีหัวหน้าหลายคน) เพราะเขาเป็นคนสนิทเจ้าของบริษัท และสั่งงานโน่นนี้เยอะแยะ รวมถึงเสียงเล่าอ้างจากปากคนรอบๆตัวว่า เขาเยอะ ขี้บ่น พูดน้ำมากกว่าเนื้อ คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบเขา ฟังไปฟังมา จนเราก็เป็นอีกหนึ่งคนที่แอบคิดตามว่าเขาเป็นอย่างนั้นจริงหรือเปล่า แอบเชื่อไปแล้วครึ่งหนึ่ง แต่พอทำงานร่วมกันมาเรื่อยๆ ด้วยความที่ไม่ค่อยเชื่อขี้ปากคนแบบ 100% ต้องสัมผัสเองก่อนตัดสินใจ นายคนนี้กลับเป็นคนที่โคตรรักองค์กร ทำตามบัญชาเจ้าของบริษัทอย่างตรงใจ จนทำให้เราเกิดความเชื่อมั่นในตัวเขา ศรัทธา เรียกว่ารักเลยก็ได้ตอนนี้ เพราะเขาเป็นคนเดียวที่ปกป้องทีม ไม่เคยด่าทีม ทำให้รู้สึกผิดแบบสุดๆ ละอายใจที่ในวันแรกๆ เราไม่ชอบเขา เพราะฟังคนรอบตัวเยอะ  สิ่งที่ทำได้วันนี้คือ ทำดีชดใช้ ทำงานให้นายคนนี้แบบถวายหัว ทำสุดกำลังเท่าที่จะทำได้ พองานสำเร็จทุกครั้ง มันจะรู้สึกช่วยลบล้างความรู้สึกผิดที่คิดไม่ดีได้ ในวันแรกไป”

ใครที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์นี้ อย่ามัวโทษตัวเองนะคะ ทำดีชดใช้ ดีกว่าไม่ทำอะไรให้มันดีขึ้นค่ะ

3.ยืดอกรับความผิด แล้วให้ชีวิตเดินต่อไป

 

การ์ตูน ผู้ได้รับฉายาว่าตูนรู้โลกรู้ ให้ความเห็นไว้อย่างตรงไปตรงมาว่า

"ถ้ารู้สึกผิด ก็ดูว่าเราผิดจริงไหม ถ้าผิดจริงก็ขอโทษ ถ้าไม่ผิดจริงก็ขอโทษเหมือนกัน เพราะว่าคำขอโทษ จริงๆก็แค่คำหนึ่ง ใครพูดก่อนพูดหลังก็เท่ากัน แต่ถ้าพูดไปแล้วทำให้อีกฝ่ายรู้สึกดีก็จะทำ เพราะว่าสุดท้ายแล้วก็อยาก Keep คนรู้จักไว้ ไม่อยากให้ใครมามองเราไม่ดี แต่ถ้าขอโทษแล้วแม่งไม่จบ กูก็ช่างแม่งละ”

เจ้เหมี่ยว ช่างภาพประจำกลุ่มแชร์ความเห็นว่า

“เวลารู้สึกผิดก็จะขอโทษคนที่เรารู้สึกผิดเป็นอันดับแรก เหมือนยกภูเขาออกจากอก แล้วก็มานั่งคิดถึงคำสอนว่า ไม่มีใครดี 100 หรือ เลว100 ตัวเราเองก็เช่นกัน แต่หากเรารู้ตัวแล้วว่าเราผิด ก็ควรแสดงความรู้สึกสำนึกผิดกับคนๆนั้น  อย่างน้อยเราเองก็ทำหน้าที่เราดีที่สุดแล้ว และจะได้ไม่เสียใจภายหลัง ไม่มีอะไรติดค้างในใจซึ่งกันและกัน”

พี่มัส รุ่นพี่ที่เจอกันสมัยสาวๆ ที่จูนไปเข้าค่ายนักเขียนกล่าวไว้ว่า

พี่ใช้วิธีประกาศความผิดนั้นกับเจ้าตัวเลย เอาง่ายๆ คือ สารภาพบาป ต้องกล้าเสี่ยง ยอมรับความผิด มองเห็นความผิด ยอมรับผล หลายๆ ครั้งทำแบบนี้ สิ่งที่ได้กลับมาคือ การให้อภัย

4.อย่ามัวแต่โทษตัวเอง อภัยตัวเองให้ได้ ถ้าคุณรักตัวเองมากพอ

 

เจ้ฝน ผู้ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ตลอดเวลาที่ผองเพื่อนนัดสังสรรค์กัน ฝากไว้ให้คิดว่า

“คิดว่าทุกคนทำผิดได้ เพราะเราก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง ที่ทำผิดได้ ร้องไห้เป็น ถ้าเราคิดถึงตัวเอง รักตัวเองมากพอ เราจะไม่ทำร้ายตัวเองด้วยการรู้สึกผิดและโทษตัวเองนานๆ”

น้องแพรว สายรหัสที่ดูลุคส์ใจเย็นดุจน้ำแข็ง แต่เธอเล่าว่าเธออารมณ์ร้อน เธอฝากข้อคิดไว้ว่า

“แพรวจะจัดการที่ต้นเหตุค่ะ ซึ่งสาเหตุของความรู้สึกผิดนั้นมีหลายแบบมาก ตัวอย่างของแพรวคือ พูดไม่ค่อยคิด แพรวค่อนข้างอารมณ์ร้อน พอเราอารมณ์ร้อนก็กระทบคนรอบตัว อาจทำให้ใครรู้สึกแย่ไปด้วย แพรวก็เลยรู้สึกผิด รู้ตัวอีกทีก็เผลอพูดอะไรบางอย่างไป แล้วก็มาคิดได้ทีหลังว่าเขาจะรู้สึกแย่อยู่หรือเปล่านะ แพรวก็เลยพยายามหาว่าทำไมแพรวถึงอารมณ์ร้อนหรือพูดไม่คิดขนาดนั้น ก็ได้ข้อสรุปว่า แพรวเป็นคนไม่ค่อยมีสติค่ะ หลังๆ ก็เลยพยายามคุยกับตัวเอง ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ เวลาเจอเรื่องที่ไม่โอเค หรือทำให้เริ่มอารมณ์ไม่ดี ก็จะพยายามกล่อมตัวเองว่า แค่นี้เองใจเย็นๆดิ อะไรประมาณนี้ค่ะ  หรือถ้าเป็นเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้ว ก็จะพยายามให้อภัยตัวเองให้ได้แล้วตั้งมั่นว่าเราจะไม่ทำผิดซ้ำ จนทำให้ตัวเองรู้สึกผิดอีกค่ะ”

ส่วนพี่สาวอีกคนได้กล่าวไว้ว่า

“พี่จะคิดเสมอว่า ทุกครั้งที่พี่ทำผิดก็จะเกิดจากความที่ไม่รู้เสมอ มันเป็นอะไรที่สมควรให้อภัย และพี่ก็จะบอกตัวเองว่า ถ้ารู้แล้วก็จะไม่ทำผิดซ้ำๆ อีก พี่ก็จะให้อภัยตัวเองได้จากใจจริงๆ และไปต่อได้โดยไม่รู้สึกผิดอีกต่อไปค่ะ

หลากคน หลากมุมมองจริงๆเลยว่าไหมคะ และก่อนจาก อยากจะฝากอีก 1 แง่คิดดีๆ กับการจัดการความรู้สึกผิด จากพี่หลี พี่สาวคนสวยของกลุ่มว่า

 

“พลาดไปแล้วเอาใหม่ บ่อยครั้งที่คิดว่า บางสิ่งที่ดีกว่า อาจได้มาจากเหตุการณ์ที่ทำให้เรารู้สึกผิด (แล้วมันก็เป็นจริงในหลายครั้ง)  สำหรับพี่ ก่อนทำจะพยายามคิด(ทั้งดีสุด/แย่สุด)ออกมาจากความคิดของเราเอง ถ้ามันจะผิด ก็ผิดจากตัวเราเอง เราต้องรับผิดชอบ(รับผิดและรับชอบ)กับการตัดสินใจและการกระทำของเรา” 

 

ภาพ Thumbnail By ณัฐพร ศรีสุภา

 

 

 

 

 

 

 

           

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!