งดชานม-ของทอดแต่ไม่ผอม? หมอเตือน "3 ซูเปอร์ฟู้ด" กินเพลินไม่ต่างกับซดน้ำมัน

งดชานม-ของทอดแต่ไม่ผอม? หมอไต้หวัน เตือน "3 อาหารซูเปอร์เฮลตี้" กินเพลินเท่ากับซดน้ำมัน
หลายคนที่กำลังลดน้ำหนักมักจะเจอทางตันและความรู้สึกท้อแท้เมื่อ "อุตส่าห์หักห้ามใจไม่กินของชอบแล้ว แต่ทำไมน้ำหนักยังไม่ลดลงสักที" นพ.อู๋ ฉีอิ่ง แพทย์และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ได้ออกมาเปิดเผยว่า ในคลินิกมักเจอคนไข้ที่พกความมั่นใจมาเต็มเป้าว่า ตนเองเลิกดื่มชาไข่มุกและเลิกกินของทอดอย่างเด็ดขาดแล้ว แล้วหันไปกินอาหารที่ได้ชื่อว่าเป็น "ซูเปอร์ฟู้ดเพื่อสุขภาพ" แทน แต่ผลลัพธ์คือล้มเหลว น้ำหนักนิ่งสนิท
คุณหมอเน้นย้ำว่า พฤติกรรมนี้คือการตกหลุมพรางทางโภชนาการที่เรียกว่า "เอฟเฟกต์รัศมีสุขภาพ"หรือการทึกทักไปเองว่าอาหารชนิดไหนขึ้นชื่อว่า "ดีต่อสุขภาพ" แล้ว จะสามารถกินเท่าไหร่ก็ได้โดยจะไม่กวนระบบเผาผลาญและไม่ทำให้อ้วน
กฎฟิสิกส์ไม่ยกเว้นให้ของเฮลตี้: แฉ 3 อาหารสุขภาพที่กลายเป็นกับดักไขมัน
คุณหมอชางหลานเกออธิบายว่า ต่อให้เป็นสารอาหารเกรดพรีเมียมแค่ไหน พลังงานแคลอรีที่ได้ก็ยังต้องเป็นไปตามกฎทางอุณหพลศาสตร์ หากปริมาณแคลอรีรวมที่ร่างกายได้รับต่อวันพุ่งสูงเกินกว่าที่ใช้ไป ต่อให้สิ่งที่คุณกินเข้าไปคือน้ำมันมะกอกสกัดเย็นเกรดดีที่สุด ร่างกายก็นำไปเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมที่หน้าท้องอยู่ดี และนี่คือ 3 อาหารสุขภาพยอดฮิตที่เป็นตัวการพาให้การลดน้ำหนักพังทลาย
1. ถั่วรวมมิตร: เคี้ยวเพลินหน้าจอ หมดกระปุกเท่ากับซดน้ำมันพืช
แม้ถั่วจะอุดมไปด้วยโอเมก้า-3 และวิตามินอีที่มีประโยชน์ต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด แต่ในทางโภชนาการ ถั่วถูกจัดอยู่ในหมวด "ไขมัน" ซึ่งมีความหนาแน่นของพลังงานสูงมาก (ไขมัน 1 กรัม ให้พลังงานถึง 9 กิโลแคลอรี)
คุณหมอเตือนว่า ปริมาณที่แนะนำต่อวันคือเพียง 1 ส่วน หรือเทียบเท่ากับเม็ดมะม่วงหิมพานต์หรืออัลมอนด์เพียง 5-7 เม็ด หรือวอลนัท 2 เม็ดเท่านั้น "การหยิบถั่วกินกำใหญ่ๆ เข้าปากอย่างเพลิดเพลินตอนดูซีรีส์ แท้จริงแล้วไม่ต่างอะไรกับการยกน้ำมันสลัดขึ้นมาซดทีละช้อนโต๊ะ"
2. อะโวคาโด: เนยสดแห่งผืนป่า
อะโวคาโดมักถูกยกให้เป็นตัวแทนของอาหารคลีน แต่หลายคนเข้าใจผิดคิดว่ามันมีคำว่า "โต" หรือเป็นผลไม้ จึงสามารถกินได้เยอะๆ แต่ความจริงแล้ว อะโวคาโดได้ฉายาว่า "เนยในป่า" อะโวคาโดขนาดกลางเพียง 1 ลูก มีไขมันสูงถึง 20-30 กรัม และให้พลังงานพุ่งสูงเกือบ 300 กิโลแคลอรี ซึ่งเทียบเท่ากับข้าวสวยเต็มๆ 1 จาน
ในช่วงลดน้ำหนักจึงควรจัดมันให้อยู่ในหมวด "ไขมันทดแทน" ไม่ใช่อาหารทานเล่น และควรจำกัดการกินต่อวันอยู่ที่ 1/4 ถึงครึ่งลูกเท่านั้น
3. ปลาแซลมอน: เนื้อวากิวแห่งท้องทะเล
ปลาแซลมอนเป็นแหล่งโปรตีนชั้นยอดก็จริง แต่จัดอยู่ในกลุ่ม "ปลาทะเลน้ำลึกที่มีไขมันสูง" โดยเฉพาะส่วนท้องปลาและหนังปลาที่เป็นคลังสะสมไขมันล้วนๆ เนื้อปลาแซลมอนหั่นชิ้นหนาขนาด 200 กรัม สามารถให้พลังงานสูงเกิน 400-500 กิโลแคลอรีได้อย่างง่ายดาย ซึ่งมีปริมาณไขมันมากกว่าอกไก่หรือปลากระพงหลายเท่าตัว
คำแนะนำคือให้เน้นกินเฉพาะเนื้อปลา ส่วนหนังปลาที่หอมเย้ายวนใจนั้น ในช่วงลดน้ำหนักควรลอกออกหรือกินแค่ชิมลางพอหายอยาก
iStockphoto
กุญแจสำคัญคือ "การควบคุมปริมาณ" ไม่ใช่แค่เลือกชนิดอาหาร
คุณหมอกล่าวทิ้งท้ายว่า การเลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพคือการแสดงความเคารพและรักร่างกายตัวเอง แต่ "การควบคุมแคลอรีรวม" ต่างหากที่เป็นหัวใจสำคัญในการลดน้ำหนัก เวลาที่คนเรากินไก่ทอด สมองจะสั่งการให้ยับยั้งชั่งใจเพราะความรู้สึกผิด แต่เวลาที่กินถั่ว อะโวคาโด หรือแซลมอน แผงควบคุมในสมองมักจะตัดการป้องกันออกไปเพราะคิดว่ามันเป็นของดี
จึงขอฝากให้ผู้ที่กำลังลดน้ำหนัก ลดความวิตกกังวลเรื่องชนิดอาหารลง แล้วหันมาโฟกัสที่ "การบริหารจัดการส่วนแบ่งอาหาร" ให้แม่นยำ เพื่อทวงคืนอำนาจในการควบคุมน้ำหนักของตัวเองอย่างแท้จริง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี