การเท "เกลือ" ลงในชักโครก ปล่อยทิ้งไว้ข้ามคืน เช้ามาจะมีผลอย่างไร?

ทำไมหลายคนถึง "เทเกลือลงโถส้วม" ก่อนนอน? ตื่นเช้ามาถึงรู้ว่ามีประโยชน์อย่างไร
การเทเกลือครึ่งถ้วยลงในโถส้วมก่อนเข้านอนอาจฟังดูไร้สาระ แต่พอถึงเช้าวันรุ่งขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้กลับเผยให้เห็นเหตุผลว่าทำไมหลายคนถึงนิยมใช้เคล็ดลับนี้
กลิ่นไม่พึงประสงค์ในห้องน้ำสามารถทำให้บรรยากาศภายในบ้านดูไม่สะอาด แม้ว่าบริเวณนั้นจะได้รับการทำความสะอาดอยู่เป็นประจำก็ตาม น้ำยาปรับอากาศหลายชนิดทำได้เพียงกลบกลิ่นไว้ชั่วครู่เท่านั้น แต่ไม่สามารถจัดการกับคราบสกปรกสะสมหรือแบคทีเรียที่เป็นต้นตอของกลิ่นได้เลย
อ้างอิงจาก Times of India ระบุว่า มีเคล็ดลับง่ายๆ ที่กำลังได้รับความสนใจคือการเทเกลือแกงลงในโถส้วมก่อนเข้านอนแล้วทิ้งไว้ข้ามคืน วิธีนี้ไม่สามารถทดแทนการทำความสะอาดอย่างล้ำลึกได้ แต่สามารถช่วยลดกลิ่นจางๆ ทำให้คราบสกปรกบางส่วนอ่อนตัวลง และช่วยให้ขัดทำความสะอาดโถส้วมได้ง่ายขึ้นในเช้าวันถัดไป
เกลือออกฤทธิ์อย่างไรเมื่อแช่ไว้ในโถส้วมข้ามคืน?
เกลือมีคุณสมบัติในการดูดความชื้นเล็กน้อย และผิวของเม็ดเกลือมีความสามารถในการสร้างแรงเสียดทานพอสมควร เมื่อแช่อยู่ในน้ำเป็นเวลาหลายชั่วโมง เกลือจะช่วยทำให้คราบสกปรกบางๆ คราบเปื้อนเบาๆ คราบสบู่ หรือคราบแร่ธาตุที่เกาะอยู่รอบๆ ขอบโถส้วมหลุดลอกออกได้ง่ายขึ้น
คราบสกปรกเหล่านี้เองที่เป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียและเป็นตัวการสร้างกลิ่นไม่พึงประสงค์ หากไม่ได้รับการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ
วิธีทำ:
-
เทเกลือประมาณครึ่งถ้วยถึงหนึ่งถ้วยลงในโถส้วมโดยตรงก่อนเข้านอน
-
ทิ้งไว้ประมาณ 6-8 ชั่วโมง และงดการกดชักโครกในช่วงเวลานี้
-
ในเช้าวันถัดไป ให้ใช้แปรงขัดด้านในโถส้วมให้ทั่ว โดยเน้นบริเวณระดับน้ำและใต้ขอบโถ จากนั้นจึงกดชักโครก
การแช่ทิ้งไว้ข้ามคืนร่วมกับการขัดล้างช่วยกำจัดคราบสกปรกจางๆ และทำให้ผิวโถส้วมดูสะอาดตาขึ้น
บางคนยังนิยมผสมเกลือเข้ากับเบกกิ้งโซดา โดยเบกกิ้งโซดามีคุณสมบัติช่วยดูดซับกลิ่นที่มีความเป็นกรด ขณะที่เกลือช่วยเพิ่มแรงขัดเล็กน้อยเวลาแปรง
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรนำสูตรทำความสะอาด DIY ไปผสมมั่วซั่วกับน้ำยาฟอกขาวหรือสารเคมีทำความสะอาดอื่นๆ เพราะการผสมกันบางอย่างอาจลดประสิทธิภาพในการทำความสะอาด หรืออาจทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมีที่เป็นอันตรายได้
ไม่สามารถทดแทนการทำความสะอาดอย่างล้ำลึกได้
เคล็ดลับการใช้เกลือนี้เหมาะสำหรับการดูแลความสะอาดเป็นประจำมากกว่า ไม่ใช่ทางแก้สำหรับโถส้วมที่มีคราบหินปูนหนา เชื้อรา หรือรอยเปื้อนฝังลึกมานานหลายปี
หากมีคราบหินปูนหนา เต่าถ่าน หรือรอยเปลี่ยนสีที่ขัดออกยาก ผู้ใช้อาจยังจำเป็นต้องพึ่งพาผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเฉพาะทางที่เหมาะสม
นอกจากนี้ กลิ่นไม่พึงประสงค์ในห้องน้ำไม่ได้มาจากโถส้วมเสมอไป แบคทีเรียอาจสะสมอยู่ใต้ขอบโถส้วม รอบโถส้วม ท่อระบายน้ำ ถังขยะ หรือที่ใส่แปรงขัดห้องน้ำ
น้ำที่ขังอยู่เป็นเวลานานในที่ใส่แปรงขัดก็สามารถกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์แบคทีเรียและเกิดกลิ่นอับได้เช่นกัน ดังนั้น บริเวณนี้จึงควรทำความสะอาดและทำให้แห้งอยู่เสมอ
ถังขยะในห้องน้ำก็ต้องนำไปทิ้งบ่อยๆ พร้อมทั้งเช็ดทำความสะอาดหรือฆ่าเชื้อเพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่นตกค้าง
อยากให้ห้องน้ำหอมนานๆ ต้องใส่ใจเรื่องการระบายอากาศ
นอกจากการทำความสะอาดแล้ว การไหลเวียนของอากาศก็มีบทบาทสำคัญ การเปิดหน้าต่างหรือเปิดพัดลมดูดอากาศหลังอาบน้ำจะช่วยลดความชื้น ซึ่งช่วยจำกัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อราได้
พื้นผิวที่เปียกชื้นควรได้รับการเช็ดให้แห้งเป็นประจำ พรมห้องน้ำควรนำไปซักเป็นระยะ ส่วนผ้าเช็ดตัวเปียกควรเปลี่ยนหรือนำไปตากให้แห้ง แทนที่จะทิ้งไว้ในพื้นที่อับทึบ
หากกลิ่นไม่พึงประสงค์ยังคงอยู่แม้จะทำความสะอาดอย่างทั่วถึงแล้ว ต้นตออาจไม่ได้อยู่ที่โถส้วม ท่อระบายน้ำที่แห้ง ท่อระบายอากาศอุดตัน หรือการรั่วซึมใต้พื้นห้องน้ำ ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นได้ทั้งสิ้น
ในกรณีเหล่านี้ การหาสาเหตุและแก้ไขให้ตรงจุดย่อมได้ผลดีกว่าการพึ่งพาแค่เคล็ดลับการทำความสะอาดเพียงอย่างเดียว
- อย่าหาทำ! 5 สิ่ง "ต้องห้าม" โยนลงเครื่องซักผ้า นอกจากไม่สะอาด ยังเสี่ยงพัง-ระเบิด
- รู้ไว้มีประโยชน์! แนะ 4 วิธี เปิดแอร์แบบ "ไม่ใช้รีโมท" ไม่ต้องทนร้อนให้หงุดหงิด

(ที่มา: Times of India)
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี