น้ำมันตับปลา VS น้ำมันปลา เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร?

น้ำมันตับปลา VS น้ำมันปลา เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร?

น้ำมันตับปลา VS น้ำมันปลา เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร? เกี่ยวกับ น้ำมันตับปลา

ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่หลายคนนึกถึงเป็นอันดับแรกๆ และทานกันอย่างแพร่หลาย คงหนีไม่พ้นน้ำมันตับปลาที่อยู่ในแคปซูล เม็ดใหญ่ๆ สีเหลืองๆ ทานกันเป็นกระปุกๆ แต่หลายคนอาจจะเคยได้ยินทั้ง “น้ำมันตับปลา” และ “น้ำมันปลา” จริงๆ แล้วทั้งสองอย่างนี้เหมือนกัน หรือคนละอย่างกันแน่นะ

 

น้ำมันตับปลา

น้ำมันตับปลา คือน้ำมันที่สกัดมาจากตับของปลา ส่วนใหญ่เป็นปลาทะเล เช่น ปลาค็อด ภาษาอังกฤษจึงเรียกว่า cod liver oil น้ำมันตับปลาเต็มไปด้วยวิตามินเอ และดีสูง ซึ่งวิตามินเอจะช่วยสร้างเยื่อบุผิวหนัง และกระดูก สร้างภูมิต้านทานโรค และช่วยบำรุงสายตาให้สามารถมองเห็นได้ดีในที่มืด หรือในที่ที่มีแสงสลัว หากขาดวิตามินเอ อาจทำให้มองเห็นในตอนกลางคืนไม่ชัด และนานวันเข้าอาจเป็นโรคตาบอดตอนกลางคืนได้

ส่วนวิตามินดีจะช่วยดูดซึมแคลเซียม และฟอสฟอรัสจากอาหารผ่านเยื่อบุลำไส้เข้าสู่ร่างกาย ผู้ป่วยโรคไต หากทานวิตามินดีก็จะช่วยเพิ่มการดูดซึมกลับของแคลเซียม และฟอสฟอรัสได้มากขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้เมื่อวิตามินดีเกี่ยวพันกับแคลเซียม เด็กที่ขาดวิตามินดีก็จะมีปัญหาในเรื่องของกระดูก จนอาจเสี่ยงต่อภาวะกระดูกอ่อนได้

แต่ถึงแม้ว่าน้ำมันตับปลาจะอุดมไปด้วยวิตามินเอ และดีสูง แต่ตับก็เป็นแหล่งอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง ดังนั้นการทานน้ำมันตับปลามากเกินความจำเป็น ก็อาจทำให้ร่างกายของเรามีคอเลสเตอรอลสูงเกินตามไปด้วย นอกจากนี้วิตามินเอ และดีเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน หากทานน้ำมันตับปลามาก และได้รับปริมาณไขมันที่ไม่เพียงพอ อาจมีวิตามินเอ และดีสะสมในร่างกายมากเกินไปจนก่อให้เกิดอันตรายได้ ดังนั้นหากจะซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำมันตับปลามาทาน ควรศึกษาวิธีทาน ปริมาณที่ควรทานให้พอดีกับร่างกายของตัวเอง และระยะเวลาในการทานให้ดี

 

น้ำมันปลา

น้ำมันปลา หรือน้ำมันปลาทะเล สกัดมาจากปลาทะเลเช่นเดียวกัน แต่สกัดจากส่วนหนัง เนื้อ หัว และหางของปลาทะเลน้ำลึก เราจึงเรียกแค่น้ำมันปลาว่าเป็น fish oil เฉยๆ

น้ำมันปลาเต็มไปด้วยกรดไขมันดีมากมาย แต่ที่มีมากที่สุดคือ กรดไขมันโดโคซาเฮกซาอีโนอิก หรือ DHA (docosahexaenoic acid) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่ามีประโยชน์ต่อหัวใจ และผิวพรรณ แต่นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ในด้านอื่นๆ อีกด้วย

DHA ช่วยพัฒนาระบบประสาทและสมอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมองเห็นของเด็กในช่วง 6 เดือนแรก และมีความสําคัญต่อการสร้างสารที่ทําหน้าที่ส่งสัญญาณระหว่างเส้นประสาท ซึ่งมีผลต่อการทํางานหรือการสั่งงานของสมอง หากคุณแม่อยากเพิ่ม DHA ให้กับเด็กวัยแรกเกิด คุณแม่ควรทาน DHA ให้มากๆ เพื่อส่งต่อ DHA ผ่านน้ำนมของคุณแม่ไปถึงคุณลูกได้

แต่ถึงกระนั้น ร่างกายของเราสามารถสร้าง DHA ขึ้นมาเองได้ โดยสร้างจากกรดแอลฟ่าลิโนเลนิก (alpha-linolenic acid) ซึ่งเป็นกรดไขมันจําเป็น อย่างไรก็ตาม ปริมาณที่ร่างกายสร้างได้มีไม่มาก จึงมีการแนะนําให้บริโภคปลาทะเลน้ำลึก เช่น ซาดีน แอนโชวี่ แมคเคอเรล และแซลมอน เพื่อเพิ่มระดับ DHA ในร่างกาย

 

รู้ถึงความแตกต่างของน้ำมันตับปลา และน้ำมันปลาแล้ว ก็เลือกทานกันให้ดีว่าจะทานตัวไหน เพื่ออะไรนะคะ ที่สำคัญของย้ำอีกที ก่อนทานน้ำมันทั้งสองชนิดนี้ ควรศึกษาวิธีทาน ปริมาณที่ควรทานให้พอดีกับร่างกายของตัวเอง และระยะเวลาในการทานให้ดี เพื่อที่จะให้อาหารที่เราทานมีประโยชน์ต่อร่างกายให้มากที่สุด และไม่ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองในภายหลัง

เรื่องล่าสุดของหมวด รู้เรื่องยา

ดูหมวด รู้เรื่องยา ทั้งหมด