สูตรคำนวณ สูบบุหรี่มากเท่าไร เสี่ยงถุงลมโป่งพอง-มะเร็งปอด

สูตรคำนวณ สูบบุหรี่มากเท่าไร เสี่ยงถุงลมโป่งพอง-มะเร็งปอด
Amarin

สนับสนุนเนื้อหา

ใครที่ติดบุหรี่ หรือมีคนรอบข้างติดบุหรี่งอมแงม แต่มั่นใจว่า “สูบไม่เยอะหรอก แค่นี้เอง ไม่เป็นอะไรแน่นอน” อาจจะต้องลองคิดดูใหม่ เพราะเรามี สูตรคำนวณวัดปริมาณควันบุหรี่ ที่สามารถระบุได้คร่าวๆ ว่า จำนวนบุหรี่ที่คุณสูบ เพิ่มความเสี่ยงให้คุณเป็นโรคหรือไม่ ซึ่งโรคที่ว่าก็หนีไม่พ้น ความดันโลหิตสูง และมะเร็งปอดนั่นเอง

งายวิจัยปี ค.ศ. 2010 ประเทศเวียดนาม เรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างการสูบบุหรี่กับความดันโลหิตสูง ซึ่งศึกษาในชาวเวียดนามจำนวน 910 คน พบว่า

คนที่สูบบุหรี่มากกว่า 20 แพ็คเยียร์ มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง > 1.34 เท่า

 

จำนวนบุหรี่แพ็คเยียร์ คืออะไร?

แพ็คเยียร์ (pack-year) คือ ปริมาณบุหรี่ที่สูบบุหรี่มากน้อย หาได้จาก

แพ็คเยียร์ = จำนวนบุหรี่ที่สูบใน 1 วัน x จำนวนปีที่สูบบุหรี่
                                        20 (มวน)

 

เช่น ถ้าคุณสูบบุหรี่วันละ 20 มวนมานานแล้ว 5 ปี คำนวณหาแพ็คเยียร์ได้ดังนี้ 20 x 5 ÷ 20 = 5 แพ็คเยียร์ โดย 5 แพ็คเยียร์นี้อาจหมายถึง สูบบุหรี่วันละ 5 มวนนาน 20 ปี ก็ได้ เพราะความเสี่ยงในการเกิดโรคเท่ากับการสูบบุหรี่วันละ 20 มวนนาน 5 ปี
                                                                                                   

ค่าแพ็คเยียร์บอกความเสี่ยงในการเกิดโรคดังนี้

> 20 แพ็คเยียร์ = เสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคถุงลมโป่งพอง และโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง
> 30 แพ็คเยียร์ = เสี่ยงเป็นโรคมะเร็งปอด

 

ใครที่ได้ค่าแพ็คเยียร์ต่ำกว่า 20 ก็ดีใจด้วย แต่เชื่อเถอะว่า เพียงตัดสินใจเลิกบุหรี่แค่ครั้งเดียว ชีวิตจะดีขึ้นในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูงก็จะลดลง เป็นผลให้โรคแทรกซ้อนต่างๆ ที่จะตามมา เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคไต ก็จะลดลง ค่าใช้จ่ายในการรักษาก็จะลดลงตามไปด้วย เพราะฉะนั้นมาเลิกบุหรี่กันเถอะค่ะ เพื่อตัวคุณเอง และเพื่อคนที่คุณรัก