ปวดท้อง ท้องเสียบ่อย เสี่ยง "ลำไส้อักเสบเรื้อรัง"

ปวดท้อง ท้องเสียบ่อย เสี่ยง "ลำไส้อักเสบเรื้อรัง"

คุณ หรือว่าคนที่คุณรู้จัก มีอาการท้องเสียบ่อยๆ บ้างหรือเปล่าคะ บ่อยในที่นี้คือแทบทุกวัน หรือแทบจะทุกอาทิตย์ ท้องเสียแบบที่หาสาเหตุไม่ได้ ไม่รู้ว่าไปทานอะไรมา บางครั้งอาการท้องเสีย ก็อาจเป็นสัญญาณเตือนภัยอันตรายของโรคร้ายอยู่ก็เป็นได้ คุณมีความเสี่ยงหรือไม่ มาเช็คกันค่ะ

 

ปวดท้อง ท้องเสีย สาเหตุมาจากอะไร?

อาการท้องเสียเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ อาจมาจากอาหารที่ทานมีรสจัดมากเกินไป แพ้อาหาร ติดเชื้อจากอาหารที่มีเชื้อแบคทีเรียบางอย่าง ซึ่งส่วนใหญ่มักมาจากอาหารการกินที่ทานเข้าไป

แต่ยังมีปัจจัยอื่น เช่น ความผิดปกติของร่างกายเราเอง อย่างเยื่อบุผนังลำไส้ผิดปกติ มีเนื้องอกในลำไส้ หรืออาจเป็นโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร และระบบการย่อยอาหารอื่นๆ

 

ปวดท้อง ท้องเสียบ่อย เสี่ยงเป็นโรคอะไร?

ตัวอย่างของโรคที่อาจพบได้ในคนที่มีอาการท้องเสียบ่อย คือ โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (Inflammatory Bowel Diseases หรือ IBD) ที่มีลักษณะคล้ายโรคลำไส้อักเสบเฉียบพลัน ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ปรสิต หรือพยาธิ

 

โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง มีสาเหตุมาจากอะไร?

จริงๆ แล้วสาเหตุของโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่เป็นอาการอักเสบของลำไส้ที่หนัก และเรื้อรังกว่าลำไส้อักเสบตามปกติ

 

โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง มีกี่ประเภท?

โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง แบ่งออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ๆ ตามลักษณะของการอักเสบ และตำแหน่งที่อักเสบ ดังนี้

  1. ลำไส้อักเสบเรื้อรังชนิด Crohn’s Disease

เป็นอาการลำไส้อักเสบที่เกิดขึ้นบริเวณระบบทางเดินอาหาร ตั้งแต่ปากไปจนถึงทวารหนัก ส่วนใหญ่มักพบที่บริเวณลำไส้เล็กส่วนปลาย และลำไส้ใหญ่ส่วนต้น โดยมีลักษณะของการอักเสบอยู่ 3 แบบ

- อักเสบบวมคล้ายฝี ที่เกิดจากการที่เนื้อเยื่อลำไส้พยายามซ่อมแซมตัวเองจากการอักเสบ จนทำให้ลำไส้มีลักษณะตะปุ่มตะป่ำ ภายในลำไส้แคบเล็กลง จนอาจเกิดเป็นลำไส้อุดตันต่อได้

- อักเสบเป็นแผลลึก โดยอาจอักเสบจนทะลุไปยังอวัยวะส่วนอื่นใกล้เคียง เช่น ลำไส้ทะลุไปกระเพาะปัสสาวะ หรือทะลุไปที่ช่องคลอด

- อักเสบแบบทั่วไป ที่ไม่ใช่แบบคล้ายฝี และไม่ทะลุไปส่วนอื่น
 

  1. ลำไส้อักเสบเรื้อรังชนิด Ulcerative Colitis

ลำไส้อักเสบเรื้อรังชนิดนี้จะพบได้บริเวณผิวผนังลำไส้ใหญ่เท่านั้น โดยจะทำให้มีอาการถ่ายอุจจาระปนเลือด มีไข้ น้ำหนักลด อ่อนเพลีย และอาจมาพร้อมกับอาการอักเสบของส่วนอื่นๆ ในร่างกาย เช่น ตาอักเสบ ตับอักเสบ เป็นต้น

 diarrhea-2


โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง มีอาการอย่างไร?

- ปวดเกร็งช่องท้อง

- ท้องเสียบ่อยๆ วันละหลายๆ ครั้ง

- อาจถ่ายอุจจาระมีเลือดปน

- อ่อนเพลีย และน้ำหนักลดอย่างไม่ทราบสาเหตุ


ท้องเสียนานแค่ไหน ถึงเสี่ยงเป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง?

หากมีอาการท้องเสียมากกว่า 2 สัปดาห์ขึ้นไป หรือพบแพทย์ ทานยาแล้วยังไม่หาย อาจสันนิษฐานได้ว่าเป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง

ถึงกระนั้น จะแน่ใจว่าเป็นโรคลำไส้อักเสบหรือไม่นั้น ต้องให้แพทย์ตรวจอย่างละเอียด โดยอาจมีการตรวจอุจจาระ ทำซีทีสแกน ส่องกล้อง หรืออาจตัดชิ้นส่วนตรวจ

 

อันตรายของโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง

นอกจากาการท้องเสียที่จะรบกวนการใช้ชีวิตของผู้ป่วยแล้ว การถ่ายบ่อยๆ ทำให้ผู้ป่วยสูญเสียน้ำ สารอาหาร โปรตีน ของเหลวต่างๆ รวมถึงเลือดด้วย จึงอาจทำให้ผู้ป่วยอยู่ในภาวะเลือดจาง หรือถ้ารุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

นอกจากนี้การอักเสบของลำไส้นานๆ อาจเป็นสาเหตุของโรคร้ายอย่างมะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือมะเร็งทวารหนักได้เช่นกัน

 

โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง มีวิธีการรักษาอย่างไร?

เมื่อแพทย์วินิจฉัยได้แล้วว่า เป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังชนิดใด แพทย์ก็เป็นผู้เลือกยาเพื่อทำการรักษาให้ และจะตามเช็คดูอาการของผู้ป่วยอย่างสม่ำเสมอ หรืออาจพิจารณาการผ่าตัดในบางกรณี

 

แม้ว่าจะไม่ได้เป็นโรคที่พบได้บ่อยมากนัก แต่ก็มีผู้ป่วยโรคนี้เข้ารับการรักษาอยู่จำนวนหนึ่ง และต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด ดังนั้นหากอยากลดโอกาสในการเกิดการอักเสบในช่องท้อง ควรเริ่มต้นที่อาหารที่ทาน ทานอาหารที่สะอาด สด ใหม่ ลดการทานอาหารที่ผสมของหมักดองที่ไม่ได้คุณภาพ และดูแลการขับถ่ายให้เป็นปกติอยู่เสมอ