จริงหรือไม่? อยากลดน้ำหนัก ต้องนับแคลอรี่?

จริงหรือไม่? อยากลดน้ำหนัก ต้องนับแคลอรี่?
S! Health (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

ในขณะที่คนจำนวนไม่น้อย ให้ความสำคัญกับการนับจำนวนแคลอรี่ เพื่อการควบคุมน้ำหนัก ไม่ว่าจะกิน หรือดื่มอะไรเข้าไป ก็ต้องคำนวนเพื่อให้รู้ว่าเราได้รับพลังงานเข้าไปเท่าไหร่ จากอาหารแต่ละมื้อ

แต่วิธีการดังกล่าวนี้ คนอีกกลุ่มก็ไม่เห็นด้วย และบอกว่า ไม่เห็นจำมีความจำเป็นแต่อย่างใด และเน้นว่ายิ่งเราจริงจังกับการนับมาก ถึงขนาดมีการใช้อุปกรณ์ในการตรวจวัด ตรวจสอบอาหารทุกอย่างที่จะบริโภคเข้าไป เราจะยิ่งรู้สึกผิดหากว่าไม่สามารถรักษาระดับพลังงานที่บริโภคกับการใช้พลังงานให้เหมาะสมได้

ยิ่งไปกว่านั้น มันอาจจะส่งผลต่อลักษณะนิสัยในการรับประทานของเราไปเลย แทนที่เราจะมีความสุขกับการรับประทาน กลับกลายเป็นต้องมานั่งนับแคลอรี่ก่อน

ผู้เชี่ยวชาญกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการนับแคลอรี่ เตือนว่า หากเราต้องการจะลดน้ำหนัก เราควรปรึกษาแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อวิเคราะห์ลักษณะนิสัยการกิน การออกกำลังกาย และการพักผ่อนของเรามากกว่า ตลอดจนตรวจเช็คความเครียด ปัญหาสุขภาพ ระดับฮอร์โมน ที่อาจจะมีผลต่อการเพิ่มของน้ำหนักตัว การนับแคลอรี่นั้น อาจจะไม่ใช่ทางที่ดีเสมอไป ดังนี้

  1. เราไม่มีทางที่จะรู้ได้อย่างแน่นอนว่าเราต้องการแคลอรี่ในปริมาณเท่าไหร่แน่ในการใช้ชีวิตแต่ละวัน การกำหนดตัวเลขที่เหมาะสมเพื่อการลดน้ำหนักนั้น เราจะต้องรู้ถึงอัตราการเผาผลาญอาหาร พลังงานที่ร่ายการใช้ในแต่ละวัน ซึ่งจะทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้ เพื่อให้ระบบร่างกายต่าง ๆ ของเราทำงานเป็นปกติ ซึ่งมันไม่มีค่าที่แน่นอน และเราก็ไม่อาจวัดปริมาณการบริโภคที่แน่นอนได้เช่นกัน แม้จะใช้เทคโนโลยี หรือตัวช่วยราคาแพงแล้วก็ตาม เราก็จะได้มาเพียงแค่ค่าประมาณเท่านั้น เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เราจะปล่อยให้แอพหรือเทคโนโลยี มาเป็นตัวกำหนดปริมาณการรับประทานอาหารของเราเพื่ออะไร

  2. เราไม่มีทางทราบได้อย่างแน่ชัดว่า ร่างกายของเราดูดซืมอาหารไปกี่แคลอรี่ เราอาจจะคิดได้ว่า 3,300 แคลอรี่เท่ากับน้ำหนักครึ่งกิโลกรัม ดังนั้นทุกครั้งที่เรารับประทานเกินไป 3,500 แคลอรี่ ก็คือเรารับประทานเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ และนำมาซึ่งการมีน้ำหนักตัวเพิ่ม แต่จริงๆ แล้วมันไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป เพราะอาหารก็ผ่านกระบวนการต่างๆ มา บางอย่างมีไฟเบอร์มาก บางอย่างมีน้อยและเราไม่ทราบว่า ร่างกายของเราดูดซึมไปเท่าไหร่แน่

  3. ปริมาณแคลอรี่ที่ระบุมาในกล่องบรรจุอาหาร ก็ไม่ได้ตรงนัก ดังนั้น แม้ว่าเราจะรู้ปริมาณแคลอรี่ที่เราต้องการ และรู้ปริมาณการดูดซึมของร่างกาย แต่มันไม่จบแค่นั้น เพราะองค์การอาหารและยาอนุญาตให้ผู้ผลิตอาหาร ให้ข้อมูลที่มีความเบี่ยงเบนได้ไม่เกิน 20% ดังนั้น ฉลากอาหารที่เห็น ก็อาจจะผิดพลาดได้ เช่นฉลากที่ระบุว่า มีปริมาณแคลอรี่ 250 Kcal แท้จริงอาจจะมีเพียง 200 Kcal หรือมีมากถึง 300 Kcal ก็ได้

  4. การมัวแต่นับแคลอรี่อาจจะทำให้เราหมดความรู้สึกหิว หมดความรู้สึกอยากอาหาร เราจะใส่ใจในคุณภาพโดยรวมของอาหารน้อยลง ความเบื่อ ความเครียด ความหิว จะเข้ามาแทนที่การลิ้มรสอร่อยจากการเคี้ยวอาหาร ความสุขในการกิน จะกลายเป็นเพียงต้องกินเพราะพลังงานในร่างกายจะหมด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ไม่เป็นผลดีในระยะยาว เราควรเชื่อความรู้สึก ที่ร่างกายของเราได้บอกหรือส่งสัญญาณเตือนให้กับเรามากกว่า  

  5. การนับแคลอรี่ อาจจะทำให้แนวคิดในเรื่องของการออกกำลังกายและการรับประทานอาหารผิดหลักไป

    ในปี 2014 มีการศึกษาในประเทศอังกฤษ และรายงานผลในวารสาร Sports Medicine ว่า การนับแคลอรี่นั้นไม่สามารถใช้ได้อย่างสมบูรณ์แบบเพราะร่างกายของเรามีความซับซ้อน เครื่องมือและเทคโนโลยีเหล่านี้ จะรู้ได้อย่างไรว่า ร่างกายของเราเมื่อได้รับแคลอรี่เข้ามาแล้ว จะเก็บสะสมไว้ในรูปของไขมันเท่าไหร่ จะใช้ไปเท่าไหร่ หรือจะนำไปใช้กับระบบอื่นๆ ในร่างกายอีกแค่ไหน


    หากเราเป็นคนที่ออกกำลังกายในยิมเป็นประจำ เราอาจจะใช้เวลาที่เหมาะสมโดยคิดคำนวณจากรูปร่าง อาหารที่รับประทานแล้ว แต่ก็ยังคงหิวอยู่ และยิ่งทำให้รับประทานเพิ่มมากขึ้นอีก อย่างไรก็ตาม หากเรารับประทานมากเกินกำหนดร่างกายจะมีการจัดการกับแคลอรี่ที่เกินมาด้วยตัวของมันเองโดยไม่ทำให้น้ำหนักเพิ่ม แต่ถ้าหากเรารับประทานมากเกินไปจนเป็นนิสัย นั่นถึงจะทำให้อ้วน


    ดังนั้น แทนที่จะลดน้ำหนักด้วยการนับแคลอรี่ ให้ลองวิธีต่อไปนี้

    เมื่อเข้าไปในซุปเปอร์มาเก็ต ให้นึกถึงอาหารสำหรับรับประทาน ไม่ใช่นึกถึงแคลอรี่ การลดน้ำหนัก ให้ดูองค์รวมของพฤติกรรม และร่างกาย ไม่ใช่ดูเพียงบางส่วน เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พวกผัก ผลไม้ อาหารธัญพืช โปรตีนไม่ติดมัน และในการรับประทานอาหารไม่ต้องรีบ ให้รับประทานอย่างช้าๆ ด้วยความรู้สึกพึงพอใจ หากรับประทานได้อย่างสมดุลในทุกๆ มื้อ ร่างกายก็จะสมดุลตามไปด้วยโดยไม่ต้องอาศัยการนับแคลอรี่แต่อย่างใด

ติดตามSanook! Health

ติดตาม เกร็ดความรู้ ข้อมูลน่ารู้ เรื่องสุขภาพ ได้ที่ https://www.sanook.com/health/ ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!