อาหารเหลือในตู้เย็น เก็บได้นานแค่ไหน เมนูที่ไม่ควรเสี่ยงกินต่อ

อาหารเหลือในตู้เย็น เก็บได้นานแค่ไหน เมนูที่ไม่ควรเสี่ยงกินต่อ

อาหารเหลือในตู้เย็น เก็บได้นานแค่ไหน เมนูที่ไม่ควรเสี่ยงกินต่อ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

อาหารเหลือเป็นสิ่งที่หลายบ้านต้องเจอ โดยเฉพาะเวลาทำกับข้าวไว้มากเกินไป หลายคนเลือกเก็บเข้าตู้เย็นเพื่อนำกลับมากินในมื้อต่อไป เพราะคิดว่าเมื่อแช่เย็นแล้วอาหารจะเก็บได้นาน แต่ความจริงแล้ว ตู้เย็นไม่ได้ทำให้อาหารปลอดภัยไปได้ตลอดเวลา

อาหารแต่ละประเภทมีอายุการเก็บแตกต่างกัน และยังขึ้นอยู่กับวิธีปรุง อุณหภูมิ และระยะเวลาที่อาหารอยู่นอกตู้เย็นด้วย ที่สำคัญคืออาหารที่เริ่มเสียบางชนิดอาจยังไม่มีกลิ่นเหม็นหรือมีหน้าตาผิดปกติให้สังเกตได้ชัดเจน

อาหารเหลือในตู้เย็น เก็บได้นานแค่ไหน?

โดยทั่วไป อาหารปรุงสุกที่เก็บอย่างถูกวิธีในตู้เย็นที่มีอุณหภูมิประมาณ 4 องศาเซลเซียสหรือต่ำกว่า ควรบริโภคภายในประมาณ 3-4 วัน เพื่อความปลอดภัย

สิ่งสำคัญคือไม่ควรปล่อยอาหารปรุงสุกไว้ที่อุณหภูมิห้องนานเกินไปก่อนนำเข้าตู้เย็น โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อน เพราะเชื้อจุลินทรีย์บางชนิดสามารถเพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็ว

หากเป็นอาหารปริมาณมาก ควรแบ่งใส่ภาชนะตื้นและมีฝาปิด แทนการเก็บทั้งหม้อใบใหญ่ เพื่อให้อาหารเย็นลงได้เร็วและลดโอกาสปนเปื้อน

เมนูที่ไม่ควรเสี่ยงกินต่อ แม้แช่ตู้เย็นแล้ว

1. ข้าวสวยหรือข้าวผัดที่เก็บไว้นาน

ข้าวที่ปรุงสุกแล้วไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องนาน เพราะอาจมีแบคทีเรียบางชนิด เช่น Bacillus cereus ปนเปื้อนอยู่ได้ และสามารถสร้างสารพิษที่ทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษ

หากมีข้าวเหลือ ควรรีบนำเข้าตู้เย็นหลังปรุงหรือหลังรับประทาน และเก็บในภาชนะปิดสนิท หากเก็บไว้นานเกินช่วงที่เหมาะสม หรือไม่แน่ใจว่าเคยวางทิ้งไว้นานแค่ไหน การทิ้งอาจปลอดภัยกว่าการนำกลับมากิน

2. แกงกะทิและอาหารที่มีกะทิ

แกงกะทิ เช่น แกงเขียวหวาน พะแนง หรือแกงกะหรี่ เป็นอาหารที่หลายบ้านมักทำครั้งละมาก ๆ แล้วเก็บไว้กินหลายมื้อ

แม้การแช่เย็นจะช่วยชะลอการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ แต่ไม่ได้หยุดการเสื่อมเสียโดยสมบูรณ์ หากอาหารมีกลิ่นเปลี่ยน รสชาติผิดปกติ มีฟอง หรือมีลักษณะผิดไปจากเดิม ไม่ควรฝืนรับประทาน

3. อาหารประเภทปลาและอาหารทะเลปรุงสุก

ปลา กุ้ง ปลาหมึก และอาหารทะเลเป็นวัตถุดิบที่เน่าเสียง่าย หากปรุงสุกแล้วควรรีบเก็บเข้าตู้เย็นและรับประทานภายในระยะเวลาที่เหมาะสม

หากอาหารทะเลมีกลิ่นผิดปกติ เนื้อมีลักษณะเหนียวหรือเปลี่ยนสี หรือถูกนำออกจากตู้เย็นหลายครั้งจนอยู่ในอุณหภูมิห้องเป็นเวลานาน ควรหลีกเลี่ยงการรับประทาน

4. เมนูไข่ที่ปรุงสุกแล้ว

อาหารที่มีไข่เป็นส่วนประกอบ เช่น ไข่เจียว ไข่พะโล้ หรือเมนูไข่ต่าง ๆ ควรเก็บในตู้เย็นอย่างเหมาะสมหลังรับประทาน

โดยเฉพาะเมนูที่มีส่วนผสมหลายอย่าง ไม่ควรอาศัยเพียงการดมกลิ่นหรือดูหน้าตาในการตัดสินว่าอาหารยังปลอดภัย เพราะเชื้อก่อโรคบางชนิดอาจไม่ได้ทำให้อาหารมีกลิ่นหรือหน้าตาเปลี่ยนอย่างชัดเจน

5. เนื้อสัตว์ปรุงสุกและอาหารผัดต่าง ๆ

เมนูอย่างหมูผัด ไก่ผัด เนื้อผัด หรืออาหารที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ ควรเก็บในภาชนะที่สะอาดและปิดสนิทหลังรับประทาน

หากเก็บไว้นานเกินไป หรืออาหารผ่านการนำออกมาวางที่อุณหภูมิห้องหลายครั้งแล้วนำกลับเข้าตู้เย็นซ้ำ ควรหลีกเลี่ยง เพราะการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิบ่อยครั้งเพิ่มโอกาสให้อาหารอยู่ในช่วงอุณหภูมิที่เชื้อจุลินทรีย์เจริญเติบโตได้ดี

6. ซุปและน้ำแกง

ซุป น้ำแกง และอาหารที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบมาก แม้จะดูเหมือนเก็บได้นาน แต่ก็สามารถปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ได้เช่นกัน

การเก็บควรแบ่งใส่ภาชนะขนาดเล็กแทนการนำหม้อใบใหญ่เข้าตู้เย็นทั้งใบ และเมื่อจะนำกลับมากินควรอุ่นให้ร้อนอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะอาหารที่เก็บไว้หลายวัน

7. อาหารที่ถูกตักกินซ้ำหลายครั้ง

อาหารที่น่ากังวลไม่ได้มีเพียงเมนูที่เก็บไว้นานเท่านั้น แต่อาหารที่ถูกนำออกมารับประทานแล้วเก็บกลับเข้าตู้เย็นหลายครั้งก็มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

การใช้ช้อนกลางและภาชนะสะอาดช่วยลดโอกาสปนเปื้อน แต่หากอาหารเคยวางอยู่บนโต๊ะเป็นเวลานาน หรือมีการตักกินซ้ำหลายรอบโดยไม่ได้ควบคุมอุณหภูมิ ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

อาหารเสีย ดูจากกลิ่นอย่างเดียวไม่ได้

หลายคนใช้วิธีดมกลิ่นหรือชิมเล็กน้อยเพื่อดูว่าอาหารยังรับประทานได้หรือไม่ แต่วิธีนี้ไม่ใช่หลักประกันความปลอดภัย เพราะเชื้อก่อโรคบางชนิดสามารถอยู่ในอาหารโดยที่ไม่ทำให้กลิ่น สี หรือรสชาติเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

ดังนั้น หากไม่แน่ใจว่าอาหารถูกเก็บไว้นานแค่ไหน หรือเคยถูกวางไว้ที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลานานหรือไม่ ไม่ควรชิมเพื่อทดสอบ และควรพิจารณาทิ้งเพื่อความปลอดภัย

วิธีเก็บอาหารเหลือให้ปลอดภัยขึ้น

หลังรับประทานอาหารเสร็จ ควรเก็บอาหารเข้าตู้เย็นโดยเร็ว ไม่ควรปล่อยอาหารปรุงสุกไว้บนโต๊ะเป็นเวลานาน และควรแบ่งอาหารปริมาณมากใส่ภาชนะตื้น ๆ เพื่อช่วยให้เย็นเร็วขึ้น

ควรเก็บอาหารในภาชนะที่สะอาดและมีฝาปิด พร้อมติดวันที่ไว้บนภาชนะเพื่อช่วยจำว่าอาหารถูกเก็บไว้ตั้งแต่เมื่อใด วิธีนี้ช่วยลดปัญหาการเปิดตู้เย็นมาแล้วจำไม่ได้ว่าอาหารกล่องนั้นเก็บไว้นานกี่วัน

อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือ อย่าอัดอาหารจนเต็มตู้เย็นเกินไป เพราะอาจทำให้อากาศเย็นหมุนเวียนไม่ทั่วถึงและส่งผลต่อการควบคุมอุณหภูมิภายในตู้เย็น

เมื่อไหร่ควรทิ้งอาหารทันที?

หากอาหารมีเชื้อรา กลิ่นผิดปกติ สีเปลี่ยนอย่างเห็นได้ชัด มีเมือก มีฟองที่ไม่ควรเกิดขึ้น หรือภาชนะมีลักษณะผิดปกติ ควรทิ้งทันที และไม่ควรทดลองชิมเพื่อพิสูจน์ว่าอาหารยังรับประทานได้หรือไม่

ที่สำคัญ หากจำไม่ได้ว่าอาหารเก็บไว้นานกี่วัน หรือไม่ทราบว่าอาหารเคยถูกวางไว้ที่อุณหภูมิห้องนานแค่ไหน การทิ้งอาหารถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า เพราะอาหารที่เสี่ยงเสียไม่คุ้มกับความเสี่ยงที่จะเกิดอาหารเป็นพิษ

สรุป

การแช่ตู้เย็นช่วยยืดอายุอาหารได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าอาหารจะปลอดภัยตลอดไป อาหารปรุงสุกโดยทั่วไปควรบริโภคภายในประมาณ 3-4 วันเมื่อเก็บในตู้เย็นอย่างเหมาะสม และต้องคำนึงถึงระยะเวลาที่อาหารอยู่นอกตู้เย็นก่อนนำไปแช่ด้วย

โดยเฉพาะข้าว อาหารทะเล เนื้อสัตว์ อาหารที่มีกะทิ เมนูไข่ ซุป และอาหารที่ถูกนำออกมากินซ้ำหลายครั้ง ควรใส่ใจเรื่องการเก็บรักษาเป็นพิเศษ เพราะ หน้าตาและกลิ่นที่ยังปกติไม่ได้แปลว่าอาหารนั้นปลอดภัยเสมอไป

อ่านเพิ่มเติม เช็กด่วน! 4 อาหารเหลือแช่ตู้เย็น ที่ถูกเตือน "ห้ามกินซ้ำ" แหล่งเพาะเชื้อจริง หรือแค่ไม่รู้วิธีเก็บ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล