เคล็ดลับเก็บกล้วยให้นานขึ้น ไม่สุกเร็ว กินไม่ทันก็ไม่ต้องทิ้ง

เคล็ดลับเก็บกล้วยให้นานขึ้น ไม่สุกเร็ว กินไม่ทันก็ไม่ต้องทิ้ง

เคล็ดลับเก็บกล้วยให้นานขึ้น ไม่สุกเร็ว กินไม่ทันก็ไม่ต้องทิ้ง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

วิธีเก็บ "กล้วย" ไม่ให้สุกเร็ว ทำตามนี้ช่วยยืดอายุ เก็บไว้กินได้นานขึ้น

กล้วย เป็นผลไม้ที่หลายคนซื้อติดบ้านไว้ เพราะรับประทานง่าย อิ่มท้อง และอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ปัญหาที่หลายบ้านมักเจอคือ ซื้อมาได้เพียงไม่กี่วัน กล้วยก็สุกงอมจนกินแทบไม่ทัน บางครั้งเปลือกดำเร็ว จนต้องทิ้งทั้งที่ยังรับประทานได้ไม่หมด

สาเหตุที่กล้วยสุกเร็ว เพราะเป็นผลไม้ที่ปล่อยก๊าซเอทิลีน ซึ่งเป็นก๊าซธรรมชาติที่ช่วยเร่งการสุกของผลไม้ หากเก็บไม่ถูกวิธี ก็จะยิ่งทำให้สุกเร็วกว่าเดิม แต่หากรู้วิธีเก็บที่เหมาะสม ก็สามารถช่วยชะลอการสุกและยืดอายุของกล้วยให้อยู่ได้นานขึ้น

5 วิธีเก็บกล้วยไม่ให้สุกเร็ว

1. เก็บในที่เย็น อากาศถ่ายเท และแห้ง

ควรวางกล้วยไว้ในบริเวณที่อากาศถ่ายเท ไม่อับชื้น และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีอุณหภูมิสูง เพราะความร้อนจะเร่งให้กล้วยสุกเร็วขึ้น

2. หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง

ไม่ควรวางกล้วยไว้ริมหน้าต่างหรือบริเวณที่โดนแดดเป็นเวลานาน เนื่องจากแสงแดดและความร้อนจะทำให้เปลือกกล้วยเปลี่ยนเป็นสีดำและสุกเร็วกว่าปกติ

3. ห่อขั้วกล้วยด้วยพลาสติกแรป

ขั้วกล้วยเป็นจุดที่ปล่อยก๊าซเอทิลีนออกมามากที่สุด การใช้พลาสติกแรปพันบริเวณขั้ว จะช่วยลดการกระจายของก๊าซ ทำให้กล้วยสุกช้าลง

4. แยกกล้วยออกจากกัน

หากไม่จำเป็นต้องเก็บไว้ทั้งหวี ลองแยกกล้วยออกเป็นลูก ๆ จะช่วยลดการสะสมของก๊าซเอทิลีน และช่วยให้กล้วยแต่ละลูกสุกช้ากว่าการเก็บรวมกัน

5. แช่ตู้เย็นเมื่อกล้วยเริ่มสุก

เมื่อกล้วยเริ่มมีสีเหลืองและยังรับประทานไม่ทัน สามารถนำเข้าตู้เย็นได้ แม้เปลือกจะคล้ำขึ้น แต่เนื้อกล้วยด้านในยังคงสดและช่วยยืดอายุการเก็บรักษาได้อีกหลายวัน

เคล็ดลับเก็บกล้วยให้อยู่ได้นานขึ้น

  • เลือกซื้อกล้วยที่ยังไม่สุกจัด เพราะจะเก็บได้นานกว่า
  • ไม่ควรวางกล้วยไว้ใกล้ผลไม้ที่ปล่อยก๊าซเอทิลีน เช่น แอปเปิ้ล มะม่วง อะโวคาโด หรือมะเขือเทศ เพราะจะทำให้กล้วยสุกเร็วขึ้น
  • หมั่นตรวจดูความสุกของกล้วยทุกวัน หากเริ่มสุกกำลังดี ควรรับประทานหรือแปรรูปเป็นเมนูต่าง ๆ เพื่อป้องกันการเน่าเสีย

เพียงปรับวิธีเก็บเล็กน้อย ก็สามารถช่วยยืดอายุของกล้วยให้อยู่ได้นานขึ้น ลดปัญหากินไม่ทันจนต้องทิ้ง และยังช่วยลดการสูญเสียอาหารภายในบ้านได้อีกด้วย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล