"ผักจิ๋ว" ที่คนญี่ปุ่นแนะนำให้กิน เพื่อร่างกายที่แข็งแรง

"ผักจิ๋ว" ที่คนญี่ปุ่นแนะนำให้กิน เพื่อร่างกายที่แข็งแรง
Anngle

สนับสนุนเนื้อหา

คนญี่ปุ่นมักจะมีเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเพื่อให้แข็งแรงและแลดูอ่อนวัยอยู่เสมอ หนึ่งในเคล็ดลับที่ได้รับความนิยมมากในกลุ่มคนรักสุขภาพก็คือ ผักจิ๋วหลายชนิด มารู้จักผักจิ๋วที่คนญี่ปุ่นแนะนำว่าควรรับประทานเป็นประจำเพื่อคงความแข็งแรงและความอ่อนเยาว์ของร่างกายกันนะ

"ผักจิ๋ว" ที่คนญี่ปุ่นแนะนำให้กิน เพื่อร่างกายที่แข็งแรง

  • มะเขือเทศราชินีหรือมะเขือเทศเชอร์รี่  (ミニトマト)

แม้จะมีผลเล็กจิ๋วแต่มะเขือเทศเชอร์รี่มีคุณค่าสารอาหารมากมายอย่างไม่น่าเชื่อ โดยมีวิตามินบี วิตามินซี และโพแทสเซียมสูงกว่ามะเขือเทศผลใหญ่ 1-2 เท่า มีไลโคปีนสูงกว่าประมาณ 3 เท่า และมีสารเอสคิวลีโอไซด์ เอ (Esculeoside A) สูงกว่าประมาณ 3-5 เท่า ซึ่งสารเอสคิวลีโอไซด์ เอ นี้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าไลโคปีน ช่วยลดความรุนแรงของภาวะหมดประจำเดือน ป้องกันโรคภูมิแพ้ โรคกระดูกพรุน โรคมะเร็ง และโรคหัวใจ เป็นต้น การรับประทานมะเขือเทศเชอร์รี่เพียงวันละ 3 ผลจะทำให้ร่างกายรับสารต่างๆ ที่มีคุณค่าต่อความงามและช่วยป้องกันโรคที่เกิดจากการดำเนินชีวิตประจำวันได้ดี

  • ต้นอ่อนหัวไชเท้า (かいわれ大根)

ต้นอ่อนหัวไชเท้าอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญ ได้แก่ วิตามินเค วิตามินซี กรดโฟลิก วิตามินอี บีต้า แคโรทีน ซึ่งช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและมีผิวพรรณดี ไอโซไธโอไซยาเนต (Isothiocyanate) ซึ่งเป็นสารที่ให้รสเผ็ด สารชนิดนี้จะช่วยทำให้ตับแข็งแรง ส่งผลในการทำให้ร่างกายแข็งแรงและป้องกันโรคต่างๆ รวมถึงมะเร็ง ได้ เมลาโทนิน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยทำให้นอนหลับสนิท ช่วยซ่อมแซมส่วนต่างๆ ของร่างกายในระดับเซลล์ และมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่สามารถยับยั้งและป้องกันโรคอัลไซเมอร์ ได้ นอกจากนี้ต้นอ่อนหัวไชเท้ายังอุดมไปด้วยเอนไซม์ไดแอสเตส (Diastase) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ช่วยย่อยสลายอาหารประเภทแป้ง ส่งผลในการป้องกันการปวดท้องจากอาหารไม่ย่อย เป็นต้น

ต้นอ่อนหัวไชเท้า 100 กรัมให้พลังงานเพียง 21 กิโลแคลอรี่ การนำมารับประทานสดจะทำให้ได้รับคุณค่าสารอาหารจากต้นอ่อนหัวไชเท้าได้อย่างเต็มที่

  • กะหล่ำดาว (芽キャベツ)

กะหล่ำดาวเป็นผักที่มีลักษณะคล้ายกะหล่ำปลีแต่มีขนาดเล็ก และมีวิตามินซีสูงกว่ากะหล่ำปลีธรรมดาถึง 4 เท่า การรับประทานกะหล่ำดาวต้มเพียง 5-6 หัว หรือประมาณ 100 กรัมก็ทำให้ร่างกายได้รับปริมาณวิตามินซีที่เพียงพอกับความต้องการในแต่ละวันแล้ว นอกจากนี้กะหล่ำดาวยังอุดมไปด้วยวิตามินยู ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการซ่อมแซมเยื่อบุผิวของกระเพาะอาหาร ช่วยรักษาแผลที่เกิดขึ้นที่บริเวณเยื่อบุของกระเพาะอาหาร หลอดอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น อีกทั้งกะหล่ำดาวยังอุดมไปด้วยวิตามินเค ซึ่งช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนได้ดี

วิธีนำกะหล่ำดาวมารับประทานเพื่อคงความอร่อยและคุณค่าสารอาหารไว้คือ การลอกใบชั้นนอกออก 1-2 ใบ แล้วนำมาต้มในน้ำเดือดที่เติมเกลือเล็กน้อยเป็นเวลา 1 นาทีครึ่ง ถึง 3 นาที และวางไว้ให้เย็นโดยไม่แช่น้ำ หากนำกะหล่ำดาวมาปรุงเป็นเมนูประเภทซุปก็ควรรับประทานน้ำซุปให้หมดด้วย เพราะสารอาหารต่างๆ จากผักชนิดนี้จะละลายลงสู่น้ำซุป

ได้เห็นประโยชน์และคุณค่าอาหารของผักเหล่านี้ก็ทำให้นึกถึงพริกขี้หนูที่จิ๋วแต่สรรพคุณไม่จิ๋วเหมือนกัน เพื่อสุขภาพที่ดีลองหาผักดังกล่าวมาติดครัวไว้ดูนะ