ข้อดีของ IF หรือ “งดมื้ออาหาร” ที่มากกว่าแค่ “ลดน้ำหนัก”

ข้อดีของ IF หรือ “งดมื้ออาหาร” ที่มากกว่าแค่ “ลดน้ำหนัก”

ข้อดีของการทำ IF (Intermittent Fasting) หรือ การอดอาหารเป็นเวลา ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องของการลดน้ำหนักเท่านั้น แต่ยังดีต่อสุขภาพในหลาย ๆ เรื่อง หากทำ IF ได้อย่างถูกวิธี จะทำให้ร่างกายแข็งแรง สุขภาพดีขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ

IF หรือ Intermittent Fasting คือการงดอาหารเป็นเวลา โดยมีเวลาให้เลือกหลายรูปแบบ แต่ที่เป็นที่นิยมที่สุดคือสูตร 16:8 คือสามารถกินอาหารได้ภายใน 8 ชั่วโมง และ 16 ชั่วโมงที่เหลือให้งดอาหารที่ให้พลังงานทุกชนิด เพื่อปล่อยให้ร่างกายดึงพลังงานที่สะสมอยู่ออกมาใช้

>> ลดน้ำหนักให้ได้ผลด้วย Intermittent Fasting (IF)
>> งดมื้ออาหาร (Intermittent Fasting) เทรนด์ใหม่ “ลดน้ำหนัก” อย่างถูกวิธี


ข้อควรจำก่อนทำ IF

ก่อนอดอาหาร หรือทำ fasting ต้องจำเอาไว้ว่า กว่าร่างกายจะได้รับประโยชน์ ต้องอดอาหาร 8-12 ชั่วโมง น้อยกว่านี้ไม่ได้ และต้องอดจริง ๆ ห้ามกินอะไรที่ให้พลังงานเด็ดขาด เพื่อให้ร่างกายปรับเปลี่ยนการเผาผลาญพลังงานใหม่

หากสนใจอยากทำ IF ควรค่อย ๆ เริ่มทำ จากที่จะงดอาหาร 16 ชม. อาจเริ่มจาก 12 ชม. ก่อน แล้วค่อย ๆ เพิ่มเป็น 14 ชม. และค่อย ๆ เป็น 16 ชม. และไม่ควรรับประทานอาหารในช่วงที่รับประทานอาหารได้มากเกินไป ควรรับประทานตามปกติ หรือจำกัดประเภทของอาหารในแบบที่คนลดน้ำหนักรับประทานกัน เช่น ลดไขมันจากสัตว์ เพิ่มผักผลไม้ ฯลฯ จะทำให้การทำ IF ได้ผลมากกว่า

นอกจากนี้ กลุ่มคนที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ อาจจะต้องปรึกษาแพทย์ก่อนทำ IF เพื่อหลีกเลี่ยงผลเสียที่อาจเกิดขึ้นได้จากการอดอาหารนาน ๆ


ข้อดี/ประโยชน์ของการทำ IF

จากข้อมูลของวารสารทางการแพทย์ The New England Journal of Medicine ให้ข้อมูลเอาไว้ดังนี้

  1. อนุมูลอิสระในร่างกายลดลง

  2. การอักเสบซ่อนเร้นในร่างกายลดลง

  3. ชะลอวัย อ่อนเยาว์ขึ้น เป็นผลมาจากอนุมูลอิสระ และการอักเสบในร่างกายลดลง

  4. ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ดีมากยิ่งขึ้น (ถ้าร่างกายมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน อาจเสี่ยงโรคเบาหวาน)

  5. ช่วยทำให้ยีนส์ที่ดีบางตัวแสดงออกได้ดีขึ้น โดยเฉพาะ สารที่ช่วยส่งเสริมการทำงานของสมอง ให้เราฉลาดขึ้น

  6. ความจำดีขึ้น

  7. ร่างกายซ่อมแซมดีเอ็นเอได้ดีขึ้น

  8. ร่างกายจัดการกับเซลล์ที่ใช้ไม่ได้ได้ดีขึ้น โดยนำบางส่วนที่ยังใช้ได้อยู่นำกลับมาใช้ใหม่ ทำให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายดำเนินต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  9. ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคหัวใจ

ทั้งนี้ ประโยชน์ที่กล่าวมาข้างต้น เกิดจากการวิจัยในระยะไม่นาน ยังไม่มีผลงานวิจัยในระยะเกิน 10 ปี ดังนั้นในอนาคตอาจจะต้องติดตามกันต่อว่าการทำ IF มีข้อดีข้อเสียอย่างไรเพิ่มเติมหรือไม่


การทำ IF กับ “มะเร็ง

ปัจจุบันยังไม่มีรายงานการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการทำ IF ว่าส่งผลอย่างไรต่อเซลล์มะเร็งหรือไม่ แม้ว่าการทำ IF จะทำให้เซลล์มะเร็งขาดแหล่งพลังงานไปบ้าง แต่ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าจะสามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง หรือช่วยลดเซลล์มะเร็งได้หรือไม่