“มะเร็งกระเพาะอาหาร” อันตรายที่อาจมาจาก “เชื้อแบคทีเรีย-อาหารปิ้งย่าง-ของหมักดอง”

“มะเร็งกระเพาะอาหาร” อันตรายที่อาจมาจาก “เชื้อแบคทีเรีย-อาหารปิ้งย่าง-ของหมักดอง”

มะเร็งส่วนใหญ่อาจมีสาเหตุสำคัญมาจากพันธุกรรม แต่มะเร็งกระเพาะอาหารมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ และอาหาร

มะเร็งกระเพาะอาหาร อาจเป็นชื่อโรคมะเร็งที่ไม่ค่อยคุ้นหูคนไทยเท่าไร ในประเทศไทย อุบัติการณ์ของ โรคมะเร็งกระเพาะอาหารพบได้เท่ากับ 4.1 ราย และ 2.5 ราย ต่อประชากรแสนราย ในเพศชายและเพศหญิง ดังนั้นหลายคนจึงอาจไม่ทราบรายละเอียดของโรค อาการ และสาเหตุของโรคมะเร็งกระเพาะอาหารกันมากนัก แต่อันที่จริงแล้ว จากสถิติโรคมะเร็งทั่วโลกในปัจจุบัน โรคมะเร็งกระเพาะอาหารพบได้บ่อยเป็นลำดับที่ 6 และพบว่าเป็นสาเหตุการ ตายมากเป็นลำดับที่ 3 ในเพศชาย และลำดับที่ 5 ในเพศหญิง


สาเหตุของมะเร็งกระเพาะอาหาร

มะเร็งกระเพาะอาหารมาจากหลายสาเหตุ ที่สำคัญหลักๆ มาจาก 2 สาเหตุใหญ่ ได้แก่

 

  • พันธุกรรม 

 

อาจมีคนในครอบครัว ญาติพี่น้อง ที่เคยมีประวัติการเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหารมาก่อน

 

  • การติดเชื้อเอช.ไพโลไร (H. Pylori) 

 

การติดเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า Helicobacter pylori (H. Pylori, เอชไพโลไร) เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดมะเร็งเยื่อบุกระเพาะอาหาร หรือมะเร็งต่อมน้ำเหลืองของกระเพาะแบบชนิดที่ไม่รุนแรง สาเหตุนี้เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย โดยสามารถเชื้อแบคทีเรียนี้สามารถติดต่อกันได้จากการรับประทานอาหารร่วมกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อแบคทีเรียนี้โดยไม่ได้ใช้ช้อนกลาง หรืออาจมาจากการดื่มน้ำที่ไม่สะอาด

 

  • การอักเสบของกระเพาะอาหารเรื้อรัง 

 

การกินอาหารบางอย่างที่กระตุ้นทำให้เกิดการอักเสบ เช่น อาหารปิ้งย่าง รวมถึงอาหารที่ดองเกลือ อาหารที่ผ่านการรมควัน เป็นต้นก็อาจจะเป็นตัวการที่กระตุ้นให้เกิดมะเร็งได้ นอกจากนี้การรับประทานอาหารรสจัด และรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้กระเพาะอาหารอักเสบได้เช่นกัน

 

  • มะเร็งเนื้อเยื่อเกี่ยวพันหรือมะเร็งจิสต์ (GIST) 

 

เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ของกระเพาะอาหารเอง ไม่มีสาเหตุในการกระตุ้นอย่างชัดเจน


กลุ่มเสี่ยงโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

  • อายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป ก็มีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งกระเพาะอาหารมากขึ้น

  • เพศชาย มีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งกระเพาะอาหารมากกว่าผู้หญิง

  • เชื้อชาติ พบมะเร็งกระเพาะอาหารในชาวเอเชียมากกว่า ชนชาติอื่นๆ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นและประเทศใน แถบภูมิภาคเอเชียตะวันออก 

  • มีประวัติคนในครอบครัวเคยเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

  • สูบบุหรี่


อาการของโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

ในช่วงแรก ผู้ป่วยโรคมะเร็งกระเพาะอาหารอาจไม่รู้สึกตัวว่าตัวเองกำลังป่วยด้วยโรคนี้อยู่ เพราะอาจไม่แสดงอาการอะไรออกมาอย่างชัดเจน แต่อาจมีสัญญาณอันตรายที่เตือนภัยโรคนี้อยู่บ้าง เช่น

  • จุกเสียดแน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย
  • ปวดท้อง ไม่สบายท้อง หิวก็ปวด อิ่มก็ปวด

  • อยากอาหารน้อยลง

  • น้ำหนักลด

  • อุจจาระเป็นสีดำ หรือมีเลือดปน

  • อาเจียน และอาจอาเจียนเป็นเลือด

เป็นต้น

>> 9 สัญญาณอันตราย “มะเร็งกระเพาะอาหาร”


อันตรายของโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

นอกจากจะทำให้เกิดความผิดปกติของการทำงานของกระเพาะอาหารแล้ว ยังอาจส่งผลกระทบไปยังอวัยวะส่วนอื่นๆ หากมะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะข้างเคียงอีกด้วย เช่น ตับ ตับอ่อน ม้าม กระบังลม ลำไส้ใหญ่ ไต ต่อมหมวกไต 


การรักษาโรค
มะเร็งกระเพาะอาหาร

โรคมะเร็งกระเพาะอาหารมีหลายรูปแบบการให้ยาเคมี การให้รังสีรักษา และ การผ่าตัดซึ่งจะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นกับระยะของโรค ตำแหน่งของมะเร็งว่าอยู่ส่วนไหนของกระเพาะอาหาร ความแข็งแรงของผู้ป่วย และปัจจัยอื่นๆ

หากตรวจพบในระยะต้นที่ยังไม่มีการแพร่กระจายการรักษาจะหวังผลเพื่อให้หายขาดจากโรคยังคงต้องใช้การผ่าตัดเป็นหลัก โดยอาจตัดเนื้อกระเพาะอาหารในส่วนที่พบมะเร็ง ไปจนถึงตัดต่อมน้ำเหลืองโดยรอบที่คาดว่ามะเร็งจะกระจายตัวออกไปทั้งหมด ทั้งนี้ถ้าหากพบว่าเป็นมะเร็งระยะแรกๆก็จะสามารถทำการผ่าตัดแบบแผลเล็กหรือผ่าตัดผ่านกล้องได้อีกด้วย

หลังผ่าตัด ในรายที่กระเพาะอาหารเล็กลง หรือถูกตัดกระเพาะอาหารออกไป อาจต้องปรับวิธีในการรับประทานอาหาร เนื่องจากการที่ไม่มีกระเพาะอาหารจะทำให้การดูดซึมแร่ธาติและวิตามินบางชนิดแย่ลงจึงต้องได้รับคำแนะนำต่างๆ จากแพทย์


วิธีป้องกันโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

  1. รับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น แม้กระทั่งกับคนสนิท คนในครอบครัว ก็ควรใช้ช้อนกลางทุกครั้ง เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อแบคทีเรีย

  2. ลดการรับประทานอาหารปิ้งย่าง หมักดอง อาหารรสจัด อาหารรมควัน รวมถึงรับประทานอาหารให้ตรงเวลาด้วย

  3. เลือกรับประทานอาหาร และน้ำดื่มที่สะอาดจริงๆ เท่านั้น

  4. หากมีคนในครอบครัวมีประวัติโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร สามารถเข้ารับการตรวจโรคได้อย่างละเอียด

  5. หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดท้อง อาเจียน ควรปรึกษาแพทย์