“น้ำผลไม้” อาจไม่ได้ช่วยดีท็อกซ์ร่างกายได้ดีอย่างที่คิด

“น้ำผลไม้” อาจไม่ได้ช่วยดีท็อกซ์ร่างกายได้ดีอย่างที่คิด

“ดีท็อกซ์” คำนี้คนไทยใช้กันทั่วไปแทนคำว่า “ล้างพิษ” ไปแล้ว และอะไรที่ช่วยดีท็อกซ์ หรือล้างพิษในร่างกายได้ ก็มักได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ รวมถึงความเชื่อที่ว่า “น้ำผลไม้” ช่วยดีท็อกซ์ หรือล้างพิษในร่างกายได้

 

เรา “ล้างพิษ” ในร่างกายกันอย่างไร?

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า “พิษ” ที่เราต้องการจะล้างมันออกไปคืออะไร หากหมายถึงสารพิษที่ทำให้เกิดอันตรายในร่างกาย เช่น กรด ด่าง สารหนู โลหะหนัก ฯลฯ การ “ล้างพิษ” เหล่านี้ออกจากร่างกายนั้น ไม่ได้ทำกันได้ง่ายๆ หากต้องการล้างสารพิษออกจากไปร่างกายจริงๆ อาจต้องพึ่งพา แอคทิเวตเตด (Activated Carbon) คาร์บอน หรือผงถ่าน ที่มีไว้ใช้เพื่อการดูดซับสารพิษออกไปจากร่างกายโดยเฉพาะ และการใช้ผงถ่านในการล้างพิษ ต้องได้รับการควบคุมจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือศึกษารายละเอียดก่อนใช้เป็นอย่างดี รวมถึงได้รับการตรวจร่างกาย และพิจารณาเห็นสมควรแล้วว่าควรใช้ ถึงจะปลอดภัยต่อร่างกายของเรามากที่สุด

 

น้ำผลไม้ VS การล้างพิษ

การดื่มน้ำผลไม้กับการล้างพิษ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันโดยตรง หากแต่เป็นการพูดถึงน้ำผลไม้ที่ช่วยเรื่องการขับถ่ายเสียมากกว่า สิ่งที่ช่วยชะล้างไขมันที่เกาะอยู่ตามอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย เช่น ตับ ไต ลำไส้ ไม่ได้มีแค่น้ำผลไม้ แต่รวมถึงผักผลไม้ และธัญพืชทุกชนิดที่มีกากใยอาหารสูง รวมไปถึงการลดการบริโภคคาร์โบไฮเดรต และไขมันจากสัตว์ รวมถึงไขมันทรานส์ ที่มีความเสี่ยงที่จะเกาะตามลำไส้ อุดตันลำไส้ และเส้นเลือด และเป็นไขมันพอกตับได้นั่นเอง

 

น้ำผลไม้แยกกาก ทำลายสุขภาพมากกว่าให้ประโยชน์

อย่าลืมว่า น้ำผลไม้ที่มีคุณสมบัติในการเพิ่มประสิทธิภาพในการขับถ่าย รวมถึงลดไขมันในเลือดได้ ต้องเป็นน้ำผลไม้ที่มีกากใยอาหารรวมอยู่ด้วย ไม่ใช่น้ำผลไม้ที่มีแต่น้ำตาลล้วนๆ คุณอาจจะได้วิตามินจากการดื่มน้ำผลไม้ (ที่ไม่เต็มที่ 100% เพราะบางส่วนอยู่ในกากใยอาหารที่คุณไม่ได้ทาน) แต่คุณจะได้รับแต่น้ำตาลจากผลไม้ มากกว่าจะได้รับใยอาหารที่ช่วยเรื่องการลดไขมันในเลือด และเพิ่มประสิทธิภาพในการขับถ่ายอย่างแท้จริง จากรายงานการศึกษามากมายของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ทานผลไม้ทั้งผล มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานน้อยกว่าคนที่บริโภคแต่ “น้ำผลไม้” เพียวๆ ไม่มีกากอาหารเลย

Robert Lustig อาจารย์ด้านกุมารเวชศาสตร์ และวิทยาต่อมไร้ท่อ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ที่ซานฟรานซิสโก อธิบายว่า ใยอาหารแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ ใยอาหารที่ละลายน้ำได้ และแบบที่ละลายน้ำไม่ได้ ใยอาหารทั้งสองแบบจะผ่านการเคี้ยว และกลืนลงท้องผ่านทางปาก จากนั้นจะรวมตัวกันเป็นลักษณะคล้ายเจลที่เคลือบส่วนบนของระบบย่อยอาหาร คล้ายกับเป็นตะแกรงดับจับไขมันและน้ำตาลส่วนเกิน ก่อนจะรวมตัวขับถ่ายออกมาพร้อมกับอุจจาระ แต่หากเราดื่มน้ำผลไม้ที่มีแต่น้ำตาลล้วนๆ หรือรับประทานอาหารที่มีแต่แป้ง และน้ำตาลโดยไม่มีใยอาหารที่ช่วยดับจับไขมัน และน้ำตาลส่วนเกิน ก็จะทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลและไขมันเข้าไปเต็มๆ โดยไม่มีการกำจัดส่วนเกินออกไป

นอกจากนี้ การทานผลไม้ทั้งผล ยังอิ่มเร็วกว่าการดื่มแต่น้ำผลไม้ หากเรากินส้ม 2 ลูก เราอาจจะอิ่ม แต่หากเราคั้นแต่น้ำส้มมาดื่ม 2 ลูก เราอาจจะได้แค่ครึ่งแก้ว จนเราต้องบริโภคส้มมากขึ้น นั่นหมายถึงน้ำตาลที่เราบริโภคมากขึ้นด้วย

 

เคล็ดลับการดีท็อกซ์ (ล้างลำไส้) ง่ายๆ

อันที่จริงแล้ว "น้ำเปล่า" เป็นอาหารที่ช่วยดีท็อกซ์ลำไส้ได้ดีที่สุด หากเราดื่มน้ำอย่างเพียงพอในแต่ละวัน ก็ช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกๆ ส่วนของร่างกาย นอกจากนี้การออกกำลังกายก็ช่วยเร่งการทำงานของระบบขับถ่ายได้เช่นกัน ปัญหาท้องผูกก็จะลดลงไปด้วย

ดังนั้น หากอยากรับประทานน้ำผลไม้เพื่อการล้างลำไส้ให้สะอาด ลดไขมันที่เกาะตามลำไส้ รวมถึงลดความเสี่ยงของไขมันเกาะตับ ควรเลือกดื่มน้ำผลไม้พร้อมกากใยอาหาร หรือรับประทานผักผลไม้สดๆ รวมถึงลดการบริโภคคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว เช่น ข้าวขาว ขนมปังขาว เบเกอรี่ และอาหารน้ำตาลสูงต่างๆ ก็จะช่วยล้างลำไส้ ลดไขมันได้อย่างแท้จริง

 

>> 3 วิธีดีท็อกซ์ ล้างพิษตับผิดๆ ที่ห้ามทำ อันตรายถึงชีวิต

ติดตามSanook! Health

ติดตาม เกร็ดความรู้ ข้อมูลน่ารู้ เรื่องสุขภาพ ได้ที่ https://www.sanook.com/health/ ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!