3 ท่าออกกำลังกายลดไขมันช่วง “ปีกสะโพก”

3 ท่าออกกำลังกายลดไขมันช่วง “ปีกสะโพก”

หากใครที่อ่านหัวข้อแล้วสงสัยว่า “ปีกสะโพก” ของคนอยู่ตรงไหน (ไม่ใช่ปีกสะโพกไก่นะ) ปีกสะโพก ก็คือส่วนที่มีไขมันเกินออกมาจากสะโพกด้านข้าง ส่วนที่ผายออกมาที่สุดที่ไม่ใช่กระดูก เป็นไขมันสะสมที่ทำให้เราใส่ยีนส์คับเปรี๊ยะนั่นแหละ หากอยากลดบริเวณปีกสะโพกด้านข้าง เรามีวิธีออกกำลังกายง่ายๆ เพียง 3 ท่าต่อวันมาให้ทุกคนได้ลองทำกัน รับรองว่าได้ผลเกินคาดแน่นอน

 

3 ท่าออกกำลังกายลดไขมันช่วง “ปีกสะโพก”

ก่อนออกกำลังกาย อย่าลืมวอร์มร่างกายด้วยการทำท่ากายบริหารง่ายๆ 5-10 นาทีก่อนเริ่มออกกำลังกายทุกครั้ง เพื่อป้องกันการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ

 

ท่าที่ 1

Sumo Squat

 sumo-squat

หากใครที่เคยออกกำลังกายท่า Squat (สควอท) มาก่อนก็ง่ายหน่อย แค่เปลี่ยนมากางขาให้กว้างกว่าไหล่ แล้วทำเหมือนเดิม แต่ใครที่ไม่เคยออกกำลังกายท่านี้ เริ่มจากยืนตัวตรง ยกมือประสานกัน หรือทำท่าไหว้ (หรือยกดัมเบลเพื่อเพิ่มแรงต้านทาน) กางขาออกไปด้านข้างให้กว้างกว่าไหล่ของตัวเองเล็กน้อยจนเริ่มรู้สึกตึงขานิดๆ จากนั้นค่อยๆ ย่อขาลง หลังตั้งตรงไม่ขยับ ขยับเพียงส่วนของเขาที่ย่อขาลงเท่านั้น เปิดให้ส่วนขาด้านในออกให้กว้าง ทำช้าๆ จำนวน 15 ครั้ง 3 เซ็ต

 

ท่าที่ 2

Lunge

 lunge

เริ่มจากยืนตรง ปลายเท้าชี้ข้างหน้า มือเท้าเอว จากนั้นเริ่มก้าวขาขวาออกไปด้านหน้า ตามด้วยเข่าซ้ายงอลงจนเข่าเกือบติดพื้นในจังหวะเดียวกัน นับเป็น 1 ครั้ง ถอยขาขวากลับไปที่เดิม แล้วสลับก้าวขาซ้ายไปด้านพร้อมกดเข่าขวาลงช้าๆ นับเป็นครั้งที่ 2 ทำทั้งหมด 15 ครั้ง 3 เซ็ต

 

ท่าที่ 3

Pilates Inner-Thigh Leg Lift

 inner-thigh

ท่านี้เป็นท่าออกกำลังกายที่ถูกแนะนำมาตั้งแต่สมัยเมื่อนานมาแล้ว แต่เมื่อมีการออกกำลังกายที่เรียกว่า “พิลาทิส” เกิดขึ้น ก็มีการปัดฝุ่นนำท่าออกกำลังกายนี้มาแนะนำกันใหม่อีกครั้ง เหมาะสำหรับคนที่อยากออกกำลังกายส่วนต้นขา และสะโพกโดยไม่อยากทำท่า Squat เพราะอาจมีปัญหากับเข่า

เริ่มจากนอนตะแคงข้างบนผ้าปูรองพื้น (เสื่อโยคะ) วางขาด้านบนให้ตรงกับขาด้านล่าง จากนั้นยกเข่าของขาด้านบนไปด้านหน้า บิดเอวเล็กน้อย เอาเข่ากับน่องขาท่อนล่างวางนาบกับพื้นด้านหน้า จากนั้นพยายามยกขาด้านล่างอีกข้างหนึ่งให้พ้นพื้นขึ้นมา (ในขณะที่ขาต้องยืดตรง ไม่งอขา) ยกได้เท่าไรก็เอาเท่านั้น ทำทั้งหมด 15 ครั้ง 3 เซ็ตต่อขา 1 ข้าง

 

ทำให้ได้ทุกวันเป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือน แล้วเรามาดูผลกันว่าได้ผลขนาดไหน ใครทำแล้วรู้ว่ามันได้ผลจริงๆ อย่าลืมแชร์บทความนี้ต่อให้เพื่อนๆ ได้ร่วมสวยด้วยกันด้วยนะคะ

ติดตามSanook! Health

ติดตาม เกร็ดความรู้ ข้อมูลน่ารู้ เรื่องสุขภาพ ได้ที่ https://www.sanook.com/health/ ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!