เปิดชื่อ 8 โรคร้าย ทำลายสุขภาพช่วงวัยทำงานแบบไม่รู้ตัว

เปิดชื่อ 8 โรคร้าย ทำลายสุขภาพช่วงวัยทำงานแบบไม่รู้ตัว
Tonkit360

สนับสนุนเนื้อหา

แม้วัยทำงาน จะเป็นวัยที่อยู่ในช่วงสร้างเนื้อสร้างตัว แต่สุขภาพก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลย ยิ่งไลฟ์สไตล์และรูปแบบการทำงานในปัจจุบัน ทำให้หลายคนต้องนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ จนทำให้มีสารพัดโรคตามมา และวันนี้ Tonkit360 ขอพาไปเช็กกันว่า โรคร้ายที่มักเกิดกับคนทำงานออฟฟิศแบบไม่รู้ตัว มีอะไรบ้าง

  1. โรคกรดไหลย้อน

สาเหตุของโรคนี้ เกิดจากการทานอาหารไม่เป็นเวลา เคี้ยวอาหารไม่ละเอียด เครียดจัด สูบบุหรี่ หรือดื่มเหล้าหนัก และหากคุณเป็นโรคกรดไหลย้อนแบบเรื้อรัง (ระยะเวลากว่า 10 ปี) ก็อาจทำให้เป็นมะเร็งหลอดอาหารส่วนปลายได้

  1. โรคอ้วน

ปัจจุบันพบว่า คนวัยทำงานเป็น “โรคอ้วน” มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องนั่งทำงานแบบติดเก้าอี้ หรือชอบทำงานไป ทานอาหารไป และยิ่งไม่ค่อยออกกำลังกาย ความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอ้วนยิ่งสูงขึ้น 

ที่สำคัญโรคอ้วนยังเป็นบ่อเกิดของโรคสำคัญๆ มากมาย อาทิ โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคไขมันในเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง ฉะนั้น การที่คุณหันมาใส่ใจเรื่องอาหารการกินและหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ น่าจะเป็นวิธีป้องกันโรคอ้วนที่ดีที่สุด 

 

  1. โรคความดันโลหิตสูง

สำหรับ “โรคความดันโลหิตสูง” เปรียบเสมือนภัยเงียบที่คุณจะรู้ตัวว่าป่วยด้วยโรคนี้ เมื่อร่างกายมีอาการเตือน และปัจจัยที่ทำให้เกิดโรค ก็อาจเกิดจากความเครียด โรคอ้วน ทานอาหารที่มีรสเค็ม สูบบุหรี่ หรือดื่มเหล้า และหากคุณเป็นผู้ที่ทำงานนั่งโต๊ะในสำนักงานจะมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ที่ทำงานใช้กำลัง 

ที่สำคัญ ความดันโลหิตสูงไม่ใช่เรื่องโรคภัยเล็ก ๆ ที่เกี่ยวกับความดันเท่านั้น เพราะความร้ายแรงของโรคนี้ อาจนำไปสู่ภาวะเส้นเลือดแตก อัมพฤกษ์ อัมพาต ไตวาย และหัวใจวาย 

 

  1. โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ 

ในบางครั้ง คุณอาจตกอยู่ในสถานการณ์จำเป็น ที่ทำให้ไม่สามารถเข้าห้องน้ำได้ ทั้งแบบติดงานด่วนจริง ๆ หรือคิดไปเองว่า งานที่ทำอยู่รอไม่ได้ (แต่ห้องน้ำรอได้) แต่รู้หรือไม่ว่า การอั้นปัสสาวะนาน ๆ ไม่ใช่เรื่องดี และหากคุณอั้นปัสสาวะจนมีความรู้สึกว่าหายปวด นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่า คุณอาจกำลังเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ 

 

  1. โรคหมอนรองกระดูกทับเส้น

ผู้เป็นโรคนี้จะมีอาการปวดหลังแบบเป็น ๆ หาย ๆ หรือมีอาการปวดร้าวลงขาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง ซึ่งหากไม่ยอมไปพบแพทย์ อาจรุนแรงถึงขั้นเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ดังนั้น เมื่อมีอาการปวดหลังและร้าวลงขา ควรพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อทำการรักษาทันที 

สาเหตุของโรคนี้ อาจมาจากการทำงานที่เคร่งเครียด ไม่มีการปรับเปลี่ยนอิริยาบถ จนร่างกายเกิดการอ่อนล้า และเสื่อมสภาพลงไป ฉะนั้น ในช่วงเวลาทำงานขอให้คุณหมั่นเปลี่ยนอิริยาบถบ่อย ๆ หรือลดน้ำหนักให้สมดุลกับร่างกาย และหลีกเลี่ยงการยกของหนัก 

 

  1. โรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม

หรือ “โรคซีวีเอส” มีสาเหตุมาจากการใช้สายตากับจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ต ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน (เกินความจำเป็น) ประกอบกับตำแหน่งการจัดวางคอมพิวเตอร์ไม่เหมาะสม มีแสงสว่าง หรือแสงสะท้อนจากจอคอมพิวเตอร์มากเกินไป ระยะห่างระหว่างดวงตากับจอคอมพิวเตอร์ ท่านั่งทำงานที่ไม่เหมาะสม สิ่งเหล่านี้ นำไปสู่ “โรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม” ทั้งสิ้น 

โดยอาการของผู้เป็นโรคนี้ คือ ตาแห้ง แสบตา ตาไม่สู้แสง ไม่สามารถจับโฟกัสได้ สำหรับวิธีป้องกัน เพียงคุณพักสายตาเป็นระยะ ๆ อาทิ ทุก 20 นาที ให้พักสายตาประมาณ 20 วินาที ทั้งการหลับตาพัก การเปลี่ยนจุดโฟกัสจากหน้าจอคอมฯ เป็นที่อื่น หรือลุกจากที่นั่ง เพื่อไปเข้าห้องหรือเดินไปดื่มน้ำก็ได้

 

  1. โรคลำไส้แปรปรวน (IBS)

ไม่ใช่โรคที่เป็นอันตรายถึงชีวิต หรือสัญญาณเตือนโรคมะเร็ง โดยอาการของโรคนี้ คือ อาการท้องเสีย อย่างไรก็ดี หากชีวิตคุณหลงเข้ามาติดกับเจ้า “โรคลำไส้แปรปรวน” ก็เตรียมใจไว้ได้เลยว่า ตลอดช่วงชีวิตของคุณต้องเผชิญกับโรคนี้อีกหลายครั้งแน่ ๆ ยิ่งหากคุณเครียดก็ยิ่งกระตุ้นอาการของโรค 

 

  1. โรคเส้นประสาทถูกกดทับที่ข้อมือ

หรือ “โรคพังผืดทับเส้นประสาท” เป็นโรคที่มักเกิดกับผู้ที่ทำงานกับคอมพิวเตอร์ หรืองานที่เกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมือ ๆ อาทิ ครู ช่างเจาะถนน ทํางานเย็บปักถักร้อย หรือนักกีฬาบางประเภท (แบดมินตัน ปิงปอง วอลเลย์บอล) 

สำหรับโรคนี้มีวิธีการรักษาหลากหลายรูปแบบ ทั้งกินยา ทำกายภาพ หรือผ่าตัด แต่ไม่ว่าคุณจะรับการรักษาแบบใด หากยังมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตทำงานรูปแบบเดิม ๆ ก็มีความเสี่ยงกับมาเป็นโรคนี้อีก ดังนั้น คุณควรหมั่นบริหารมือและนิ้วอยู่เสมอ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ เอ็นข้อต่อ จะช่วยลดความเสี่ยงอาการเส้นเอ็นอักเสบ

 

พอเห็นสาเหตุของแต่ละโรคแบบนี้ บอกได้เลยว่า วิธีแก้ไม่ได้มีอะไรยุ่งยาก แค่คุณลุกออกจากโต๊ะทำงานบ้าง เพื่อเคลื่อนไหวร่างกาย ปรับนิสัยการใช้ชีวิตประจำวันใหม่ ปรับการกินใหม่ พยายามแบ่งเวลาไปพักผ่อนและออกกำลังกาย เพียงเท่านี้ บรรดาโรคร้ายก็จะหลีกหนีไปจากคุณเอง

ติดตามSanook! Health

ติดตาม เกร็ดความรู้ ข้อมูลน่ารู้ เรื่องสุขภาพ ได้ที่ https://www.sanook.com/health/ ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!