ดื่มหนักเมื่อคืน ตื่นมาปวดหัว? 9 วิธีบรรเทาอาการเมาค้าง ที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น

ดื่มหนักเมื่อคืน ตื่นมาปวดหัว? 9 วิธีบรรเทาอาการเมาค้าง ที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น

ดื่มหนักเมื่อคืน ตื่นมาปวดหัว? 9 วิธีบรรเทาอาการเมาค้าง ที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ตื่นเช้ามาพร้อมอาการปวดหัว คลื่นไส้ คอแห้ง อ่อนเพลีย สมองตื้อ... ถ้าคุณเคยเป็นแบบนี้ แสดงว่ากำลังเจอกับอาการ "เมาค้าง" (Hangover) ซึ่งเกิดขึ้นหลังดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป

หลายคนเชื่อว่ากาแฟเข้ม ๆ หรือการออกกำลังกายจะช่วย "ขับแอลกอฮอล์" ได้ แต่ความจริงแล้ว ไม่มีวิธีไหนที่ทำให้แอลกอฮอล์ออกจากร่างกายได้เร็วขึ้น นอกจากการรอให้ตับค่อย ๆ กำจัดออกตามธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม มีอาหารและเครื่องดื่มบางชนิดที่อาจช่วยบรรเทาอาการเมาค้าง และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้สบายขึ้น

ทำไมถึงเมาค้าง?

อาการเมาค้างเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น

  • ร่างกายขาดน้ำ
  • ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง
  • การนอนหลับไม่มีคุณภาพ
  • การระคายเคืองกระเพาะอาหาร
  • ผลของสารพิษจากการสลายแอลกอฮอล์ (Acetaldehyde)

จึงไม่น่าแปลกที่หลายคนจะปวดหัว คลื่นไส้ เหนื่อยง่าย หรือไม่มีแรงในวันถัดมา

9 วิธีบรรเทาอาการเมาค้าง เช้านี้กินอะไรดี

1. ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ

แอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากกว่าปกติ การดื่มน้ำเปล่าทีละน้อยแต่บ่อยครั้งจึงเป็นวิธีง่ายที่สุดในการช่วยลดอาการคอแห้ง ปวดศีรษะ และอ่อนเพลีย

2. ดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่ เมื่อมีการสูญเสียน้ำมาก

หากมีอาการอาเจียนหรือเสียเหงื่อมาก เครื่องดื่มเกลือแร่สามารถช่วยทดแทนน้ำและแร่ธาตุที่สูญเสียได้ แต่ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน และไม่ใช่เครื่องดื่มที่ช่วยกำจัดแอลกอฮอล์

3. กินอาหารอ่อน ๆ ที่ย่อยง่าย

เช่น

  • ข้าวต้ม
  • โจ๊ก
  • ขนมปังปิ้ง
  • กล้วย
  • ซุปใส

อาหารเหล่านี้ช่วยเติมพลังงานและอ่อนโยนต่อกระเพาะที่กำลังระคายเคือง

4. กล้วยหอม

กล้วยหอมมีโพแทสเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายอาจสูญเสียจากการปัสสาวะบ่อยหลังดื่มแอลกอฮอล์ อีกทั้งยังรับประทานง่าย เหมาะในวันที่ไม่ค่อยมีความอยากอาหาร

5. น้ำขิง

ขิงมีข้อมูลสนับสนุนว่าช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ในบางภาวะ จึงอาจช่วยให้ผู้ที่มีอาการมวนท้องหรือคลื่นไส้หลังดื่มรู้สึกดีขึ้น

6. น้ำผลไม้

น้ำส้มหรือน้ำผลไม้ที่ไม่หวานจัดสามารถช่วยเติมน้ำและคาร์โบไฮเดรตให้ร่างกายได้ แต่ควรดื่มในปริมาณพอเหมาะ เพราะน้ำผลไม้บางชนิดมีน้ำตาลสูง

7. พักผ่อนให้เพียงพอ

เวลาคือวิธีที่ดีที่สุดในการฟื้นจากอาการเมาค้าง การนอนหลับช่วยให้ร่างกายมีเวลาจัดการกับแอลกอฮอล์และฟื้นตัวจากความอ่อนเพลีย

8. หากแสบท้อง ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด

แอลกอฮอล์สามารถระคายเคืองเยื่อบุกระเพาะอาหารได้ หากมีอาการแสบท้องหรือจุกเสียด ควรเลือกรับประทานอาหารอ่อน ๆ และหากอาการมากหรือไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา

9. เลี่ยงการดื่มซ้ำ ("Hair of the Dog")

หลายคนเชื่อว่าการดื่มแอลกอฮอล์ต่อในตอนเช้าจะช่วยหายเมาค้าง แต่จริง ๆ แล้วอาจเพียงทำให้อาการถูกเลื่อนออกไป และเพิ่มความเสี่ยงจากการดื่มมากเกินไป

สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการแก้เมาค้าง

1. กาแฟช่วยขับแอลกอฮอล์ออกจากร่างกาย

ไม่จริง คาเฟอีนอาจช่วยให้รู้สึกตื่นตัวขึ้น แต่ไม่ได้เร่งการกำจัดแอลกอฮอล์ และในบางคนอาจทำให้ใจสั่นหรือขาดน้ำมากขึ้น

2. ออกกำลังกายแล้วแอลกอฮอล์จะออกทางเหงื่อ

ไม่จริง แอลกอฮอล์ส่วนใหญ่ถูกกำจัดโดยตับ ไม่ใช่ทางเหงื่อ

3. กินยาแก้ปวดดักไว้ได้

ไม่ควรทำเอง โดยเฉพาะหากยังมีแอลกอฮอล์ในร่างกาย เพราะยาแก้ปวดบางชนิดอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการระคายเคืองกระเพาะอาหารหรือส่งผลต่อตับ

แม้จะมีอาหารและเครื่องดื่มหลายชนิดที่ช่วยบรรเทาอาการเมาค้างได้ แต่ ไม่มีวิธีใดที่ทำให้แอลกอฮอล์หมดจากร่างกายได้เร็วกว่าการรอเวลา สิ่งที่ช่วยได้ดีที่สุดคือดื่มน้ำให้เพียงพอ รับประทานอาหารย่อยง่าย พักผ่อน และหลีกเลี่ยงการดื่มซ้ำ

หากต้องดื่มในโอกาสพิเศษ การดื่มอย่างพอเหมาะ สลับกับน้ำเปล่า และไม่ดื่มขณะท้องว่าง ยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการลดโอกาสเกิดอาการเมาค้าง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล