ดื่มหนักเมื่อคืน ตื่นมาปวดหัว? 9 วิธีบรรเทาอาการเมาค้าง ที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น

ตื่นเช้ามาพร้อมอาการปวดหัว คลื่นไส้ คอแห้ง อ่อนเพลีย สมองตื้อ... ถ้าคุณเคยเป็นแบบนี้ แสดงว่ากำลังเจอกับอาการ "เมาค้าง" (Hangover) ซึ่งเกิดขึ้นหลังดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
หลายคนเชื่อว่ากาแฟเข้ม ๆ หรือการออกกำลังกายจะช่วย "ขับแอลกอฮอล์" ได้ แต่ความจริงแล้ว ไม่มีวิธีไหนที่ทำให้แอลกอฮอล์ออกจากร่างกายได้เร็วขึ้น นอกจากการรอให้ตับค่อย ๆ กำจัดออกตามธรรมชาติ
อย่างไรก็ตาม มีอาหารและเครื่องดื่มบางชนิดที่อาจช่วยบรรเทาอาการเมาค้าง และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้สบายขึ้น
ทำไมถึงเมาค้าง?
อาการเมาค้างเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น
- ร่างกายขาดน้ำ
- ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง
- การนอนหลับไม่มีคุณภาพ
- การระคายเคืองกระเพาะอาหาร
- ผลของสารพิษจากการสลายแอลกอฮอล์ (Acetaldehyde)
จึงไม่น่าแปลกที่หลายคนจะปวดหัว คลื่นไส้ เหนื่อยง่าย หรือไม่มีแรงในวันถัดมา
9 วิธีบรรเทาอาการเมาค้าง เช้านี้กินอะไรดี
1. ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ
แอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากกว่าปกติ การดื่มน้ำเปล่าทีละน้อยแต่บ่อยครั้งจึงเป็นวิธีง่ายที่สุดในการช่วยลดอาการคอแห้ง ปวดศีรษะ และอ่อนเพลีย
2. ดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่ เมื่อมีการสูญเสียน้ำมาก
หากมีอาการอาเจียนหรือเสียเหงื่อมาก เครื่องดื่มเกลือแร่สามารถช่วยทดแทนน้ำและแร่ธาตุที่สูญเสียได้ แต่ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน และไม่ใช่เครื่องดื่มที่ช่วยกำจัดแอลกอฮอล์
3. กินอาหารอ่อน ๆ ที่ย่อยง่าย
เช่น
- ข้าวต้ม
- โจ๊ก
- ขนมปังปิ้ง
- กล้วย
- ซุปใส
อาหารเหล่านี้ช่วยเติมพลังงานและอ่อนโยนต่อกระเพาะที่กำลังระคายเคือง
4. กล้วยหอม
กล้วยหอมมีโพแทสเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายอาจสูญเสียจากการปัสสาวะบ่อยหลังดื่มแอลกอฮอล์ อีกทั้งยังรับประทานง่าย เหมาะในวันที่ไม่ค่อยมีความอยากอาหาร
5. น้ำขิง
ขิงมีข้อมูลสนับสนุนว่าช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ในบางภาวะ จึงอาจช่วยให้ผู้ที่มีอาการมวนท้องหรือคลื่นไส้หลังดื่มรู้สึกดีขึ้น
6. น้ำผลไม้
น้ำส้มหรือน้ำผลไม้ที่ไม่หวานจัดสามารถช่วยเติมน้ำและคาร์โบไฮเดรตให้ร่างกายได้ แต่ควรดื่มในปริมาณพอเหมาะ เพราะน้ำผลไม้บางชนิดมีน้ำตาลสูง
7. พักผ่อนให้เพียงพอ
เวลาคือวิธีที่ดีที่สุดในการฟื้นจากอาการเมาค้าง การนอนหลับช่วยให้ร่างกายมีเวลาจัดการกับแอลกอฮอล์และฟื้นตัวจากความอ่อนเพลีย
8. หากแสบท้อง ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด
แอลกอฮอล์สามารถระคายเคืองเยื่อบุกระเพาะอาหารได้ หากมีอาการแสบท้องหรือจุกเสียด ควรเลือกรับประทานอาหารอ่อน ๆ และหากอาการมากหรือไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา
9. เลี่ยงการดื่มซ้ำ ("Hair of the Dog")
หลายคนเชื่อว่าการดื่มแอลกอฮอล์ต่อในตอนเช้าจะช่วยหายเมาค้าง แต่จริง ๆ แล้วอาจเพียงทำให้อาการถูกเลื่อนออกไป และเพิ่มความเสี่ยงจากการดื่มมากเกินไป
สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการแก้เมาค้าง
1. กาแฟช่วยขับแอลกอฮอล์ออกจากร่างกาย
ไม่จริง คาเฟอีนอาจช่วยให้รู้สึกตื่นตัวขึ้น แต่ไม่ได้เร่งการกำจัดแอลกอฮอล์ และในบางคนอาจทำให้ใจสั่นหรือขาดน้ำมากขึ้น
2. ออกกำลังกายแล้วแอลกอฮอล์จะออกทางเหงื่อ
ไม่จริง แอลกอฮอล์ส่วนใหญ่ถูกกำจัดโดยตับ ไม่ใช่ทางเหงื่อ
3. กินยาแก้ปวดดักไว้ได้
ไม่ควรทำเอง โดยเฉพาะหากยังมีแอลกอฮอล์ในร่างกาย เพราะยาแก้ปวดบางชนิดอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการระคายเคืองกระเพาะอาหารหรือส่งผลต่อตับ
แม้จะมีอาหารและเครื่องดื่มหลายชนิดที่ช่วยบรรเทาอาการเมาค้างได้ แต่ ไม่มีวิธีใดที่ทำให้แอลกอฮอล์หมดจากร่างกายได้เร็วกว่าการรอเวลา สิ่งที่ช่วยได้ดีที่สุดคือดื่มน้ำให้เพียงพอ รับประทานอาหารย่อยง่าย พักผ่อน และหลีกเลี่ยงการดื่มซ้ำ
หากต้องดื่มในโอกาสพิเศษ การดื่มอย่างพอเหมาะ สลับกับน้ำเปล่า และไม่ดื่มขณะท้องว่าง ยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการลดโอกาสเกิดอาการเมาค้าง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



