10 ประโยชน์ดีๆ ของ “พริก” ลดน้ำหนัก-ไขมันในเลือด

10 ประโยชน์ดีๆ ของ “พริก” ลดน้ำหนัก-ไขมันในเลือด

เราคนไทยเกิดมาโชคดีมากๆ ที่ประเทศไทยของเราเต็มไปด้วยวัตถุดิบที่ทำอาหารได้อร่อย ราคาไม่แพง และยังมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย จนทำให้อาหารไทยมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ และได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องไปทั่วโลก

รสชาติสำคัญที่ทำให้ใครหลายๆ คนจำรสชาติของอาหารไทยได้ นั่นคือ รสเผ็ดที่ได้จาก “พริก” นั่นเอง พริกในบ้านเรามีหลายชนิด ตั้งแต่พริกชื่อดังอย่าง พริกขี้หนู พริกชี้ฟ้า ไปจนถึงพันธุ์พริกชื่อแปลกๆ ที่เราไม่ค่อยคุ้นหูอย่าง พริกจินดา พริกหัวเรือ พริกสีทน และพริกที่เผ็ดน้อย หรือไม่เผ็ดอย่าง พริกหวาน พริกหยวก เป็นต้น

พริก ไม่ได้ทำให้เราแสบลิ้นแสบปากกันเล่นๆ เท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ต่อร่างกาย และอื่นๆ ในอีกหลายแง่มุมอีกด้วย

 

ประโยชน์ดีๆ ของพริก

  1. พริกมีสารแคปไซซินที่ช่วยให้สมองส่วนกลางกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนเอ็นโดรฟิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนสร้างความสุข ดังนั้นใครที่เครียดๆ จึงสามารถทานอาหารที่มีรสเผ็ดจากพริก จะช่วยคลายเครียดได้

  2. สารแคปไซซิน ยังช่วยให้ตับสร้างไขมันดีในร่างกายมากขึ้น

  3. ความเผ็ดของพริกทำให้ทางเดินหายใจโล่งขึ้น ทำให้เสมหะเจือจางลง จึงช่วยขับเสมหะจากคอ รวมถึงผลักน้ำมูกออกทางจมูกได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

  4. ผู้ที่เป็นโรคหอบหืด สามารถทานอาหารที่ใส่พริกได้ เพราะจะช่วยขยายหลอดลมให้ใหญ่ขึ้น จึงหายใจได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

  5. ช่วยลดความดันโลหิต ลดไขมันในเลือด และลดการอุดตันของหลอดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น

  6. พริกมีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสุขภาพตาให้ดี

  7. พริกช่วยเพิ่มอุณหภูมิในร่างกาย ช่วยเผาผลาญพลังงานในร่างกายมากขึ้น จึงเหมาะกับคนที่กำลังต้องการลดน้ำหนัก

  8. มีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็ง

  9. สามารถนำสารสกัดจากพริกมาทำเป็นยาแคปซูล เพื่อใช้เป็นยาฆ่าเชื่อในกระเพาะอาหาร และยาทาภายนอกเพื่อแก้อาการปวดเมื่อย ปวดข้ออักเสบ รวมไปถึงยาฉีดพ่นเพื่อรักษาอาการไซนัสอักเสบ

  10. บรรเทาอาการอาหารไม่ย่อย ขับแก๊สในกระเพาะอาหาร

  11. ช่วยทำให้เจริญอาหารมากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับคนที่มีอาการเบื่ออาหาร

 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพริกจะมีประโยชน์ต่อร่างกายในหลายๆ ด้าน แต่การทานพริกมากเกินไป อาจส่งผลให้กระเพาะอาหาร ตับ ไตทำงานหนักมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงอาการท้องเสีย ขับถ่ายเป็นน้ำที่อาจทำให้เราทรมานไปอีกหลายชั่วโมง ดังนั้นควรเลือกทานพริกในระดับความเผ็ดน้อยๆ พอให้มีรสชาติเผ็ดเล็กๆ ไม่ควรทานเผ็ดชนิดที่น้ำหูน้ำตาไหลไม่หยุด ปากแดงลิ้นพอง หากมีอาการเผ็ดมากๆ ควรจิบน้ำอุ่น หรือนม หรือปิดปากอมลิ้นตัวเองนิ่งๆ 1-3 นาที อาการเผ็ดจะค่อยๆ ลดลง

ติดตามSanook! Health

ติดตาม เกร็ดความรู้ ข้อมูลน่ารู้ เรื่องสุขภาพ ได้ที่ https://www.sanook.com/health/ ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!