ต่างคนต่างอยู่จะดีหรือ

ต่างคนต่างอยู่จะดีหรือ

เมื่อเราเบื่อกันและกัน ก็เลิกอยากจะถกเถียงเพื่อหาทางแก้ไข เลิกใส่ใจกันไป สิ่งที่ดีที่สุดที่นึกออกก็คือมองหาโลกส่วนตัวที่สร้างความสุขให้เราได้โดย ไม่มีกันและกันอีกต่อไป ยิ่งจมดิ่งอยู่ในโลกส่วนตัวมากแค่ไหน ก็ยิ่งเข้าถึงกันได้ยากขึ้น เพราะจะไม่มีช่องว่างเวลาให้กัน และความเพลิดเพลินของเขาเราก็ไม่ทนเห็นเป็นเรื่องพอจะสนุกไปกับเขาได้อีก

 


ต่างคนต่างอยู่ดูจะเป็นทางออกที่ให้ความสงบสุขทั้งสองฝ่าย ไม่ต้องร้อนรุ่มกลุ้มใจเพราะเขา ไม่ต้องมาเสียเวลาเอาใจ หรือคาดหวังการเอาใจให้เหนื่อยแรง ดูเหมือนจะดี แต่การปล่อยความรู้สึกที่มีต่อกันไปตามยถากรรม โดยไม่ได้ลงมือแก้ไขเลยสักอย่าง

จะเห็นแววรุ่งในชีวิตคู่ไหมละเนี่ย ?
หลายคนรู้สึกว่าการเอาอกเอาใจอีกฝ่ายเพื่อถนอมความสัมพันธ์มันช่างเป็นงานแบกอิฐ แบกปูนแท้ๆ ต้องฮึบขึ้นมาหนึ่งตั้ง ต้องจัดสรรเวลา ต้องเป็นกระบวนการใหญ่ ประมาณว่าจัดโต๊ะดินเนอร์ใต้แสงเทียน หรือชวนกันไปเที่ยวทะเล อันที่จริงแค่การให้ความสนใจเขาในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ทุกๆ วัน สัมผัสกันหรือกอดกันบ้าง เป็นความโรแมนติกเล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยให้เรามีชีวิตชีวาโดยไม่ต้องทุ่มเทมาก

ถ้าเขากับเรามีความสุขกับงานอดิเรกคนละแบบกับเรา ก็ไม่เห็นเป็นไร ไม่ว่าเขาจะหมกมุ่นอยู่กับพระเครื่อง (อุ๊ย! เคสเจาะจงไปนิด อันตรายต่อความมั่นคงในครอบครัว) คือจะยกตัวอย่างกว้างๆ อย่างผู้ชายบ้ารถแล้วไม่อินค่ะ เลยโม้ไม่ออก อินอย่างยิ่งกับอาการของคนมีแว่นประจำตัวส่องทุกมื้อและก่อนเข้านอน และง่วนอ่านตำราศึกษาจนเป็นน้องๆ เกจิ

ตามทฤษฎีบอกว่า ควรจะให้ความสนใจกับสิ่งที่เขารักบ้าง เพื่อเปิดประตูไปสู่โลกส่วนตัวของเขา แหมคุณคะ ใครอยากตายิบหยีนั่งส่องพระมั่ง ฟังเขาเล่าอะไรการรับรู้ก็ยังเป็นศูนย์อยู่ดี นั่งดูนักฟุตบอลหล่อๆ เป็นเพื่อนยังง่ายเสียกว่า

ปัญหานี้แก้เองไม่ตก หันไปคุยกับพี่ๆ ผู้มากประสบการณ์ พี่ๆ บอกว่า มีส่วนร่วมไปกับเขาวิธีอื่นก็ได้ หากล่องสวยๆ มาให้ใช้เก็บของรักของปลื้ม หรือเสนอตัวช่วยจัดหนังสือเป็นหมวดหมู่ใส่ชั้นวาง คุณพี่จะได้หยิบง่ายใช้คล่อง มีงานประกวดที่ไหนรีบรายงาน นานๆ ควงแขนไปเป็นเพื่อนซะที ไม่อยากไปก็ให้นึกเสียว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับเราทุกวันซะเมื่อไหร่ แล้วการที่เราได้แอบมองคนที่เรารักมีความสุขดวงตาเป็นประกายระยิบระยับก็เป็น เรื่องดีนี่นา นานๆ ไปอาจสนุกไปด้วยก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมีโลกคนละใบเสมอไป

แฮ่..ยังไม่เคยทำเลยค่ะ จะลองดู...
ก่อนที่จะคิดว่าควรใช้วิธีไหน ทั้งเราและเขาต่างต้องสะสมต้นทุนไว้เยอะๆ นะคะ งานวิจัยอันหนึ่งของมหาวิทยาลัยวอชิงตันพบว่า คู่ผัวตัวเมียที่อยู่เย็นเป็นสุข นอกจากรักกันแล้ว ยังสะสมความรู้สึกดีๆ เป็นทุนสำรองอยู่มาก เมื่อคู่แบบนี้ทะเลาะกันกี่ครั้งกี่หนหรือจะเกิดความเบื่อขึ้นมาในบางช่วงก็ ตาม ถ้ามันจบไปแล้ว ความรู้สึกดีต่อกันก็ยังอยู่

เพราะฉะนั้นเตือนสติตัวเองว่าถ้าเริ่มมองเขาในแง่ร้ายเมื่อไหร่ให้หยุดซะเถิดทูนหัว จะได้ไม่ต้องเหม็นหน้ากัน

 

เรื่องโดย : สราญดี
ขอบคุณข้อมูลจาก นิตยสาร Life & Family
ขอบคุณภาพประกอบจาก Photos.com

ผู้หญิงมีเรื่องอีกเยอะ.. ดูต่อ

 

ติดตามSanook! Women

ผู้หญิง สุขภาพ ผู้หญิง ผู้ชาย ความงาม ทรงผม แต่งตัว เสื้อผ้า แฟชั่น sexy ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!