แข็งแกร่งอย่างมีความสุขแบบ “ชะนีมีกล้าม” ด้วย “Fit Lifestyle”

แข็งแกร่งอย่างมีความสุขแบบ “ชะนีมีกล้าม” ด้วย “Fit Lifestyle”

แข็งแกร่งอย่างมีความสุขแบบ “ชะนีมีกล้าม” ด้วย “Fit Lifestyle” เกี่ยวกับ ผู้หญิงอยากรู้

ในช่วงต้นปีแบบนี้ จะเห็นว่าสาวๆ หลายคนเริ่มปฏิบัติการเปลี่ยนแปลงตัวเอง หลังจากประกาศ “ปณิธานปีใหม่” หรือ New Year’s Resolutions ไว้ และปฏิบัติการยอดฮิตที่มีมาทุกปีก็คือ “การลดน้ำหนัก ไม่ว่าจะเป็นการแชร์โพสต์ออกกำลังกาย อาหารคลีน หรือแม้กระทั่งโพสต์ภาพดาราสาวหุ่นเฟิร์ม เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ

การโพสต์การแชร์น่ะง่าย แต่พอลงมือทำจริงกลับไม่สบายเหมือนในโฆษณา เพราะนอกจากจะต้องอดทนอดกลั้นต่อกิเลสอันมาจากหมูกระทะ บุฟเฟต์ และขนมหวาน กินอาหารคลีนจืดๆ แถมยังต้องเจียดเวลาในชีวิตมาเหนื่อยกับการออกกำลังอีก สุขภาพดีแต่ไม่มีความสุขแบบนี้ หลายคนจึงต้องโบกมือลา ขอหันเข้าหาวิถีสาวอวบต่อไป

จะดีกว่าไหม ถ้าเราสามารถมีร่างกายที่แข็งแรง แต่ยังกินอาหารตามปกติ และใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว แบบมี “ทางสายกลาง” ด้านสุขภาพ ซึ่งผู้ที่จะมาแนะนำวิถีนี้ได้ก็คือ คุณใบคา พึ่งอุดม Influencer ด้านสุขภาพ และเจ้าของเพจที่มีชื่อสุดโหดว่า “ชะนีมีกล้าม”

ใบคา พึ่งอุดมชะนีมีกล้ามใบคา พึ่งอุดม

กว่าจะมาเป็น “ชะนีมีกล้าม”
ก่อนที่จะมาเป็นสาวกล้ามแน่น สุขภาพดี ใบคาเผยว่าเธอเคยเป็น “ชะนีน้อย” น้ำหนักเพียง 46 กก. ที่กินแต่สลัด เล่นคาราเต้และเรียนเต้นอย่างจริงจัง เพื่อให้ตัวผอมจนสามารถใส่เสื้อเด็กน่ารักๆ ได้ ด้วยความใฝ่ฝันที่จะเป็น Beauty Blogger ใน YouTube ทว่าจุดเปลี่ยนที่พลิกชีวิตเธอเป็นครั้งแรก เกิดขึ้นในช่วงก่อนเข้ามหาวิทยาลัย หลังจากที่เธอหยุดออกกำลังกายเพื่อติวสอบ และกินเยอะเพราะเครียด จนน้ำหนักพุ่งขึ้นถึง 20 กก. จนสุดท้ายเธอตัดสินใจหาวิธีลดน้ำหนักตามวิธีการต่างๆ ในหนังสือ

ในขณะที่เพื่อนรุ่นเดียวกันออกกำลังกายในยิม ใบคากลับเลือกทางที่โหดกว่า นั่นคือการเปลี่ยนวิธีรับประทานอาหาร โดยเริ่มจาก Atkins Diet คือการรับประทานคาร์โบไฮเดรตน้อยๆ แต่บริโภคไขมันเยอะๆ ที่นอกจากจะไม่สามารถทำได้จริงในชีวิตประจำวัน ยังทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามด้วยการกินมังสวิรัติ และไต่ระดับไปที่วีแกน คือไม่รับประทานอาหารทุกชนิดที่มาจากสัตว์หรือมีสัตว์เป็นส่วนประกอบ เท่านั้นยังไม่พอ เธอเข้าสู่วิถี Raw Food หรือการรับประทานพืชผักที่ไม่ได้ผ่านความร้อน หรือใช้ความร้อนไม่เกิน 40-49 องศาเซลเซียส ที่ทำให้น้ำหนักลงจริง แต่โทรม ไม่มีแรง และกล้ามเนื้อหายเพราะขาดโปรตีน ไปจนถึงวิธีการอื่นๆ ที่ลงเอยในแบบเดียวกันคือกระทบต่อชีวิตประจำวันอย่างรุนแรง

ชะนีมีกล้าม 

อย่างไรก็ตาม วิธีการอันสุดโต่งนี้กลับทำให้ตัวแม่ด้านการกินคลีนอย่างเธอ ค้นพบความชอบส่วนตัว นั่นคือเรื่อง “โภชนาการ” ซึ่งเปลี่ยนชีวิตของเธอได้เลยทีเดียว

“ตอนที่เรียนมหาวิทยาลัย ใบคาไปสอบ H.N.D หรือ Higher National Diploma วิชาโภชนาการบำบัดจาก Oxford College สหราชอาณาจักร และดรอปเรียนมาทำงานเต็มเวลาที่โรงเรียนสอนศิลปะของที่บ้าน และเปิดโรงเรียนสอนทำอาหารสำหรับเด็ก เพราะชอบเรื่องโภชนาการ ทำให้เราเริ่มอินกับเรื่องโภชนาการที่ไม่ใช่แค่เรื่องคอนเซ็ปต์ แต่เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้กับมนุษย์โดยตรงในทางปฏิบัติ”

และด้วยภาระหน้าที่ที่เพิ่มขึ้นทั้งธุรกิจแฟรนไชส์โรงเรียนสอนทำอาหาร และการเรียนทำขนมอบที่สถาบันเลอ กอร์ดอง เบลอ ในขณะที่เธอพยายามออกกำลังกายเพื่อดูแลรูปร่างให้ดีด้วย ก็ทำให้เธอค้นพบ “ทางสายกลาง” ในที่สุด

“พอถึงจุดที่งานเริ่มยุ่งมากขึ้น มันทำให้เราเข้าใจว่าหน้าที่ต้องมาก่อน ต้องจัดสรรเวลา เพิ่มพื้นที่ให้การทำงานมากขึ้น รวมทั้งต้องคิดทบทวนหลายอย่าง ถามตัวเองว่าหุ่นดีขึ้นไหม ก็ไม่มาก สุขภาพก็ไม่ดีมากเพราะพักผ่อนไม่พอ ไม่รวยขึ้นด้วยเพราะเอาสมองไปหมกมุ่นเรื่องจุกจิกจนไม่โฟกัสกับงาน สุดท้ายก็ไม่มีความสุขเลย ก็ค่อยๆ เปลี่ยนพฤติกรรม” ใบคากล่าว

ชะนีมีกล้าม

Fit Lifestyle
ใบคาเรียกทางสายกลางที่เธอค้นพบด้วยตัวเองว่า “Fit Lifestyle” ซึ่งเมื่อถามถึงความหมาย เธอตอบว่ามันคือวิถีชีวิตที่คนเรารักสุขภาพและสามารถมีความสุขในการกินและการออกกำลังกาย รวมทั้งรู้จักจัดลำดับความสำคัญของชีวิต ซึ่งประกอบด้วยปัจจัยหลัก ได้แก่ การหลอมรวมฟิตเนสเข้าเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต, การฝึกร่างกายแบบ Functional Training และการจัดลำดับความสำคัญในชีวิตประจำวัน

Fit Lifestyle ไม่ใช่เทรนด์หรือก้อน 1 ก้อน ที่คุณเอามาแปะในชีวิต มันคือการเอามาหลอมรวมในชีวิต แล้วเราจะไม่คิดว่ามันเป็นภาระ ถ้าเรามองฟิตเนสเป็นแค่ก้อน 1 ก้อน มันก็จะเหมือนการทำดีเฉพาะเวลาที่สิ่งนี้เป็นสิ่งที่คนอื่นบอกว่าดี” ใบคากล่าวถึงลักษณะข้อแรกของ Fit Lifestyle นั่นคือการสร้างนิสัยรักการออกกำลังกาย โดยการเลือกกิจกรรมหรือกีฬาที่ตัวเองโปรดปราน จากนั้นลองทำทุกกิจกรรมที่เลือกเพื่อให้รู้ว่าชอบหรือไม่ อย่าตามเทรนด์การออกกำลังกายโดยไม่รู้ว่ากิจกรรมนั้นดีอย่างไร และเหมาะกับร่างกายของเราหรือไม่

หุ่นดีเป็นเพียงผลพลอยได้ของสิ่งที่คุณทำ ผลลัพธ์หลักก็คือสุขภาพและความสนุก อย่าสักแต่ไปฟิตเนสเพื่อไปทุกข์ทรมานในคลาสอะไรสักอย่างที่คุณเกลียด แล้วก็มานั่งคิดว่าทำไมเวลาที่เราได้ทำสิ่งที่เรามีความสุขหรือสิ่งที่เราเลือกมันน้อยจังเลย เพราะเราต้องแบ่งเวลาไปทำสิ่งที่คนอื่นบอกให้เราทำ”

ชะนีมีกล้าม 

นอกจากการเลือกออกกำลังกายให้สนุกแล้ว การออกกำลังกายยังต้องช่วยให้ร่างกาย “ใช้การได้ดี” อีกด้วย โดยใบคาแนะนำให้ใช้การฝึกร่างกายเพื่อให้ใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน หรือที่เรียกว่า “Functional Training”

“Functional Training คือการฝึกเพื่อให้คุณมีสภาพร่างกายที่ใช้งานได้จริง สามารถไปเดินซุปเปอร์มาร์เก็ตแล้วยกของเองได้ ไปต่างประเทศแล้วแบกกระเป๋าขึ้นโรงแรมเองได้ และมีการกินที่ไม่มีปัญหา แม้จะเดินทางไปทั่วโลกก็สามารถกินอาหารอื่นๆ ได้ ยกตัวอย่างเช่น ตอนที่ใบคาเริ่มยกเวทหนัก เป็นช่วงที่เราเริ่มเข้าสู่ธุรกิจอาหาร ซึ่งไม่ใช่การเป็นเชฟสวยๆ เหมือนในละคร แต่มันคือการแบกถังแป้ง หิ้วช็อกโกแลต 20 กก. มันคือฟังก์ชันที่แท้จริงในการทำงานของเรา ใบคาก็เลยคิดว่านี่แหละ สิ่งที่เราฝึกมา 3 ปี วันนี้ได้ใช้แล้ว” ใบคากล่าวด้วยน้ำเสียงภูมิใจ

ชะนีมีกล้าม

และสำหรับใครที่พยายามออกกำลังกายและใช้ชีวิตตามแบบคนดังทั้งหลาย แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่ใกล้เคียงกับเซเลบริตีเหล่านั้นเสียที ทำให้เกิดอาการท้อใจ ใบคาก็ขอกระตุกให้คิดนิดหนึ่งว่า “คนเรามีเงื่อนไขในชีวิตที่แตกต่างกัน”

“เอาแบบโลกไม่สวย คนที่กินคลีน 100% และมีวินัยในการคาร์ดิโอ 100% ได้ คือคนที่ไม่มีงานประจำทำ หรือต้องทำอย่างนั้นเป็นอาชีพ อย่าง Influencer ที่ใช้ชีวิตแบบนี้เป็นงานประจำเพื่อให้หุ่นดีและไปถ่ายแบบ แต่ภาพที่คนอื่นเห็น คือคนนี้ประสบความสำเร็จ แล้วก็มากดดันตัวเองว่าทำไมทำไม่ได้”

ถ้าเงื่อนไขของการงานและหน้าที่ต่อครอบครัวมันไม่อนุญาต ก็ไม่มีเหตุผลที่คุณจะทิ้งงานทิ้งครอบครัวเพื่อไปหาหุ่นดี เพราะที่สุดแล้ว ถ้าคุณไม่ได้สร้างเงินจากการหุ่นดี คุณก็ได้แค่ความภูมิใจของตัวเอง คุณให้ความสำคัญกับการกินคลีนและการออกกำลังกายเป็นอันดับหนึ่ง แต่คุณไม่นอน แล้วจะไม่ให้อ้วนลงพุงได้อย่างไร และนอกจากจะไม่นอน ยังมาเครียดกับการนับแคลอรียิบย่อยอีก แล้วความสุขของชีวิตจะไปอยู่ตรงไหน” ใบคากล่าวจากประสบการณ์ในการเป็น Influencer สายสุขภาพ

ชะนีมีกล้าม
ชะนีมีสมอง
ใบคาใช้เวลาราว 6 ปี ในการศึกษาเรื่องโภชนาการและการออกกำลังกาย กว่าจะตกผลึกและสามารถให้คำแนะนำผู้อื่นผ่านเพจชะนีมีกล้ามได้ ซึ่งนอกจากการพูดคุยเชิงลึกกับพี่ชายและเพื่อนฝูงที่รักการออกกำลังกาย เครื่องมือสำคัญที่ทำให้เธอกลายเป็นชะนีมีกล้ามก็คือ “หนังสือ” โดยเฉพาะโภชนาการ ปรัชญาเซน ลัทธิเต๋า และหนังสือแนว Self-help ที่เธอนำมาผสมผสานกลายเป็นแนวคิดที่จับต้องได้ และใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

“สาระสำคัญของเพจชะนีมีกล้าม เป็นเรื่องที่กลั่นกรองมาจากชีวิตเราเอง ทั้งความรู้สึกไม่มั่นคงของมนุษย์ในสังคมปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องรูปร่างหน้าตา ซึ่งคุณจะต้องรู้สึกว่าตัวเองสวยจากข้างในก่อน เพราะถ้าคุณไม่เชื่อในหนังหน้าตัวเอง แล้วคุณจะมีความมั่นใจที่มาจากลึกๆ ได้อย่างไร นอกจากนี้ เรายังเน้นการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนหันมาดูแลการกินและฟิตรูปร่างโดยเริ่มจากความรักตัวเองในแบบที่ตนเป็น” ใบคากล่าวถึงเพจชะนีมีกล้าม หนึ่งในหลายกิจกรรมที่สาวแอ็คทีฟอย่างเธอทำอยู่

และสำหรับใครที่กำลังรู้สึกทรมานกับการออกกำลังกาย ในขณะที่ยังมีภารกิจมากมายในชีวิตที่ต้องจัดการ ก็ลองปรับเปลี่ยน New Year’s Resolutions มาเป็นการดูแลสุขภาพให้เหมาะกับชีวิตประจำวันดู เพื่อการใช้ชีวิตแบบแข็งแกร่งและมีความสุข ที่สำคัญก็คือ เป็นความสุขที่มาจากบรรทัดฐานของตัวเอง ไม่ใช่ความสุขจากสิ่งที่สังคมบอกว่าดีอีกด้วย

เรื่องล่าสุดของหมวด ผู้หญิงอยากรู้

ดูหมวด ผู้หญิงอยากรู้ ทั้งหมด