ทำงานและใช้ชีวิตให้มีความสุขสไตล์ แต้ว ณฐพร

ทำงานและใช้ชีวิตให้มีความสุขสไตล์ แต้ว ณฐพร
นิตยสาร in

สนับสนุนเนื้อหา

'แต้ว ณฐพร'นางเอกฝีมือเยี่ยม

     เรามักเห็นนักแสดงได้แสดงฝีมืออย่างเต็มศักยภาพ อย่างการพูดภาษาท้องถิ่นที่นักแสดงต้องเข้าถึงบทบาทให้คนดูเชื่อได้ในหนังฮอลลีวูด ซึ่งไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนักในละครไทย แต่นักแสดงฝีมือดี แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์ แสดงให้เห็นว่านักแสดงไทยมีศักยภาพทำได้ เธอพิสูจน์ให้เห็นตั้งแต่แสดงในซีรีส์ สุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอน คุณชายรัชชานนท์ และกลับมาเป็นสาวอีสานเต็มตัวอีกครั้งในละครเรื่อง นาคี  แล้วยังมีละครเรื่อง รากนครา ที่หนนี้สวมบทบาทสาวเหนือ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า นางเอกสาวคนนี้...ฝีมือยอดเยี่ยม

 

'คำแก้ว' จาก ‘นาคี’

"ฟี้ดแบ็คดี คนทำงานก็ดีใจละคะ เพราะเกินที่เราคาดหวังไว้ คือตอนทำไม่รู้เลยว่าพอไปรวมกับซีจี (คอมพิวเตอร์กราฟฟิก) แล้วมันจะออกมาเป็นยังไง ก็ลุ้นไปกับคนดูด้วย เรื่องนี้แต้วเล่นเป็น 3 ตัวละครในไทม์ไลน์ที่ต่างกัน คือเล่นภพที่เป็นช่วงพันกว่าปีที่แล้วที่มีเรื่องของการล้างแค้น การต่อสู้เพื่อความถูกต้อง แล้วมาเป็นพาร์ตของเจ้าแม่ที่มีการแสดงอิทธิฤทธ์ และพาร์ตของภพปัจจุบันที่เล่นเป็นสาวชาวบ้าน ก็สนุกดี

     "ภาษาเป็นเรื่องหลักๆ ของเรื่อง เพราะละครพูดถึงเรื่องวัฒนธรรม ความเชื่อของคนอีสาน ผู้จัดตั้งใจทำแบบนี้ เราก็อยากทำให้ได้ อะไรก็ไม่เท่ากับการที่แฟนละครที่เป็นคนอีสานพูดกับแต้วว่า ชอบละคร ไม่ใช่แค่เราคนเดียว รวมถึงคนอื่น องค์ประกอบทุกอย่าง เสื้อผ้า บรรยากาศ บางคนบอกว่าดูแล้วนึกถึงบ้านเกิด เรื่องนี้พี่อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ ตั้งใจใช้คำอีสานแบบดั้งเดิม ซึ่งบางคำคนอีสานยุคนี้ยังพูดว่า มันมีคำนี้ด้วยเหรอ ไม่อยากจะเชื่อว่าเราไปถึงขนาดนั้นได้

     "เรื่องการฝึกภาษาก็ใช้วิธีเดียวกับตอนถ่ายเรื่อง สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คือพี่อ๊อฟให้ครูที่เป็นเจ้าของภาษามาแปลบทภาษากลางเป็นภาษาอีสานค่ะ ซึ่งครูจะใช้คำพูดแบบคนอีสานจริงๆ ไม่ใช่แค่แปลจากภาษากลางเป็นภาษาอีสานแบบคำต่อคำ เพราะบางประโยคคนอีสานไม่ได้พูดแบบนั้น ครูทำการบ้านแล้วมาสอนเรา เราก็แค่เลียนเสียงให้เหมือน ซึ่งมันใช้เวลามากเหมือนกันค่ะ โชคดีที่พี่อ๊อฟให้ครูมาอยู่ในกองด้วย ถ้าเราพูดผิดก็มีครูคอยแก้ไขให้ คือช่วยๆ กันดู ทำให้เราคลายกังวลได้ เรื่องนี้ต้องให้เครดิตคนทำงานทุกคน ตั้งแต่คนที่คิดจะทำเรื่องนี้ ซึ่งในทีมไม่ใช่คนอีสานแต่กล้ามากที่ทำพล็อตเรื่องคนอีสาน สุดท้ายได้รับการตอบรับดีก็หายเหนื่อยค่ะ"

 

ทำงานและใช้ชีวิตให้มีความสุขสไตล์แต้ว

    เวลาได้ยินคำว่า ‘เทก’ แล้วถ่ายใหม่ จริงๆ ก็อดคิดไม่ได้ว่า เฮ้ย มีอะไรผิดพลาด แต่ตราบใดที่เราคิดอย่างนั้นก็ไม่มีสมาธิ เพราะนั่นแปลว่าเรากลับมาเป็นตัวเอง เวลามันจะสอนเราเองว่า ไม่จำเป็นต้องไปปรุงแต่งกับความคิดแบบนั้น คือการเป็นนักแสดงยิ่งทำให้เราปล่อยวางความเป็นตัวตน ความเป็นอัถตา มันค่อยๆ สอนเราเองจากประสบการณ์ จากคนที่เป็นครูไม่ว่าจะเป็นพี่อ๊อฟ หรือครูทางการแสดง นักแสดงรุ่นพี่ๆ ทุกคนคอยสอน และเราเรียนรู้ไปแบบเดย์บายเดย์ ค่อยๆ เก็บเกี่ยวไป

     "แต้วจึงรู้สึกดีเพราะเป็นการเรียนรู้ชีวิต อย่างพี่อ๊อฟบอกว่า เวลาเทกเราไม่ต้องคิดว่าเราจะเล่นได้ดีไหม ให้คิดเสียว่าเริ่มใหม่ ทุกอย่างมันคือธรรมะ ไม่มีอะไรที่แน่นอนคงที่ มีขึ้นก็ต้องมีลง มีหายใจเข้าก็ต้องหายใจออก ก็แค่เริ่มใหม่ ชีวิตต้องไม่ยึดติด สุดท้ายคือการพูดถึงธรรมะอยู่ดี มันสอนเราแล้วเรานำไปใช้ในชีวิตได้อีก มีแต่กำไรกับกำไร

     "การที่เราเป็นนักแสดง ทำให้เรารู้จักตัวเองผ่านตัวละครผ่าน เพราะการที่จะไปสวมบทเป็นคนอื่นได้ เราต้องเรียนรู้และมองตัวเองให้ทะลุปรุโปร่งก่อน ถามว่าวันนี้เราเก่งไหมก็ยังไม่นะ แต่แค่เราเก็ตไอเดียว่าสิ่งนี้มันจะนำพาให้เราเข้าใจชีวิตมากขึ้นได้ยังไง แค่นี้ก็รู้สึกโชคดีเหลือเกินที่ได้มาอยู่ตรงนี้ ได้มาเข้าใจไอเดีย แค่นี้มันคือความสุขแล้ว

     "เพราะความสุขจริงๆ มันยั่งยืนไหมก็ไม่ใช่ อะไรที่เป็นชื่อเสียง วัตถุนี่ไม่ต้องพูดถึงเพราะมันคือสิ่งชั่วครู่ แต่อะไรที่ทำให้เราเข้าใจตัวเราเองมากขึ้นนั่นมันโอเค แต้วโชคดีที่ตรงนี้ทำให้เรามีความสุข เราได้ทำงานที่ได้มีสมาธิสติ ได้ทำงานใหม่ๆ ให้คนดูๆ แล้วมีความสุข แค่นี้ก็แฮปปี้จะตายแล้วค่ะ"