รู้ไว้ใช่ว่า! ประโยชน์จากการจดและนับ "ประจำเดือน"

รู้ไว้ใช่ว่า! ประโยชน์จากการจดและนับ "ประจำเดือน"

รู้ไว้ใช่ว่า! ประโยชน์จากการจดและนับ "ประจำเดือน"
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

คอลัมน์ คุยกับหมอพิณ โดย พ.ญ.พิณนภางค์ ศรีพหล
รู้ไว้ใช่ว่า! ประโยชน์จากการจดและนับ "ประจำเดือน"
คอลัมน์ คุยกับหมอพิณ
พ.ญ.พิณนภางค์ ศรีพหล
email:doctorpin111@gmail.com

 

สวัสดีค่ะ ผ่านพ้นวันหยุดยาว (เฟื้อย) กันไปแล้วนะคะ

ได้เวลากลับสู่ชีวิตจริง งานประจำ แล้วก็ได้แต่เฝ้ามองปฏิทินให้ถึงวันหยุดยาว (ไม่เฟื้อย) ในเดือนถัดไป

พูดถึงเรื่องปฏิทิน หลาย ๆ ท่านมักจะจดตารางนัด หรือสิ่งที่ต้องทำ เช่น จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ บัตรเครดิต ลงในปฏิทิน สมุดเล่มเล็ก ๆ หรือมือถือกันใช่ไหมคะ

วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่อง การ "จดประจำเดือน" กันค่ะ ว่าจะจดอย่างไร นับอย่างไร และจะจดไปทำไม จดแล้วมันดียังไงนะคะ

ก่อนอื่น

จะจดยังไงดี : ให้จดว่าเริ่มมาวันไหน ถึงวันไหนค่ะ

โดยปกติแล้ว คุณผู้หญิง จะมีประจำเดือนมา เป็นระยะเวลา 1-8 วัน ถ้ามากกว่า 8 วันถือว่าผิดปกติค่ะ ควรพบแพทย์

นับยังไงดี : การนับรอบเดือน คือนับวันที่ประจำเดือนมาวันแรก เป็นวันที่ 1 ค่ะ นับไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งประจำเดือนรอบถัดไปมา ก็เริ่มนับ 1 ใหม่ โดยรอบเดือนปกติ จะมีระยะเวลา อยู่ที่ 21-35 วันค่ะ

ดังนั้น น้อยกว่า 21 วัน หรือยาวนานกว่า 35 วัน ก็นับว่าผิดปกติเช่นกันนะคะ

จดไปทำไม จดแล้วมันดียังไง

1.รู้ทันรอบเดือน รู้ว่าจะมาเมื่อไหร่ และรอบเดือนสั้นยาวปกติหรือไม่ : ในคุณผู้หญิงที่รอบเดือนมาสม่ำเสมอ การจด ก็จะสามารถทำให้คาดการณ์ได้ว่า เดือนหน้ารอบหน้า ประจำเดือนจะมาประมาณวันไหนค่ะ เวลาจะออกไปเที่ยวไหน หรือจะออกไปทำงาน จะได้เตรียมผ้าอนามัยใส่กระเป๋าไปด้วย จะได้ไม่เกิดอาการประจำเดือนเล็ดราด วิ่งหาผ้าอนามัยให้วุ่นวายค่ะ

และอย่างที่กล่าวไปข้างต้น การจดก็จะทำให้เรารู้อีกด้วยว่า รอบเดือนเรา เป็นรอบเดือนที่ปกติหรือเปล่า ยาวไปหรือสั้นไปรึเปล่าค่ะ

2.รู้วันปลอดภัย : ในสตรีที่มีเพศสัมพันธ์ และชอบนับระยะปลอดภัยทั้งหลาย การนับระยะปลอดภัย ตามหลักการ คือควรจะ "จด" ประจำเดือน มาอย่างน้อย 6 เดือน และเลือกเอารอบเดือนที่สั้นที่สุด และยาวที่สุด มาคำนวณค่ะ

โดยเอารอบที่สั้นที่สุดมาลบ 18 รอบที่ยาวที่สุดมาลบ 11 เช่น ถ้ารอบเดือนยาว 28-31 วัน ก็จะลบได้ 10, 20 จะได้ระยะอันตราย นั้นคือวันที่ 10-20 (นับจากประจำเดือนที่มาวันแรกเป็นวันที่ 1) ซึ่งนอกเหนือจากระยะนี้ก็จะนับว่าปลอดภัยค่ะ ใครสับสน งงงวย จะหันกลับมาสูตรที่คุ้นเคย

"หน้าเจ็ด หลังเจ็ด" ก็ได้ค่ะ ก่อนอื่นต้องขอเตือนก่อนนะคะ ว่าวิธีนี้ไม่ใช่วิธีคุมกำเนิดที่ดีและชัวร์นัก จะค่อนข้างดีในคนที่ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ (ดังนั้นจะรู้ว่าสม่ำเสมอหรือไม่ ก็ต้องจดใช่ไหมคะ)

ดังนั้น ถ้ายัง "ไม่พร้อม" จะเป็นแม่คน ไม่แนะนำวิธีนี้ค่ะ และหน้าเจ็ดหลังเจ็ด ที่สาว ๆ นิยมจะนับกัน ส่วนใหญ่จะนับ "ผิด" นะคะ เพราะชอบไปนับวันหมดประจำเดือนเป็นวันที่ 1 ดังนั้น เราก็จะได้ คุณแม่วัยรุ่น (ผู้นับวันพลาด) มาที่หน่วยฝากครรภ์กันมากมาย

ดังนั้นถ้าจะให้ถูก "หน้าเจ็ด" คือ ก่อนมีประจำเดือน 7 วัน ส่วน "หลังเจ็ด" คือ 7 วัน โดยนับวันที่ประจำเดือนมาวันแรก เป็นวันที่ 1

3.คาดเดาวันไข่ตกได้ : สำหรับคนที่พร้อมอยากจะเป็นแม่คนเราสามารถคาดเดาวันไข่ตกได้ค่ะ โดยไข่จะตก 14 วันก่อนที่รอบเดือนครั้งถัดไปจะมาค่ะ ดังนั้น คนที่จดอย่างสม่ำเสมอ ยิ่งเดาวันประจำเดือนครั้งถัดไปแม่นเท่าไหร่ โอกาสจะคาดคะเนวันไข่ตกก็จะแม่นยำตามไปด้วย เช่น ถ้ารอบสม่ำเสมอที่ 28 วัน ไข่ก็จะตกวันที่ 14 ถ้ารอบเดือนสม่ำเสมอที่ 30 วัน ไข่จะตกวันที่ 16 ค่ะ

เห็นไหมคะ แค่จดประจำเดือน ก็บอกอะไรเราได้มากมายแล้ว มาจดกันเถอะค่ะ สวัสดีค่ะ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล