วิธีล้างคราบชา-กาแฟในแก้ว คราบฝังแน่นก็ออก ด้วยของใกล้ตัว

วิธีล้างคราบชา-กาแฟในแก้ว คราบฝังแน่นก็ออก ด้วยของใกล้ตัว

วิธีล้างคราบชา-กาแฟในแก้ว คราบฝังแน่นก็ออก ด้วยของใกล้ตัว
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ใครที่ดื่มชา กาแฟเป็นประจำ น่าจะเคยเจอปัญหา คราบสีน้ำตาลติดอยู่ด้านในแก้ว แม้จะล้างด้วยน้ำยาล้างจานทุกวันก็ยังไม่หาย ยิ่งปล่อยไว้นานคราบก็ยิ่งเห็นชัด

คราบเหล่านี้เกิดจากสารสีและสารประกอบจากชาและกาแฟที่เกาะบนพื้นผิวแก้ว โดยเฉพาะเมื่อใช้แก้วใบเดิมซ้ำ ๆ แต่ไม่ต้องรีบทิ้ง เพราะมีวิธีล้างคราบชา-กาแฟที่ทำได้ง่ายด้วยของที่มีอยู่ในบ้าน

วิธีล้างคราบชา-กาแฟในแก้ว

1. เบกกิ้งโซดา วิธีง่ายสำหรับคราบชา-กาแฟ

เบกกิ้งโซดาสามารถช่วยขจัดคราบและสิ่งสกปรกบางชนิดบนพื้นผิวได้ โดยเฉพาะคราบที่ต้องใช้แรงขัดเล็กน้อย

วิธีทำ

  1. เทน้ำเล็กน้อยลงในแก้ว
  2. ใส่เบกกิ้งโซดาประมาณ 1-2 ช้อนชา
  3. คนให้เป็นเนื้อคล้ายครีมข้น ๆ
  4. ใช้ฟองน้ำนุ่มถูบริเวณที่มีคราบ
  5. ล้างด้วยน้ำสะอาด แล้วล้างด้วยน้ำยาล้างจานตามปกติ

หากเป็นคราบฝังแน่น อาจทิ้งส่วนผสมไว้สักครู่ก่อนขัด แล้วทำซ้ำอีกครั้ง

2. น้ำส้มสายชู สำหรับคราบที่เกาะแน่น

น้ำส้มสายชูมีความเป็นกรด จึงสามารถช่วยจัดการคราบแร่ธาตุบางชนิดที่เกาะอยู่บนภาชนะแก้วได้

วิธีทำ

  1. ผสมน้ำส้มสายชูขาวกับน้ำในสัดส่วนที่เหมาะสม
  2. เทลงในแก้วให้สัมผัสบริเวณที่มีคราบ
  3. แช่ไว้ประมาณ 5-10 นาที
  4. ใช้ฟองน้ำนุ่มถูเบา ๆ
  5. ล้างน้ำสะอาดและตามด้วยน้ำยาล้างจาน

วิธีนี้เหมาะกับแก้วที่มีทั้งคราบชา-กาแฟและคราบจากน้ำกระด้าง

3. น้ำอุ่น + น้ำยาล้างจาน สำหรับคราบที่เพิ่งเกิด

ถ้าคราบยังไม่ฝังแน่น ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำยาหรือวิธีพิเศษ เพียงใช้น้ำอุ่นร่วมกับน้ำยาล้างจานแล้วแช่แก้วไว้สักครู่ จากนั้นใช้ฟองน้ำนุ่มขัดคราบ

การล้างแก้วทันทีหลังดื่มชาและกาแฟเป็นวิธีป้องกันคราบสะสมที่ง่ายที่สุด เพราะคราบที่ปล่อยทิ้งไว้นานมักกำจัดได้ยากกว่า

4. ใช้เม็ดทำความสะอาดสำหรับภาชนะ หากคราบฝังแน่นมาก

หากแก้วหรือแก้วเก็บความร้อนมีคราบสะสมเป็นเวลานาน อาจใช้ เม็ดทำความสะอาดสำหรับแก้วหรือภาชนะ ตามคำแนะนำบนฉลาก

วิธีนี้เหมาะกับแก้วที่มีซอกหรือบริเวณก้นแก้วซึ่งขัดได้ยาก โดยการทดสอบของ Good Housekeeping พบว่าเม็ดทำความสะอาดบางชนิดสามารถช่วยขจัดคราบจากชาในแก้วเซรามิกที่ล้างด้วยเครื่องล้างจานแล้วยังเหลืออยู่ได้

ข้อควรระวัง: เลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าสามารถใช้กับภาชนะหรือพื้นผิวที่สัมผัสอาหาร และทำตามวิธีใช้ของผู้ผลิต

5. คราบฝังแน่นมาก ให้แช่ก่อนแล้วค่อยขัด

หากลองล้างตามปกติแล้วคราบยังไม่ออก อย่าเพิ่งใช้ของแข็งขูด เพราะอาจทำให้พื้นผิวแก้วเป็นรอย

ให้ลองแช่แก้วด้วยน้ำอุ่นและน้ำยาล้างจานก่อน จากนั้นใช้ฟองน้ำนุ่มขัดบริเวณที่มีคราบ หากยังไม่ออก ค่อยเลือกใช้เบกกิ้งโซดาหรือน้ำส้มสายชูตามวิธีด้านบน

เบกกิ้งโซดา + น้ำส้มสายชู เทรวมกันดีไหม?

หลายคนอาจเคยเห็นวิธีทำความสะอาดที่ให้เทเบกกิ้งโซดาแล้วตามด้วยน้ำส้มสายชูจนเกิดฟอง แต่ ไม่จำเป็นต้องผสมสองอย่างนี้เข้าด้วยกันเพื่อหวังให้ทำความสะอาดได้ดีขึ้น

เนื่องจากเบกกิ้งโซดาเป็นด่าง ส่วนน้ำส้มสายชูเป็นกรด เมื่อผสมกันจะเกิดปฏิกิริยาทางเคมีและหักล้างกันเป็นส่วนใหญ่ จึงไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพในการทำความสะอาดเพิ่มขึ้นอย่างที่หลายคนเข้าใจ

หากต้องการใช้ทั้งสองชนิด ควรเลือกใช้ ทีละวิธี แล้วล้างแก้วให้สะอาดระหว่างขั้นตอน

ห้ามใช้น้ำส้มสายชูผสมกับน้ำยาฟอกขาว

ไม่ควรนำน้ำส้มสายชูไปผสมกับน้ำยาฟอกขาวหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีสารฟอกขาว เพราะอาจเกิดก๊าซคลอรีนที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ

แก้วแบบไหนต้องระวังเป็นพิเศษ?

ก่อนใช้วิธีทำความสะอาดใด ๆ ควรดูคำแนะนำจากผู้ผลิต โดยเฉพาะแก้วที่มี ลวดลายเคลือบ สีพิมพ์ ผิวพิเศษ หรือชิ้นส่วนที่ไม่ควรสัมผัสสารทำความสะอาดบางชนิด

สำหรับแก้วทั่วไป ควรเริ่มจากวิธีที่อ่อนที่สุด เช่น น้ำอุ่นและน้ำยาล้างจาน แล้วค่อยเพิ่มวิธีขจัดคราบเมื่อจำเป็น

วิธีป้องกันไม่ให้คราบชา-กาแฟติดแก้ว

ถ้าไม่อยากต้องมานั่งขัดคราบบ่อย ๆ ทำได้ง่าย ๆ ดังนี้

  • ล้างแก้วทันทีหลังดื่มเสร็จ
  • ไม่ปล่อยชาและกาแฟค้างในแก้วเป็นเวลานาน
  • ใช้น้ำยาล้างจานและฟองน้ำนุ่มล้างเป็นประจำ
  • หากเริ่มเห็นคราบ ให้รีบจัดการตั้งแต่ยังไม่ฝังแน่น
  • แก้วที่ใช้ทุกวันควรทำความสะอาดให้ทั่วถึง โดยเฉพาะบริเวณก้นแก้ว

สรุป วิธีล้างคราบชา-กาแฟในแก้ว

คราบชา-กาแฟในแก้วล้างไม่ออก สามารถเริ่มจากวิธีง่าย ๆ อย่างน้ำอุ่นและน้ำยาล้างจาน หากเป็นคราบฝังแน่นให้ลองใช้เบกกิ้งโซดาหรือน้ำส้มสายชูแยกกัน แล้วขัดด้วยฟองน้ำนุ่ม

สิ่งสำคัญคือไม่ควรใช้ของแข็งขูดแก้วแรง ๆ และ ห้ามผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำยาฟอกขาว โดยเด็ดขาด หากต้องการใช้เบกกิ้งโซดาและน้ำส้มสายชู ควรใช้คนละขั้นตอน ไม่ต้องผสมรวมกัน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล