5 สูตรทำความสะอาด-กำจัดกลิ่นเหม็น "หมวกกันน็อก" โดยไม่ต้องถอดชิ้นส่วน!

5 สูตรทำความสะอาด-กำจัดกลิ่นเหม็น "หมวกกันน็อก" โดยไม่ต้องถอดชิ้นส่วน!

5 สูตรทำความสะอาด-กำจัดกลิ่นเหม็น "หมวกกันน็อก" โดยไม่ต้องถอดชิ้นส่วน!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เคล็ดลับทำความสะอาด-กำจัดกลิ่นเหม็นในหมวกกันน็อก โดยไม่ต้องถอดชิ้นส่วน

หมวกกันน็อกเป็นอุปกรณ์ที่ต้องใช้งานทุกวัน จึงมีโอกาสสะสมเหงื่อ น้ำมันจากเส้นผม ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม และฝุ่นละออง หากไม่ได้ทำความสะอาดเป็นประจำ อาจกลายเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียและเชื้อรา จนเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ รวมถึงอาจทำให้เกิดอาการคัน ระคายเคืองหนังศีรษะ รังแค หรือผมร่วงได้

หลายคนอาจคิดว่าการทำความสะอาดหมวกกันน็อกต้องถอดซับในออกทั้งหมดหรือเสียเวลาซักหลายขั้นตอน แต่จริง ๆ แล้วมีวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยลดกลิ่นอับและทำให้หมวกสะอาดขึ้นได้ โดยไม่ต้องถอดชิ้นส่วน

1. ใช้กากชา หรือกากกาแฟแห้งช่วยดูดกลิ่น

กากชาและกากกาแฟเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยจากธรรมชาติที่สามารถนำมาใช้ลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ เนื่องจากมีโครงสร้างที่สามารถดูดซับความชื้นและกลิ่นบางชนิดได้

หลังดื่มชา หรือกาแฟแล้ว สามารถเก็บกากที่เหลือไปตากให้แห้ง จากนั้นใส่ลงในถุงผ้าขนาดเล็ก หรือห่อด้วยกระดาษทิชชู แล้วนำไปวางไว้ภายในหมวกกันน็อกประมาณ 30 นาที หรือทิ้งไว้ข้ามคืนเพื่อช่วยดูดกลิ่นได้ดีขึ้น

วิธีนี้ช่วยลดความอับชื้นและทำให้ภายในหมวกมีกลิ่นสดชื่นขึ้น โดยไม่ต้องใช้สารเคมี

2. ใช้สเปรย์ดับกลิ่นเฉพาะทาง หรือแอลกอฮอล์ 70%

ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์สเปรย์สำหรับทำความสะอาดหมวกกันน็อกโดยเฉพาะ ซึ่งมักมีส่วนผสมช่วยลดกลิ่นและยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย รวมถึงสารสกัดจากธรรมชาติ เช่น อบเชย ชาเขียว หรือสะระแหน่

วิธีใช้เพียงฉีดลงบนซับในหมวก แล้วปล่อยให้แห้งสนิทก่อนนำกลับมาใช้งาน

หากไม่มีสเปรย์เฉพาะทาง สามารถใช้แอลกอฮอล์ 70% ช่วยทำความสะอาดเบื้องต้นได้ เนื่องจากแอลกอฮอล์สามารถช่วยลดจำนวนเชื้อจุลินทรีย์และระเหยได้ค่อนข้างเร็ว

เพียงฉีดแอลกอฮอล์เล็กน้อยบริเวณซับใน จากนั้นนำไปผึ่งลมหรือใช้พัดลมช่วยให้แห้ง อย่างไรก็ตาม ไม่ควรฉีดจนเปียกชุ่ม เพราะอาจทำให้วัสดุภายในหมวกเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

3. ใช้เบกกิ้งโซดาดูดกลิ่นอับ

เบกกิ้งโซดาเป็นวัตถุดิบที่หลายบ้านใช้ทำความสะอาด เพราะมีคุณสมบัติช่วยดูดซับกลิ่นและลดความเป็นกรดบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับกลิ่นจากเหงื่อ

วิธีทำคือ โรยเบกกิ้งโซดาปริมาณเล็กน้อยลงบนซับในหมวก จากนั้นใช้มือหรือแปรงขนนุ่มถูเบา ๆ เพื่อให้ผงกระจายทั่วบริเวณ ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที

หลังจากนั้นใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดผงออก หรือใช้ไดร์เป่าผมเป่าผงออกให้หมดก่อนนำกลับมาใช้งาน

4. ใช้แชมพูสระผมทำความสะอาดซับใน

แชมพูไม่ได้มีหน้าที่ทำความสะอาดเส้นผมเท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยขจัดคราบน้ำมัน เหงื่อ และสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่บนวัสดุซับในหมวกกันน็อกได้

หากไม่ต้องการนำหมวกไปแช่น้ำทั้งใบ สามารถผสมแชมพูเล็กน้อยกับน้ำอุ่น แล้วใส่ลงในขวดสเปรย์ จากนั้นฉีดบริเวณซับในและใช้แปรงสีฟันเก่าหรือฟองน้ำขัดเบา ๆ โดยเน้นบริเวณที่สัมผัสกับเหงื่อมาก เช่น หน้าผากและบริเวณรอบใบหู

หลังทำความสะอาดแล้ว ใช้ผ้าขนหนูนุ่มชุบน้ำสะอาดเช็ดซ้ำหลายครั้ง เพื่อกำจัดคราบแชมพูที่ตกค้าง จากนั้นนำไปตากในที่อากาศถ่ายเท หรือใช้ไดร์เป่าผมช่วยให้แห้ง

5. ใช้ไดร์เป่าผมช่วยลดความชื้น

หนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้หมวกกันน็อกมีกลิ่นเหม็น คือความชื้นจากเหงื่อหรือน้ำฝนที่สะสมอยู่ในซับในและชั้นฟองน้ำด้านใน

หลังใช้งานจึงไม่ควรรีบนำหมวกไปเก็บไว้ในช่องเก็บของรถที่มีพื้นที่ปิดและอากาศไม่ถ่ายเท ควรนำไปวางในบริเวณแห้งและมีลมผ่าน

หากต้องการให้หมวกแห้งเร็วขึ้น สามารถใช้ไดร์เป่าผมตั้งอุณหภูมิระดับกลาง เป่าภายในหมวกเพื่อช่วยลดความชื้นและลดโอกาสสะสมของกลิ่นอับ

วิธีดูแลหมวกกันน็อกให้ไม่มีกลิ่น

  • หลีกเลี่ยงการเก็บหมวกในที่อับชื้น เช่น ใต้เบาะรถเป็นเวลานาน
  • ผึ่งหมวกหลังใช้งานเป็นประจำ โดยเฉพาะหลังขี่รถกลางแดดหรือฝน
  • ทำความสะอาดซับในอย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง ขึ้นอยู่กับความถี่ในการใช้งาน
  • หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีรุนแรงที่อาจทำลายวัสดุภายในหมวก

หมวกกันน็อกที่มีกลิ่นเหม็นไม่ได้เกิดจากความสกปรกเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับเหงื่อ ความชื้น และการสะสมของแบคทีเรียจากการใช้งานทุกวัน

การใช้กากชา กากกาแฟ เบกกิ้งโซดา สเปรย์ทำความสะอาด หรือแชมพู สามารถช่วยลดกลิ่นและทำให้หมวกสะอาดขึ้นได้ โดยไม่จำเป็นต้องถอดชิ้นส่วนทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการผึ่งหมวกให้แห้งหลังใช้งาน และทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานและรักษาสุขอนามัยของผู้สวมใส่

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล