"ส้มเปรี้ยว" เปลี่ยนให้หวานฉ่ำ เปิด 5 เคล็ดลับจากคนญี่ปุ่น ทำตามง่ายนิดเดียว
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
ซื้อส้มมาแล้วเปรี้ยวจี๊ด อย่าเพิ่งทิ้ง! เปิด 5 เคล็ดลับภูมิปัญญาคนญี่ปุ่น เปลี่ยน "ส้มเปรี้ยว" ให้กลับมาหวานฉ่ำ ทำตามง่ายนิดเดียว
เวลาไปเดินตลาดหรือซุปเปอร์มาร์เก็ต หลายคนคงเคยเจอประสบการณ์ซื้อส้มหน้าตาน่ารับประทานมา แต่พอแกะชิมดูแล้วกลับต้องเบียนหน้าหนีเพราะ "รสชาติเปรี้ยวจี๊ดจนเข็ดฟัน" จะกินต่อก็ไม่ไหว จะทิ้งก็เสียดายเงิน
โดยเฉพาะส้มญี่ปุ่นยอดฮิตอย่าง "ส้มมิคัง (みかん)" หรือ ส้มแมนดาริน ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี แต่มักจะมีรสเปรี้ยวแทรกอยู่เสมอ งานนี้บอกเลยว่าไม่ต้องทนกินให้เสียอารมณ์ เพราะที่ประเทศญี่ปุ่นเขามีเคล็ดลับเด็ดๆ 5 วิธีในการแปลงร่างส้มเปรี้ยวให้กลับมาหวานอร่อยมาฝากกัน สามารถนำมาปรับใช้กับส้มบ้านเราได้ผลชะงัดนัก!
5 วิธีเด็ดจากคนญี่ปุ่น เปลี่ยนส้มเปรี้ยวให้หวานฉ่ำดั่งใจ
-
การนวดกลึงเบาๆ (เคล็ดลับโบราณสุดคลาสสิก) วิธีนี้เป็นภูมิปัญญาที่คนญี่ปุ่นทำกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ เพียงแค่นำลูกส้มเปรี้ยวมาใช้นิ้วมือนวดและกลึงเบาๆ ให้ทั่วทั้งผลประมาณ 50 ครั้ง จากนั้นวางพักทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมงก่อนนำมารับประทาน
เหตุผลที่ได้ผล: การนวดเบาๆ จะช่วยให้ส้มอุ่นขึ้น และช่วยกำจัดหรือสลายกรดซิตริกที่เป็นตัวการทำให้ส้มมีรสเปรี้ยวออกไป ส่งผลให้รสชาติโดยรวมหวานละมุนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
-
แช่ในน้ำอุ่น (ปลุกเอนไซม์สลายกรดเปรี้ยว) นำส้มไปแช่ลงในน้ำอุ่นที่มีอุณหภูมิประมาณ 40 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 10-15 นาที (เคล็ดลับคือหาจาน ฝาหม้อ หรือตะแกรงมาวางกดทับไม่ให้ส้มลอยขึ้นเหนือน้ำ)
เหตุผลที่ได้ผล: น้ำอุ่นจะไปช่วยกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ที่มีชื่อว่า อะคอนิเตส (Aconitase) ในเนื้อส้ม ซึ่งทำหน้าที่ช่วยสลายกรดซิตริกให้ลดลง ทำให้ความหวานโดดเด่นขึ้นมาทันที และถ้านำส้มที่แช่น้ำอุ่นนี้ไปแช่ตู้เย็นต่ออีกประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนกิน จะยิ่งทำให้ส้มหวานฉ่ำและปอกเปลือกง่ายขึ้นด้วย
-
ให้ความร้อนด้วยไมโครเวฟ (ตัวช่วยความหวานแบบเร่งด่วน) หากไม่มีเวลาแช่น้ำ ให้ใช้มีดตัดผิวเปลือกส่วนบนของส้มออกเล็กน้อย (เพื่อป้องกันไม่ให้ส้มระเบิด) จากนั้นนำเข้าเตาไมโครเวฟใช้ความร้อน 500 วัตต์ เป็นเวลา 30 วินาที หากต้องการให้หวานขึ้นอีก สามารถเวฟเพิ่มทีละ 10 วินาทีอีก 2-3 ครั้ง แล้วนำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 30 นาที
เหตุผลที่ได้ผล: ความร้อนจากไมโครเวฟช่วยเร่งกระบวนการสลายกรดเปรี้ยวในเวลาอันรวดเร็ว แถมยังทำให้เนื้อส้มฉ่ำและแกะทานง่ายขึ้นด้วย
-
นำส้มมาย่างเตา (เพิ่มทั้งความหวานและสารอาหาร) วิธีนี้อาจจะแปลกตาแต่ได้ผลดีเยี่ยม โดยนำส้มไปย่างในเตาอบขนมปังหรือบนเตาถ่าน จนกระทั่งผิวเปลือกส้มเริ่มมีสีดำ (ก่อนย่างควรล้างทำความสะอาดผิวส้มและเช็ดให้แห้งสนิทเพื่อความปลอดภัย)
เหตุผลที่ได้ผล: ความร้อนจากการย่างนอกจากจะช่วยดึงความหวานในเนื้อส้มออกมาแล้ว ความร้อนยังช่วยให้สารอาหารและน้ำมันหอมระเหยที่มีประโยชน์ในเปลือกส้มซึมซาบเข้าไปในเนื้อส้ม เป็นการเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการแบบคูณสอง
-
บ่มรวมกับแอปเปิ้ล (ใช้พลังแก๊สเอทิลีนธรรมชาติ) หากมีเวลาสักนิด ลองนำส้มมิคัง 2-3 ผล มาใส่รวมในถุงพลาสติกพร้อมกับ ผลแอปเปิ้ล แล้วมัดปากถุงให้สนิท ทิ้งไว้ประมาณ 1-2 วันหรือจนกว่าส้มจะนิ่ม (นอกจากแอปเปิ้ลแล้ว สามารถใช้กล้วยหรือกีวี่แทนได้เช่นกัน)
เหตุผลที่ได้ผล: ผลไม้เหล่านี้จะปล่อย แก๊สเอทิลีน (Ethylene gas) ออกมา ซึ่งเป็นฮอร์โมนพืชธรรมชาติที่ช่วยชักนำให้ส้มเกิดกระบวนการสุกตามต่อ ทำให้เนื้อส้มมีความนิ่มและมีรสชาติหวานขึ้นโดยธรรมชาติโดยไม่ต้องใช้ความร้อนเลย
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)


.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)