หมอเตือน! เช็กด่วน "จุดนอน" ในบ้าน อาจเป็นสาเหตุให้คุณป่วยแบบไม่รู้ตัว

หมอเตือน! เช็กด่วน "จุดนอน" ในบ้าน อาจเป็นสาเหตุให้คุณป่วยแบบไม่รู้ตัว

หมอเตือน! เช็กด่วน "จุดนอน" ในบ้าน อาจเป็นสาเหตุให้คุณป่วยแบบไม่รู้ตัว
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ทำไมยิ่งนอน...ยิ่งป่วย! เปิดภัยเงียบรอบเตียง ที่กำลังรบกวนร่างกายทุกคืนโดยไม่รู้ตัว ตัวการร้ายเพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง? เล่นมือถือจนหลับ? ชาร์จโทรศัพท์ไว้หัวเตียง? เปิด WiFi ทิ้งไว้ทั้งคืน? รู้ไหมว่าพฤติกรรมเหล่านี้กำลังเปลี่ยนที่นอนของคุณให้กลายเป็น "ห้องรมคลื่นไฟฟ้า" โดยไม่รู้ตัว! On the way with Chom สัปดาห์นี้พบกับ พญ.นลินี สุทธิพิศาล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง ผู้ที่ศึกษาการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมทั้งร่างกายและจิตใจ ชวนเปิดมุมมองเรื่อง "ภัยเงียบรอบเตียงและรอบตัว" ที่อาจรบกวนการนอนและสุขภาพ พร้อมแนะนำวิธี Grounding เทคนิคธรรมชาติที่ทำได้ฟรี แค่ถอดรองเท้าแตะพื้นโลกก็ช่วยดึงประจุลบกลับมาซ่อมแซมเซลล์ ลดการอักเสบ และรีเซ็ตร่างกายให้กลับมาเยียวยาตัวเองได้อีกครั้ง

เทคนิค grounding มีส่วนในการช่วยจัดการความเครียด หรือพลังงานที่ไม่ดีในตัวเรา ?

พญ. นลินี: การอธิบายแบบ Holistic (แบบองค์รวม) คือ การทำให้ร่างกายกับจิตใจเข้ามาอยู่กับเราจนมีความมั่นคง เพราะฉะนั้น Stable มันต้องอยู่กับ Earth แล้วก็ทำให้เราใจสงบ มีความมั่นคง รู้สึกปลอดภัย ถ้าเราได้ Stage นั้น ร่างกายเราก็จะเกิดการเยียวยาซ่อมแซมตัวเอง ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นของขวัญของธรรมชาติที่ทุกคนควรทำได้ด้วยตัวเอง

แปลว่า ใจกับร่างกายเราไม่ค่อยอยู่ด้วยกัน ?

พญ. นลินี: ถ้ากายเราดี ใจเราจะดีไหม ถ้าเราสามารถ Grounding ได้จริง ๆ คือเข้ามาอยู่กับตัวเอง Stable และรู้สึกปลอดภัย มั่นคง สิ่งที่ได้คือ ร่างกายกับจิตใจที่สัมพันธ์กัน ได้จิตสำนึกกับจิตใต้สำนึกที่ทำงานคู่กันไป ได้ความมั่นคง และความรู้สึกปลอดภัย แล้วร่างกายเราก็จะเริ่มต้นเยียวยาตัวเองได้เลย


สิ่งนี้เกี่ยวข้องกับพลังงานและประจุในตัวเรา ?

พญ. นลินี: ใช่ค่ะ จริงๆ ปกติในสภาพแวดล้อมทั่วไป ระหว่างท้องฟ้ากับพื้นโลกมันมีความต่างศักย์อยู่ เพราะฉะนั้นประจุจากข้างบนถึงข้างล่างห่างกันประมาณ 400,000 โวลต์ ระหว่างประจุบวกกับประจุลบ คราวนี้อยู่ตรงนี้ตัวเรา ระยะมันจะประมาณ 130 โวลต์ ความต่างต่อความสูง 1 เมตร เพราะฉะนั้นสมมติว่า หมอสูงสัก 150 เซนติเมตร จะมี Body Voltage ระหว่างศีรษะกับเท้าห่างกันประมาณ 150 อันนี้ปกตินะ เพราะเขาบอกว่า ปกติแล้วในโลกเราจะมีการที่ธรรมชาติช่วย มันจะมีฟ้าผ่าประมาณ 1,000 ครั้งต่อนาทีทั่วโลก รวมกันแล้วมันจะทำให้เกิดสภาพแวดล้อมธรรมชาติแบบนี้ที่มันสมดุล แล้วเมื่อมีความต่างศักย์แบบนี้ เขาบอกว่ามันจะมีความถี่ในธรรมชาติประมาณ 7.83 เฮิรตซ์ อันนี้เป็นความถี่ที่ร่างกายเราจะสบาย เราจะนอนก็นอนหลับดี ร่างกายเริ่มเยียวยาตัวเอง เพราะฉะนั้นถ้าเราทำได้แบบนี้ตลอดเวลา สุขภาพเราก็จะดีขึ้น แต่ในความเป็นจริงทุกวันนี้เราทำแบบนั้นไหม วันนี้ไปไหนมาบ้าง ทำอะไรมาบ้าง ตั้งแต่ครอบครัว การงาน เครื่องไฟฟ้าเราเยอะไหม เดี๋ยวนี้เราทุกคนใช้มือถือ ใช้ Wi-Fi เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วสิ่งเหล่านี้ไม่ธรรมชาติ เมื่อไม่ธรรมชาติมันจะมีผลต่อสุขภาพเรา ดังนั้นเราจะทำยังไงให้สุขภาพเราดีขึ้น ถ้าทำได้ง่าย ๆ คือ ทำเทคนิค Grounding การทำอะไรก็ได้ให้เรามาอยู่ตรงนี้ ทั้งกายและใจ ซึ่งมันมีหลายระดับ ได้ประจุลบจากพื้นโลกในขณะที่ต่างกัน

การทำเทคนิค Grounding ไม่จำเป็นต้องเดินเท้าเปล่าก็เห็นผล ?

พญ. นลินี: อันนั้นก็ดีอีกระดับหนึ่ง แต่ถ้าสมมติว่าเราอยู่ทุกวันแล้วรู้สึกอยู่กับตัวแบบนี้ก็โอเค เราก็ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ไม่ใช้ความคิด มนุษย์มีจิตอยู่ 2 ชนิด อันหนึ่งคือ จิตที่มีเหตุผล คิดอย่างเดียวเลย อันนั้นไม่ช่วยสุขภาพเท่าไหร่ เปลืองสุขภาพด้วยเหมือนกัน แต่เราต้องทำเพราะมันมีงาน ขณะเดียวกันก็ปรับสมดุลโดยการเข้าไปถึงจิตที่เราไม่ต้องมีเหตุผล เพื่อจิตเหล่านี้เขาจะรู้สึกว่าตอนนี้ฉันสบายและสงบนะ

ในช่วงเวลาที่เราไม่ได้ใช้จิตปรุงแต่ง ขณะนั้นมีการถ่ายประจุ ?

พญ. นลินี: ได้เลยค่ะ กายกับใจสัมพันธ์กัน คราวนี้ถ้าถามว่า แบบนั้นเราไปเหยียบเท้าที่ Earth ยิ่งดีใหญ่เลย เพราะว่าใต้ฝ่าเท้าเราจะมีจุดหนึ่งที่ภาษาจีนเรียกว่า จุดหย่งเฉวียน เป็นจุดที่มันเหมือนเป็นจุด grounding ของร่างกายเราเลย เราจะรับประจุลบจากในโลกขึ้นมาในร่างกาย แล้วจุดนี้มันก็จุดทำให้เราสบายกาย สบายใจ ถ้าเราเหยียบกับ Earth แบบนี้ เราจะไปเหยียบพื้นดิน พื้นหญ้า พื้นทราย ทะเล ด้วยเท้าเปล่าได้หมด มันถึงมีบางคนเขาบอกว่า เขาอยากจะนอนหลับดี เขาก็เอาเท้าไปแช่น้ำอุ่นใส่เกลือก็ได้ แบบนี้เขากำลังผ่านจุดหย่งเฉวียนอยู่ เป็นกรวดเล็ก ๆ

แค่ให้เท้าได้แตะอะไรบางอย่าง สามารถเป็นเทคนิค grounding ได้เหมือนกัน ?

พญ. นลินี: พอเราทำแบบนี้ เราจะได้รับประจุลบจากโลกเลย เพราะเราบอกว่า ข้างบนฟ้าเป็นบวก ข้างล่างเป็นลบ เวลามีประจุลบเข้ามามันจะช่วยต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ร่างกายเราลดการอักเสบ ทำให้ร่างกายเราไม่สบายน้อยลง แล้วร่างกายเราเริ่มต้นเยียวยา อย่างเช่น ปกติเซลล์ ผนังเซลล์มันจะมี voltage ทุกอย่างเราเป็นไฟฟ้า มนุษย์เราทำงานทุกอย่างต้องมีการเชื่อมต่อด้วยไฟฟ้า เพราะฉะนั้นถ้าสมมติว่า เรามีประจุลบที่ผิวเซลล์ประมาณสัก -70 ถึง -90 ร่างกายจะแข็งแรง แต่ว่าคนไข้ที่เขาเจ็บป่วย ถ้าเป็นภาษาแพทย์ที่เขาเรียกว่า โรคมะเร็ง หรือภาวะเจ็บป่วยรุนแรง ประจุลบมันจะหายไป มันอาจจะเหลือสัก -30 คนไข้ก็ไม่สบาย พอเขา Grounding เขาสบายใจ เขาได้ประจุลบจากพื้นโลกเข้ามาหา มันก็ไปเพิ่มทำให้เซลล์ทำงานดีขึ้น


การทำเทคนิค Grounding ทำให้เราได้กลับมาอยู่กับตัวเอง ?

พญ. นลินี: วัตถุประสงค์คือ กลับมาอยู่กับเรา เกิดความมั่นคง กายกับใจสัมพันธ์กัน จิตสำนึกกับจิตใต้สำนึกสัมพันธ์กัน เมื่อมีความรู้สึกปลอดภัย ร่างกายจะเริ่มเยียวยาตัวเองทันที พอเราทำแบบนี้ สิ่งแรกที่เราจะรู้สึกได้คือ ความสงบ พอร่างกายไม่มีภัย มันก็จะสงบ มันจะบอกว่า ไม่เครียดนะ กล้ามเนื้อที่เคยตึงไปหมดจะผ่อนคลาย พอไปนอนก็หลับสนิทการหายใจก็เปลี่ยนระดับ จากที่เคยหายใจเร็วก็หายใจช้าลง ลึกขึ้นถึงท้อง ส่วนคนที่มีปัญหาสุขภาพอย่างอื่น เช่น ความดันโลหิต ความดันก็จะดีขึ้น หัวใจเต้นดีขึ้น ความเครียดก็น้อยลง นอนหลับสนิท เราต้องช่วยตัวเองก่อนแล้วค่อยให้แพทย์ดูแล เพราะแพทย์ไม่ได้อยู่กับเราตลอด 24 ชั่วโมง สิ่งที่เป็นธรรมชาติและทำได้เอง ทำเลยค่ะ

Geopathic Stress คืออะไร ?

พญ. นลินี: มันเป็นภัยเงียบที่เราไม่รู้จัก เพราะเราอยู่ในชีวิตปัจจุบัน วันนี้มีใครในพวกเราไม่มีมือถือไหม ทำงานได้ไหม สมมติคุณดูแลตัวเองดี วางแผนสุขภาพอย่างสมบูรณ์ คุณทำทุกอย่างดีมาก แต่อาจจะไม่แข็งแรงเท่าไหร่ ไปหาแพทย์บ้าง คุณเจอแพทย์สัปดาห์ละครั้ง แต่คุณกลับมานอนในที่ๆแย่มาก ไม่เอื้ออำนวยต่อการมีสุขภาพดี แล้วคุณจะสุขภาพดีได้อย่างไร เจอแพทย์สัปดาห์ละครั้ง หรือไปบำรุงร่างกาย ไปสปา สัปดาห์ละครั้ง แต่กลับมานอนในที่แย่ถึง 7 คืน มันถ่วงกันไม่ได้ เพราะแย่มันมากกว่าดี แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าตรงนั้นมันไม่ดี สังเกตจากเราจะนอนหลับไม่สนิท

Benker Grid คืออะไร ?

พญ. นลินี: หมออยากจะใช้ Technical term นิดหนึ่ง ตารางของสนามแม่เหล็กโลก หรือ Grid จะมีอยู่ทั้งหมด 3 ชนิด ชนิดที่ 1 เรียกว่า Benker Grid สำหรับหมอแล้ว จุดนี้คือจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงในที่นอน ตั้งชื่อตามคนค้นพบ สามารถไปค้นหาใน Google ดูได้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ทุกบ้านจะมี เพราะมันจะห่างกันทุก ๆ 10 เมตร เป็นตารางขนาด 10x10 เมตร เพราะฉะนั้นถ้าใครเอาเตียงไปวางทับเส้น หรือจุดตัดของเส้น เสร็จเลยคนไข้ก็จะมีการอักเสบ เมื่อยตามข้อ สุขภาพไม่แข็งแรง เยียวยาได้ไม่ดี หรือบางทีไปถึงมะเร็งได้ ซึ่งมันตรวจวัดได้ด้วยเครื่องมือ เผอิญหมอเคยสัมผัสกับคนไข้เยอรมัน เขาตรวจวัดสิ่งเหล่านี้ได้โดยมีเครื่องมือตรวจวัด เขาวัดดูว่า ตรงไหนมีความถี่อยู่ในเครื่องมือ พอถึงจุดนี้ตรงนี้แหละที่เขาเรียกว่า Benker มันเป็นเส้นที่ทุกบ้านต้องมี สมมติคุณชมนั่งกระเถิบไป เราอาจจะนั่งทับอยู่หรือเปล่า เพราะระยะมันคือ ทุกๆ 10 เมตรจะมีหนึ่งล็อก เพราะฉะนั้นทุกห้องในบ้านอย่างไรก็ต้องเจอเส้นนี้ ทีนี้ถ้าเราอยู่ตอนกลางวัน เราอยู่แค่ช่วงสัมภาษณ์ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเรานอนแบบนี้ทุกคืน ร่างกายจะไหวไหม ไม่ไหวแน่นอน เพราะการนอนคือ ช่วงเวลาแห่งการเยียวยา

ถึงอย่างไรในชีวิตประจำวันเราก็ต้องผ่าน Benker Grid ?

พญ. นลินี: แน่นอนค่ะ ร่างกายเราต้องเก่งพอที่จะดูแลตัวเองได้ คนหนุ่มสาวนอนทับก็อาจจะไม่เป็นไร แต่ถ้าเด็กเล็กอายุน้อย ๆ ทับ เขาจะเจริญเติบโตดีไหม ถ้าผู้อาวุโสเขาเริ่มแย่แล้ว ถ้าเจอเขาก็จะมีความรู้สึก แต่ถ้าเราไม่มีความรู้แบบนี้ เราก็มัวแต่ไปรักษาทุกอย่าง มันยังไม่ดีที่สุด เพราะเราลืมขจัดปัญหานี้ หมอจะพูดอยู่เสมอว่า การที่คนเราไม่สบาย เหตุหนึ่งเดียวไม่มี รักษาหนึ่งวิธีไม่ได้ และหนึ่งครั้งก็ไม่พอ เพราะฉะนั้นต้องคิดรอบ อันนี้ก็เป็นหนึ่งในอันที่มีสิทธิ์ ใน Benker มันก็จะมีการซอยถี่ขึ้นมา เขาเรียกว่า Hartmann Grid จะขนานกันเลย แบ่งออกเป็น 5 ส่วนอยู่ในนี้ บางครั้งเราจะเจอแม้กระทั่งจุดตัดของ Hartmann กับ Benker ด้วยซ้ำ ตัว Hartmann ไม่ทำลายเท่าไหร่หรอก แต่ Benker นี่เยอะอย่างแรง เพราะมันมาทับกัน เสริมฤทธิ์กัน


Running Water คืออะไร ?

พญ. นลินี: การที่เรามีน้ำอยู่ใต้ดินแล้วเอาเตียงไปไว้ตรงนั้นพอดี มันไม่ดี เพราะว่าน้ำมันเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา คุณต้องมี Stable และ Grounding อยู่ดี ๆ มีของเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา แบบนี้คุณจะไปอยู่ได้อย่างไร เพราะฉะนั้นสิ่งนี้จะทำให้คนที่นอนตรงนั้นสุขภาพไม่ดี ถึงระดับมะเร็ง แปลกมากหมอมีคนไข้ถามว่า คุณหมอครับผมอายุ 70 ไม่ได้เป็นเบาหวาน ไม่ได้เป็นอะไรเลย ความดันดีหมด แต่ผมต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะทั้งคืนเลย ต่อมลูกหมากก็ไม่ได้เป็น หมอถามกลับว่า ที่บ้านมีน้ำมีอะไรอยู่ข้างใต้ หรือเปล่า เพราะว่าเราเคยได้ยินว่า คนที่นอนทับแบบนี้ หรือเด็ก ๆ มันจะลุกปัสสาวะบ่อย คือกลุ่มพวก Stress ทั้งหลายมันทำให้คนนอนหลับไม่สนิท ร่างกายเราไม่มีการเยียวยาทั้งคืน เพราะฉะนั้นพวกนี้มันจะเกี่ยวกับต้องลุกขึ้นมาห้องน้ำ เพลีย ไม่มีแรง

ถ้าอยากโฟกัสเรื่องพลังงานชีวิต ควรเริ่มจากอะไร ?

พญ. นลินี: นอนหลับไหม หลับดีไหม ถ้าหลับดีก็ไม่น่าเป็น หลับดีมี 2 อย่าง อันที่ 1 คือไม่เป็น อันที่ 2 ก็ยังหนุ่มสาว มันยังสามารถ Balancing compensate ได้ ถ้าหลับไม่ดีมันจะเริ่มต้นถึงความเจ็บป่วยแล้ว อันนี้ต้องเริ่มไปคิดแล้วจะทำอย่างไร มีเรื่องหนึ่งที่หมอจะบอกว่า หมอเป็นคนไม่ใช้บลูทูธ และหมอก็ไม่ได้ใช้ 5G แต่ใช้ 4G เพราะเราต้องทำงาน เราต้องมีโทรศัพท์ แต่ว่าระหว่าง 5G กับ 4G มันขึ้นอยู่กับความยาวคลื่น ถ้าสมมติว่า เราใช้ 5G ยาวคลื่นมันสั้น ถ้าหมอเปรียบเทียบเหมือนกับเราเดินก้าวหนึ่งมันก็เจอเรา แต่ความยาวคลื่นของ 4G มันกว้าง เพราะฉะนั้นเดินไปตั้งหลายก้าวเจอที มันไม่ถี่กว่า เดี๋ยวนี้คนก็มีไปฉีดวัคซีน ถ้าเชื่อพวกแพทย์ทางเลิกบางคนจะบอกว่า มันจะมีเหมือนกับแม่เหล็กอยู่ในตัว ฉันก็ต้องระวังนิดหน่อย เวลาคนไข้มาหาหมอบอกว่า 4G ก็พอค่ะ หมอยังรับโทรศัพท์ รับ Line รับอีเมลได้หมดทุกอย่างเลย ถ้าจะต้องใช้ 5G เพราะเราต้องโหลดเร็ว ๆ ก็เปิดชั่วคราวแล้วรีบกลับสู่สภาพเดิม ไม่ได้แปลว่า ห้ามหมด ชีวิตก็ยังต้องอยู่ในโลกปัจจุบัน แต่ว่าเราก็ต้องดูแลเท่าที่เราดูได้ หมอมีเพื่อนคนหนึ่ง คิดถึงเพื่อนเรามากเลย เป็นเนื้องอกในสมอง เธอเป็นคนทันสมัยมาก เก่งทุกอย่าง แต่ใช้แบบนี้ แล้วตรงสมองส่วนนี้เขาจะมีตัวหนึ่งที่เป็น Governor เขาเรียกว่า ต่อมที่สร้างฮอร์โมนชื่อ Pineal Gland ให้เรานอนหลับ และPituitary เพื่อควบคุมการทำงานทั้งระบบ แล้วเราจะไปรบกวนมันตลอดเวลาแล้วเราจะมีสุขภาพดีได้ยังไง สิ่งเหล่านี้แต่เราจำเป็นต้องใช้ เราก็ต้องใช้อย่างฉลาด เราก็อาจจะต้องมีเครื่องป้องกัน


สามารถติดตาม "On the way with Chom" ได้ที่ช่องทาง Podcast : Life Dot , Facebook: Life Dot , Youtube : Life Dot เวลา 18.00 น.

คลิกชมรายการย้อนหลัง : https://www.youtube.com/watch?v=euuJLmcke0I

อัลบั้มภาพ 4 ภาพ

อัลบั้มภาพ 4 ภาพ ของ หมอเตือน! เช็กด่วน "จุดนอน" ในบ้าน อาจเป็นสาเหตุให้คุณป่วยแบบไม่รู้ตัว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล