
งาดำกับงาขาว ต่างกันแค่สีหรือไม่? หลายคนกินมานานแต่เข้าใจผิด
หลายคนเห็นงาดำและงาขาววางขายคู่กันมาตลอด แต่เมื่อถามว่า งาดำกับงาขาวต่างกันอย่างไร? คำตอบที่ได้มักเป็นเพียง "ก็ต่างกันแค่สี" แต่ความจริงแล้ว ทั้งสองชนิดมีความแตกต่างมากกว่านั้น ทั้งด้านรสชาติ สารอาหาร และการนำไปใช้ในอาหาร
งาดำกับงาขาว มาจากต้นเดียวกันไหม?
งาดำและงาขาว ทั้งคู่มาจากพืชชนิดเดียวคือ Sesamum indicum เพียงแต่แตกต่างกันที่สีของเปลือกเมล็ดและสายพันธุ์บางส่วน ทำให้สีเปลือกเมล็ดแตกต่างกัน
ไม่ได้เป็นงาขาวที่ย้อมสีดำ หรือเป็นงาดำที่ฟอกสีจนขาวอย่างที่บางคนเข้าใจ
งาดำมีสารอาหารมากกว่าจริงไหม?
โดยทั่วไป งาดำมักมีแร่ธาตุและสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่า เนื่องจากมักจำหน่ายแบบยังคงเปลือกเมล็ดไว้
ขณะที่งาขาวมักมีปริมาณน้ำมันสูงกว่าเล็กน้อย และรสชาติอ่อนกว่า อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่ยังให้สารอาหารสำคัญใกล้เคียงกัน เช่น
- ไขมันไม่อิ่มตัว
- โปรตีน
- แคลเซียม
- แมกนีเซียม
- ธาตุเหล็ก
ทำไมงาดำถึงมักถูกมองว่าดีกว่า?
ส่วนหนึ่งมาจากการศึกษาที่พบว่าเปลือกสีดำมีสารพฤกษเคมีและสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่างาขาวไม่มีประโยชน์ ในทางโภชนาการ ทั้งสองชนิดยังถือว่าเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางอาหารสูงเหมือนกัน
ทำไมอาหารญี่ปุ่นชอบใช้งาขาว?
งาขาวมีรสชาติและกลิ่นที่นุ่มกว่า จึงนิยมใช้ใน
- ซูชิ
- สลัด
- น้ำสลัดงา
- ขนม
ส่วนงาดำมักถูกใช้ใน
- เครื่องดื่ม
- ขนมไทย
- เบเกอรี่
- ธัญพืชเพื่อสุขภาพ
งาดำหรือ งาขาว ควรเลือกแบบไหน? คำตอบคือ เลือกได้ทั้งคู่ หากต้องการเพิ่มความหลากหลายของสารอาหาร สามารถกินสลับกันได้
สิ่งสำคัญกว่าสี คือการเลือกงาที่สด ใหม่ และไม่มีกลิ่นหืน
สรุปได้ว่า งาดำกับงาขาวไม่ได้ต่างกันแค่สี แต่มีความแตกต่างด้านสายพันธุ์ รสชาติ และสารอาหารบางชนิด โดยงาดำมักมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่า ขณะที่งาขาวมีรสชาติอ่อนและนิยมใช้ในอาหารหลากหลายประเภท อย่างไรก็ตาม ทั้งสองชนิดยังเป็นแหล่งของไขมันดี โปรตีน และแร่ธาตุสำคัญที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
ขอขอบคุณ
ข้อมูล :Healthline – Black Sesame Seeds: Nutrition, Benefits, and More