ตาขาวไม่ใส เกิดจากอะไร? เผยเคล็ดลับง่ายๆ ทำให้กลับมาสดใสเหมือนเดิม
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
ตาขาวไม่ใส เหลือง หมอง หรือแดง เกิดจากอะไร? พร้อมวิธีดูแลให้ดวงตากลับมาสดใส
ตาขาวไม่ใส เกิดจากอะไร? เคยสังเกตไหมว่า บางคนดวงตาดูใส สดชื่น มองแล้วสะดุดตา แต่พอมองกลับมาที่ตัวเอง กลับรู้สึกว่าตาขาวดูหมอง เหลือง หรือมีเส้นเลือดแดงจนดูไม่สดใสเหมือนคนอื่น
จริงๆ แล้ว “ตาขาวไม่ใส” สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งเรื่องพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน อาการภูมิแพ้ ไปจนถึงสัญญาณสุขภาพบางอย่างที่ไม่ควรมองข้าม วันนี้เราจะพาไปดูกันว่า ต้นเหตุของตาขาวไม่ใสมีอะไรบ้าง และควรดูแลอย่างไรให้ดวงตากลับมาดูสดใสอีกครั้ง
1. ตาขาวระคายเคืองจากฝุ่น แสงแดด หรือใช้สายตาหนัก
สาเหตุ
ตาขาวที่ดูหมองหรือไม่ใส อาจเกิดจากอาการระคายเคืองของดวงตา ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นละออง ควัน แสงแดด ลม หรือการใช้สายตาหนักเกินไป เช่น จ้องหน้าจอเป็นเวลานาน จนทำให้เยื่อบุตาอักเสบและดูไม่สดใส
วิธีดูแล
- หลีกเลี่ยงการขยี้ตาบ่อยๆ
- ล้างหน้าและทำความสะอาดรอบดวงตาให้สะอาด
- พักสายตาระหว่างวัน
- หากมีอาการตาแห้งหรือระคายเคือง สามารถใช้น้ำตาเทียมหรือยาหยอดตาได้ แต่ไม่ควรใช้ต่อเนื่องนานๆ โดยไม่ปรึกษาจักษุแพทย์
2. ภูมิแพ้ ทำให้ตาคัน ตาแดง ตาขาวไม่ใส
สาเหตุ
คนที่เป็นภูมิแพ้มักมีอาการคันตา ระคายเคือง และเผลอขยี้ตาบ่อยๆ ส่งผลให้เส้นเลือดฝอยในตาขยายตัว จนตาดูแดงหรือหมองคล้ำกว่าปกติ
วิธีดูแล
- ใช้น้ำตาเทียมแบบไม่มีสารกันเสีย เพื่อช่วยชะล้างสารก่อภูมิแพ้
- ประคบเย็นบริเวณดวงตาเมื่อมีอาการคัน
- หลีกเลี่ยงการขยี้ตา เพราะอาจทำให้เส้นเลือดฝอยแตกและอักเสบมากขึ้น
- หากอาการเป็นบ่อย ควรพบแพทย์เพื่อรับยารักษาภูมิแพ้โดยตรง
3. ตาขาวอักเสบจากคอนแทคเลนส์หรือเครื่องสำอาง
สาเหตุ
การใส่คอนแทคเลนส์ไม่สะอาด หรือมีเศษเครื่องสำอาง ฝุ่น และสิ่งสกปรกเข้าสู่ดวงตา อาจทำให้เกิดการอักเสบได้ บางคนอาจมีอาการปวดตา ตาแดงเข้ม หรือมีตุ่มเล็กๆ ร่วมด้วย
วิธีดูแล
- หยุดใส่คอนแทคเลนส์ชั่วคราว
- หลีกเลี่ยงการแต่งตาหากมีอาการอักเสบ
- หากตาแดงมาก เจ็บตา หรือมีอาการบวม ควรรีบพบจักษุแพทย์
- ไม่ควรซื้อยาหยอดตามาใช้เอง เพราะอาจรักษาไม่ตรงจุด
4. พักผ่อนน้อย เล่นมือถือหนักเกินไป
สาเหตุ
การนอนดึก เล่นมือถือ หรือจ้องคอมพิวเตอร์ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทำให้ดวงตาทำงานหนัก เกิดอาการตาแห้งและเยื่อบุตาอักเสบได้ง่าย จนตาดูแดง มีเส้นเลือดขึ้น หรือดูไม่สดใส
วิธีดูแล
- พักสายตาทุก 1-2 ชั่วโมง
- ใช้กฎ 20-20-20 คือ ทุก 20 นาที ให้มองไกล 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ
- ใช้น้ำตาเทียมเพิ่มความชุ่มชื้น
- ไม่เล่นมือถือในที่มืด
- หลีกเลี่ยงการนอนตะแคงเล่นมือถือ เพราะทำให้ดวงตาทำงานหนักเกินไป
หากลองลดการใช้หน้าจอและพักผ่อนให้เพียงพอประมาณ 1 สัปดาห์ หลายคนจะเริ่มสังเกตได้ว่าตาขาวดูใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
5. ตาขาวเหลือง อาจเป็นสัญญาณโรคตับหรือโรคไต
สาเหตุ
หากตาขาวมีสีเหลืองชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณใต้เปลือกตาก็ยังเหลือง อาจไม่ใช่แค่อาการระคายเคืองทั่วไป แต่อาจเกี่ยวข้องกับโรคตับ ไวรัสตับอักเสบ ดีซ่าน หรือปัญหาเกี่ยวกับไตได้
วิธีดูแล
- ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ
- หากมีอาการร่วม เช่น ตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย หรือเปลือกตาบวม ควรเข้ารับการตรวจทันที
- หลีกเลี่ยงการซื้อยามารับประทานเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
วิธีดูแลดวงตาให้ตาขาวใส สุขภาพดี
- นอนหลับให้เพียงพออย่างน้อย 7-8 ชั่วโมง
- ดื่มน้ำมากๆ
- กินผักและผลไม้ที่มีวิตามินเอและวิตามินซี
- สวมแว่นกันแดดเมื่อออกกลางแจ้ง
- ลดการใช้หน้าจอเป็นเวลานาน
- หลีกเลี่ยงควันบุหรี่และมลภาวะ
- ไม่ขยี้ตาบ่อยๆ
ดวงตาที่สดใสไม่ใช่แค่ช่วยให้ใบหน้าดูสดชื่นขึ้นเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงสุขภาพโดยรวมของร่างกายอีกด้วย หากดูแลสายตาอย่างเหมาะสม และพักผ่อนให้เพียงพอ ก็จะช่วยให้ตาขาวกลับมาดูใส สุขภาพดี และลดปัญหาตาแดงตาหมองได้มากขึ้น
อ่านเพิ่มเติม:
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)

.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)