ชักโครก 2 ปุ่ม กดต่างกันยังไง? หลายคนใช้ผิดมาตลอด อย่ากดพร้อมกัน

ชักโครก 2 ปุ่ม กดต่างกันยังไง? หลายคนใช้ผิดมาตลอด อย่ากดพร้อมกัน

ชักโครก 2 ปุ่ม กดต่างกันยังไง? หลายคนใช้ผิดมาตลอด อย่ากดพร้อมกัน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เฉลยแล้ว! ชักโครก 2 ปุ่ม ด้านบนกดต่างกันยังไง ใช้อันไหนตอนไหน

เคยสังเกตไหมว่า ชักโครกสมัยใหม่ หลายรุ่นจะมีปุ่มกดอยู่ด้านบน 2 ปุ่ม แต่หลายคนก็ยังกดสลับกันไปมาแบบไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วแต่ละปุ่มมีหน้าที่ต่างกันอย่างไร บางบ้านใช้ผิดมาตลอดโดยไม่รู้ตัว แถมยังทำให้สิ้นเปลืองน้ำโดยไม่จำเป็นอีกด้วย

ความจริงแล้ว ปุ่มทั้งสองถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้เรา เลือกใช้น้ำในปริมาณที่เหมาะสม กับของเสียแต่ละประเภท ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ชำระล้างได้สะอาดแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าน้ำในระยะยาวอีกด้วย

ปุ่มเล็ก กับ ปุ่มใหญ่ ต่างกันยังไง?

1. ปุ่มเล็ก (Half Flush) — ใช้น้ำน้อยกว่า

ปุ่มขนาดเล็กจะปล่อยน้ำเพียงครึ่งหนึ่งของถัง เหมาะสำหรับการปัสสาวะ หรือของเสียที่มีปริมาณไม่มาก โดยทั่วไปจะใช้น้ำประมาณ 3–4 ลิตร ต่อครั้ง

เหมาะกับ:

  • ปัสสาวะ
  • กระดาษทิชชูเล็กน้อย
  • การใช้งานทั่วไปที่ไม่ต้องการแรงดันน้ำมาก

2. ปุ่มใหญ่ (Full Flush) — ใช้น้ำมากกว่า

ปุ่มขนาดใหญ่จะปล่อยน้ำเต็มถัง เพื่อให้แรงดันน้ำมากพอในการชำระล้างของเสียปริมาณมาก โดยทั่วไปจะใช้น้ำประมาณ 6–9 ลิตร ต่อครั้ง

เหมาะกับ:

  • อุจจาระ
  • ของเสียจำนวนมาก
  • กรณีต้องการความสะอาดเป็นพิเศษ

สรุปจำง่ายใน 10 วินาที

  • ปุ่มเล็ก = ใช้น้ำน้อย = ประหยัดน้ำ
  • ปุ่มใหญ่ = ใช้น้ำมาก = ล้างหนัก

ทำไมควรใช้ให้ถูกปุ่ม?

การเลือกกดปุ่มให้เหมาะกับการใช้งาน ไม่ใช่แค่เรื่องเล็กๆ แต่สามารถช่วยลดการใช้น้ำได้จริง โดยเฉพาะในบ้านที่มีสมาชิกหลายคน หากใช้ปุ่มเล็กในกรณีที่เหมาะสม จะช่วยลดการใช้น้ำได้หลายลิตรต่อวัน และประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว

นอกจากนี้ ยังเป็นอีกหนึ่งวิธีง่ายๆ ในการดูแลสิ่งแวดล้อม เริ่มได้จากเรื่องใกล้ตัวอย่าง การกดชักโครกให้ถูกปุ่ม นั่นเอง

ถ้ากด 2 ปุ่มพร้อมกัน จะเกิดอะไรขึ้น?

1. น้ำจะไหลเท่ากับปุ่มใหญ่ (Full Flush)
ส่วนใหญ่ระบบจะปล่อยน้ำในปริมาณมากสุดอยู่ดี เทียบเท่าการกดปุ่มใหญ่เพียงปุ่มเดียว
ดังนั้น ไม่ได้ประหยัดน้ำ และ ไม่ได้แรงกว่าปกติอย่างมีนัยสำคัญ

2. ไม่ได้ทำให้ชักโครกสะอาดขึ้นเป็นพิเศษ
แรงดันน้ำถูกกำหนดโดยโครงสร้างของถังและวาล์ว ไม่ได้เพิ่มขึ้นเพราะกดสองปุ่มพร้อมกัน

3. ถ้าทำบ่อย อาจทำให้ชิ้นส่วนสึกเร็วขึ้น
แม้จะไม่พังทันที แต่การกดพร้อมกันบ่อยๆ อาจทำให้กลไกภายใน เช่น วาล์วหรือสปริง ทำงานหนักกว่าปกติเล็กน้อย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล