ซูเปอร์ฟู้ดไทย! "ปลา" ที่ต่างชาติอวย แคลเซียมสูงกว่าแซลมอน 25 เท่า ดีต่อหัวใจและสมอง

ซูเปอร์ฟู้ดไทย! "ปลา" ที่ต่างชาติอวย แคลเซียมสูงกว่าแซลมอน 25 เท่า ดีต่อหัวใจและสมอง

ซูเปอร์ฟู้ดไทย! "ปลา" ที่ต่างชาติอวย แคลเซียมสูงกว่าแซลมอน 25 เท่า ดีต่อหัวใจและสมอง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ซูเปอร์ฟู้ดไทย แคลเซียมสูงกว่าปลาแซลมอน 25 เท่า! ดีต่อหัวใจ สมอง และสายตา

นี่คือปลาชนิดหนึ่งที่มีปริมาณแคลเซียมสูง พร้อมทั้งสารอาหารอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจและสมอง 

ปลาที่มีแคลเซียมสูงกว่าปลาแซลมอนถึง 25 เท่า

แคลเซียมเป็นหนึ่งในแร่ธาตุสำคัญที่จำเป็นต่อการมีสุขภาพดี การได้รับแคลเซียมเพียงพอไม่เพียงช่วยให้กระดูกแข็งแรง แต่ยังดีต่อการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจและระบบประสาทอีกด้วย เมื่อพูดถึงอาหารที่มีแคลเซียมสูง หลายคนมักนึกถึงนมหรืออาหารทะเล เช่น ปลาซาร์ดีน ปลาแซลมอน กุ้ง ปู

แต่อาจมีไม่กี่คนที่รู้ว่า "ปลากะตัก" ซึ่งเป็นปลาที่คุ้นเคยในเวียดนามนั้น กลับมีแคลเซียมสูงกว่าปลาแซลมอนเสียอีก

ตามข้อมูลจากกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (USDA) ปลากะตัก 100 กรัม มีแคลเซียม 232 มิลลิกรัม ขณะที่ปลาแซลมอน 100 กรัม มีแคลเซียมเพียง 9 มิลลิกรัม หมายความว่า ปลากะตักมีแคลเซียมสูงกว่าปลาแซลมอนถึง 25.7 เท่า

นอกจากแคลเซียมแล้ว ปลากะตักยังมีสารอาหารมากมาย ตามเว็บไซต์ Healthline ปลากะตัก 45 กรัม มีพลังงาน 95 แคลอรี โปรตีน 13 กรัม ไขมัน 4 กรัม และมีวิตามินกับแร่ธาตุต่างๆ เช่น วิตามิน B3, B12, ซีลีเนียม, เหล็ก, โพแทสเซียม

ด้วยสารอาหารที่หลากหลาย ปลากะตักจึงมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายด้าน

ประโยชน์ของปลากะตัก

เมื่อตรวจสอบองค์ประกอบทางโภชนาการของปลากะตัก จะเห็นได้ชัดว่าปลาชนิดนี้มีโปรตีนสูง การเพิ่มอาหารที่อุดมด้วยโปรตีน เช่น ปลากะตักในมื้ออาหาร จะช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้ เพราะโปรตีนทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น และยังช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อ

ตามเว็บไซต์ WebMD ปลากะตักยังเป็นแหล่งของกรดไขมันโอเมกา-3 ที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ งานวิจัยหลายฉบับระบุว่า โอเมกา-3 ช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ ชะลอการก่อตัวของคราบไขมันในหลอดเลือด และลดความดันโลหิต อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองได้ เนื่องจากสามารถลดการเกิดลิ่มเลือด

การศึกษาจาก Harvard Medical School ในสหรัฐฯ ยังพบว่า การรับประทานปลากะตักช่วยเสริมการทำงานของสมอง และลดความเสี่ยงโรคสมองเสื่อม นักวิทยาศาสตร์พบว่า ผู้ที่บริโภคโอเมกา-3 ในปริมาณมากจะมีระดับสารเบต้า-อะไมลอยด์ (ปัจจัยเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์) ต่ำกว่า

โอเมกา-3 ในน้ำมันปลากะตักยังดีต่อสายตา งานวิจัยชี้ว่า การรับประทานอาหารที่อุดมด้วยโอเมกา-3 ช่วยลดความเสี่ยงของโรคจอประสาทตาเสื่อม ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการสูญเสียการมองเห็น

งานวิจัยพบว่า การขาดซีลีเนียมอาจทำให้เกิดปัญหาต่อมไทรอยด์ผิดปกติ ตามข้อมูลจาก WebMD การรับประทานปลากะตักประมาณ 56 กรัม (2 เสิร์ฟ) จะให้ซีลีเนียมประมาณ 31 ไมโครกรัม ดังนั้น การบริโภคปลากะตักเป็นประจำจะช่วยเสริมซีลีเนียมให้ร่างกาย ส่งผลดีต่อระบบต่อมไทรอยด์

ปลากะตักในประเทศไทย

ปลากะตักเป็นปลาขนาดเล็กที่พบได้ทั่วไปในน่านน้ำไทย และถือเป็นทรัพยากรสัตว์น้ำที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ โดยกรมประมงแบ่งกลุ่ม “ปลาเป็ด” ซึ่งรวมปลากะตักไว้ด้วย และใช้เครื่องมือเช่น อวนล้อมจับ อวนครอบ ช้อน หรืออวนยกในการจับปลากะตักในหลายพื้นที่ของประเทศ

ในการจับปลากะตักแบบพื้นบ้าน มักใช้ อวนทับตลิ่ง หรืออวนล้อมจับในเขตน้ำตื้น (ความลึก 1‑3 เมตร) โดยเรือจะล้อมฝูงปลากะตัก แล้วดึงอวนขึ้นเกยชายฝั่ง จากนั้นใช้สวิงหรือตะกร้าตักปลาออกมา ซึ่งในบางพื้นที่ เช่น อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี มีการใช้วิธีนี้ในอดีต บางแห่งใช้เรือปั่นไฟเป็นวิธีดักจับกลางคืนเพื่อดึงปลากะตักเข้ามาในอวน

เมนูที่นิยมใช้ปลากะตักในประเทศไทย ได้แก่ นำมาทำน้ำปลา (โดยเฉพาะในภาคใต้), ทอดกรอบ, ผสมในอาหารแปรรูป เช่น ข้าวเกรียบปลา โดยปลากะตักมีบทบาทสำคัญในการผลิตข้าวเกรียบปลาที่มีแคลเซียมสูง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล