ท้องเสียห้ามกินอะไร? เช็ก 7 กลุ่มอาหารต้อง 'งด' เด็ดขาด! หายไวไม่ทรมาน

7 กลุ่มอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง "งด" เด็ดขาดเมื่อมีอาการท้องเสีย
อาการท้องเสีย หรือ ท้องร่วง เป็นภาวะที่ร่างกายมีการถ่ายอุจจาระเหลวหรือเป็นน้ำบ่อยครั้งกว่าปกติ ซึ่งสร้างความอ่อนเพลียและไม่สบายตัวอย่างมาก การดูแลตัวเองเบื้องต้นที่สำคัญนอกเหนือจากการพักผ่อนและดื่มน้ำเกลือแร่แล้ว การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมก็เป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้อาการทุเลาลงและฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
ในทางกลับกัน การรับประทานอาหารบางชนิดอาจกระตุ้นให้ลำไส้ทำงานหนักขึ้นและทำให้อาการท้องเสียแย่ลงได้ เมื่อระบบย่อยอาหารและลำไส้กำลังอ่อนแอ การเลือกรับประทานอาหารที่ไม่สร้างภาระเพิ่มจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง บทความนี้ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ 7 กลุ่มอาหารที่ไม่ควรกินตอนท้องเสียมาฝากกัน
1. นมและผลิตภัณฑ์จากนม
ไม่ควรดื่มนมเมื่อท้องเสีย เพราะเมื่อมีอาการท้องเสีย ผนังลำไส้อาจถูกทำลายชั่วคราว ทำให้การสร้างเอนไซม์แลคเตส (Lactase) เพื่อย่อยน้ำตาลแลคโตส (Lactose) ในนมลดลง เมื่อดื่มนมเข้าไปจึงไม่สามารถย่อยน้ำตาลแลคโตสได้หมด
การที่ย่อยไม่ได้จะทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร ท้องอืด และอาการท้องเสียรุนแรงขึ้นได้ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยง นมวัว, ชีส, เนย, ไอศกรีม และโยเกิร์ตบางชนิด (ยกเว้นโยเกิร์ตที่มีโปรไบโอติกซึ่งอาจช่วยได้ในบางกรณีเมื่ออาการเริ่มดีขึ้น)
2. อาหารรสจัด เผ็ดจัด เปรี้ยวจัด
อาหารที่มีรสเผ็ดร้อนหรือเปรี้ยวจัด เช่น ส้มตำ, ยำ, ต้มยำ หรืออาหารที่มีเครื่องแกงเข้มข้น จะเข้าไปกระตุ้นและสร้างความระคายเคืองให้กับเยื่อบุลำไส้ที่กำลังอักเสบอยู่
ความระคายเคืองจะทำให้ลำไส้บีบตัวมากขึ้นและอาการปวดท้องรุนแรงขึ้น ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัดทุกชนิดในช่วงที่มีอาการท้องเสีย
3. อาหารไขมันสูงและของทอด
อาหารมันๆ ไม่ว่าจะเป็นของทอด, ผัดที่ใช้น้ำมันเยอะ หรืออาหารที่มีกะทิเป็นส่วนประกอบ เป็นอาหารที่ย่อยยาก ทำให้ลำไส้ต้องทำงานหนักขึ้นในขณะที่กำลังอ่อนแอ
นอกจากนี้ไขมันยังอาจกระตุ้นให้ลำไส้ขับของเสียออกมาเร็วขึ้น ซึ่งจะทำให้อาการท้องเสียแย่ลงไปอีก ควรเลือกอาหารประเภทต้ม นึ่ง อบ ที่มีไขมันต่ำแทน
4. ผักและผลไม้ที่มีกากใยสูง
แม้ว่าปกติแล้วใยอาหารจะมีประโยชน์ต่อระบบขับถ่าย แต่ในช่วงที่ท้องเสีย ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีกากใยสูงไปก่อน เนื่องจากใยอาหารจะกระตุ้นการทำงานของลำไส้และทำให้อุจจาระจับตัวเป็นก้อนได้ยากขึ้น
ผักและผลไม้ที่ควรเลี่ยงได้แก่: ผัก: บรอกโคลี, กะหล่ำปลี, กะหล่ำดอก, ผักใบเขียวต่างๆ, ถั่วฝักยาว, ข้าวโพด ผลไม้: ผลไม้รสเปรี้ยว (ส้ม, สับปะรด), ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่, ลูกพรุน, มะม่วง
5. อาหารที่ทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร
อาหารบางชนิดเมื่อย่อยแล้วจะทำให้เกิดแก๊ส ซึ่งจะทำให้รู้สึกไม่สบายท้อง ท้องอืด และกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้
อาหารกลุ่มนี้ได้แก่ พืชตระกูลถั่ว, หัวหอม, พริก และผักในตระกูลกะหล่ำ ซึ่งควรหลีกเลี่ยงเพื่อลดอาการปวดท้องและท้องอืด
6. เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน แอลกอฮอล์ และน้ำอัดลม
เครื่องดื่มเหล่านี้มีผลกระทบต่ออาการท้องเสียหลายอย่าง คาเฟอีน (ในกาแฟ, ชา, ช็อกโกแลต) มีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของลำไส้ให้บีบตัวเร็วขึ้น
แอลกอฮอล์ระคายเคืองระบบทางเดินอาหารและอาจทำให้ร่างกายขาดน้ำมากขึ้น น้ำอัดลมและเครื่องดื่มรสหวานจัดที่มีน้ำตาลปริมาณมากก็อาจทำให้อาการท้องเสียรุนแรงขึ้น และแก๊สในน้ำอัดลมก็ทำให้ท้องอืดได้เช่นกัน
7. อาหารสุกๆ ดิบๆ และอาหารหมักดอง
อาหารที่ไม่ผ่านการปรุงสุกอย่างเต็มที่ เช่น ลาบดิบ, ก้อย, ยำหอยแครง หรืออาหารหมักดองที่ไม่สะอาด อาจเป็นแหล่งของเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดอาการท้องเสียได้โดยตรง
ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารกลุ่มนี้อย่างเด็ดขาดเพื่อป้องกันการติดเชื้อเพิ่ม และช่วยให้ลำไส้ที่อักเสบได้มีโอกาสพักฟื้น
แล้วท้องเสียควรกินอะไร เพื่อช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น?
เมื่อหลีกเลี่ยงอาหารต้องห้ามแล้ว ควรเลือกรับประทานอาหารอ่อนๆ ที่ย่อยง่ายและมีกากใยน้อย เพื่อให้ระบบย่อยอาหารได้พักฟื้นอย่างเต็มที่ ได้แก่:
- ข้าวขาว: ข้าวต้มหรือโจ๊กรสจืด เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะย่อยง่ายและให้พลังงาน
- กล้วย: โดยเฉพาะกล้วยน้ำว้าห่าม มีสารแทนนินที่ช่วยลดการบีบตัวของลำไส้และมีโพแทสเซียมสูง ช่วยทดแทนแร่ธาตุที่สูญเสียไป
- เนื้อสัตว์ไขมันต่ำ: เนื้ออกไก่ต้มฉีก หรือเนื้อปลาต้ม ที่ไม่ติดมัน
- ซุปใส: เช่น ซุปไก่ หรือแกงจืดเต้าหู้หมูสับที่ไม่ปรุงรสจัด
- ขนมปังขาวปิ้ง: ไม่ควรทาเนยหรือแยม
สิ่งสำคัญที่สุดในช่วงที่มีอาการท้องเสียคือการ ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ โดยอาจจิบน้ำเปล่าบ่อยๆ หรือดื่มน้ำผสมผงเกลือแร่ (ORS) ตามคำแนะนำบนซอง เพื่อชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่ร่างกายสูญเสียไปกับการถ่าย
หากอาการท้องเสียไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน มีไข้สูง ถ่ายเป็นมูกเลือด หรือมีอาการอ่อนเพลียมาก ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้องต่อไป
อ่านเพิ่มเติม:
- 6 อาหารที่ควรระวัง! กินช่วงหน้าร้อนอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ
- "เกลือแร่ท้องเสีย" กับ "เกลือแร่ออกกำลังกาย" ต่างกันอย่างไร กินแทนกันได้ไหม
- "ท้องอืด-ไทรอยด์พัง! 5 สัญญาณเตือนอันตรายจากการกิน 'ถั่วเหลือง' มากไป
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)

