วิธีคืนชีพ "พัดลมตัวเก่า" ให้กลับมาเย็นเจี๊ยบ ลมแรงเหมือนเพิ่งแกะกล่อง

วิธีคืนชีพ "พัดลมตัวเก่า" ให้กลับมาเย็นเจี๊ยบ ลมแรงเหมือนเพิ่งแกะกล่อง

วิธีคืนชีพ "พัดลมตัวเก่า" ให้กลับมาเย็นเจี๊ยบ ลมแรงเหมือนเพิ่งแกะกล่อง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

อากาศร้อนๆ แบบนี้ หลายคนเจอปัญหา "พัดลมหมุนช้า" หรือ "เปิดแล้วลมไม่เย็น" ทั้งที่เปิดเบอร์ 3 จนสุดเสียง เครื่องก็ร้อนสั่นแต่ลมกลับเบาบางเหมือนคนหมดแรง อย่าเพิ่งตัดสินใจซื้อเครื่องใหม่! เพราะส่วนใหญ่ปัญหาไม่ได้เกิดจากมอเตอร์พัง แต่เกิดจาก "ฝุ่น" และ "ความฝืด" ที่เราละเลยไป

วันนี้เราจะพาไปดูวิธีคืนชีพพัดลมตัวเก่าให้กลับมาเย็นเจี๊ยบ ลมแรงเหมือนเพิ่งแกะกล่อง พร้อมเทคนิคดูแลมอเตอร์ให้ใช้งานได้ยาวนาน

1. ทำความสะอาด "ใบพัดและตะแกรง" อย่างถูกวิธี

ฝุ่นที่เกาะหนาบนตะแกรงและใบพัดคือตัวการสำคัญที่ทำให้ "ขวางทางลม" และทำให้ใบพัดหนักจนมอเตอร์ต้องทำงานหนักขึ้น

  • เทคนิค: ควรล้างด้วยน้ำสบู่หรือน้ำยาล้างจานเพื่อขจัดคราบไขมันที่ฝุ่นเกาะอยู่ และต้อง "เช็ดให้แห้งสนิท" ก่อนประกอบกลับ เพราะความชื้นจะทำให้ฝุ่นใหม่เกาะติดเร็วกว่าเดิม 2 เท่า!

2. กำจัดเส้นผมและฝุ่นที่ "แกนหมุน"

ลองหมุนแกนเหล็กด้วยมือดูครับ ถ้ามันรู้สึกหนืดๆ หรือหมุนไม่ลื่นไหล แสดงว่ามีเส้นผมหรือใยผ้าเข้าไปพันที่แกนมอเตอร์

  • วิธีแก้: ใช้คีมหรือคัตเตอร์ค่อยๆ คีบเอาเส้นผมที่พันรอบแกนออกให้หมด จุดนี้คือสาเหตุหลักที่ทำให้มอเตอร์ไหม้เพราะแกนหมุนไม่ได้

3. หยอดน้ำมันหล่อลื่น (จุดตายที่คนมักลืม)

เมื่อใช้ไปนานๆ จาระบีหรือน้ำมันที่หล่อลื่นบูช (Bush) จะแห้งสนิท ทำให้เกิดแรงเสียดทานสูง

  • เทคนิค: ให้ใช้น้ำมันอเนกประสงค์หรือน้ำมันจักรหยอดลงไปที่แกนเหล็กด้านหน้าและด้านหลังมอเตอร์ (ระวังอย่าให้โดนขดมอยเตอร์) จากนั้นลองหมุนแกนด้วยมือจนรู้สึกว่าลื่นปรื๊ด

4. ตรวจเช็กตัว C (Capacitor)

หากล้างสะอาดแล้ว หยอดน้ำมันแล้ว แต่พัดลมยังหมุนช้าเหมือนเดิม สาเหตุอาจมาจาก "คาปาซิเตอร์เสื่อม" ซึ่งตัวนี้ทำหน้าที่ช่วยสตาร์ทมอเตอร์

  • คำแนะนำ: ตัว C มีราคาไม่กี่สิบบาท สามารถหาซื้อได้ตามร้านอะไหล่อิเล็กทรอนิกส์ แต่หากไม่มีความรู้ด้านช่างไฟฟ้า แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล