5 อาหาร "สุดมัน" ที่ช่วยเผาผลาญไขมัน แต่หลายคนยังเชื่อผิดๆ ไม่กล้ากินเพราะกลัวอ้วน!

5 อาหาร "สุดมัน" ที่ช่วยเผาผลาญไขมัน แต่หลายคนยังเชื่อผิดๆ ไม่กล้ากินเพราะกลัวอ้วน!

5 อาหาร "สุดมัน" ที่ช่วยเผาผลาญไขมัน แต่หลายคนยังเชื่อผิดๆ ไม่กล้ากินเพราะกลัวอ้วน!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

5 อาหารไขมันสูง "แต่ดี" กินแล้วช่วยเผาผลาญ ลดน้ำหนักได้จริง

เมื่อพูดถึงการลดน้ำหนัก หลายคนมักมองว่าอาหาร “แคลอรีสูง” เป็นศัตรูอันดับหนึ่งที่ควรหลีกเลี่ยง แต่ความจริงแล้ว นักโภชนาการยืนยันว่าอาหารบางชนิดที่มีพลังงานสูง กลับสามารถช่วยเผาผลาญไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากเลือกรับประทานให้ถูกวิธี

1. อะโวคาโด

อะโวคาโดจัดเป็นผลไม้ที่มีไขมันสูง โดยมีไขมันประมาณ 15 กรัมต่อ 100 กรัม แต่กว่า 80% เป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ซึ่งช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี และป้องกันโรคหัวใจ

งานวิจัยพบว่าการรับประทานอะโวคาโดสดครึ่งลูกในมื้อกลางวัน ช่วยลดความอยากอาหารได้ถึง 3–5 ชั่วโมง และยังอุดมไปด้วยไฟเบอร์ที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

วิธีรับประทาน: 1/2–1 ลูก (100–150 กรัม) ต่อวัน ควรรับประทานในมื้อเช้าหรือกลางวันแทนน้ำมันหรือแป้งบางส่วน

2. ถั่ว-เมล็ดพืช

ถั่วเปลือกแข็ง เช่น วอลนัท อัลมอนด์ พิสตาชิโอ และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ แม้จะมีไขมันสูง แต่ก็เต็มไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัว โปรตีนจากพืช และไฟเบอร์ ซึ่งช่วยให้อิ่มนาน และควบคุมน้ำหนักได้ดี

การบริโภคเมล็ดพืชในปริมาณที่เหมาะสมทุกวัน ยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคอ้วนได้ด้วย

วิธีรับประทาน: 10 กรัมต่อวัน (ประมาณกำมือเล็ก) เลือกชนิดไม่ใส่เกลือ น้ำตาล หรือผ่านการทอด

3. ปลาแซลมอน

ปลาแซลมอนมีไขมันประมาณ 14 กรัมต่อ 100 กรัม และเป็นแหล่งโอเมก้า 3 ชั้นดี ซึ่งช่วยเร่งการเผาผลาญไขมัน ลดการอักเสบ และส่งเสริมสุขภาพหัวใจ

นอกจากนี้ ยังให้โปรตีนคุณภาพสูง 17–20 กรัมต่อ 100 กรัม และมีวิตามินดีสูงที่จำเป็นต่อภูมิคุ้มกันและกระดูก

วิธีรับประทาน: ขนาดประมาณฝ่ามือ นึ่ง อบ หรือทอดแบบใช้น้ำมันน้อย

4. มันฝรั่ง

แม้มันฝรั่งจะมีแป้งสูง แต่ก็มีดัชนีความอิ่มสูง และเมื่อเย็นตัวลง แป้งบางส่วนจะเปลี่ยนเป็น “แป้งต้านทาน” ซึ่งช่วยควบคุมระดับน้ำตาลและบำรุงลำไส้

การบริโภคมันฝรั่งต้มอย่างเหมาะสม สามารถใช้แทนข้าวหรือเส้นก๋วยเตี๋ยวเพื่อควบคุมปริมาณแป้งที่ย่อยเร็วได้

วิธีรับประทาน: ประมาณ 100 กรัมต่อวัน (หัวเล็ก 1 หัว) ต้ม นึ่ง หรือย่าง หลีกเลี่ยงการทอด

5. ดาร์กช็อกโกแลต

ดาร์กช็อกโกแลตที่มีโกโก้ 70% ขึ้นไป แม้จะมีแคลอรีสูง แต่หากรับประทานในปริมาณเหมาะสม จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาล ลดความดัน และเสริมสุขภาพหัวใจ

โกโก้มีโพลีฟีนอล ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยเพิ่มความไวของอินซูลิน และลดคอเลสเตอรอล

วิธีรับประทาน: ไม่เกิน 20 กรัม/วัน (2–3 ชิ้นเล็ก) เลือกแบบไม่ผสมน้ำตาลและนมมากเกินไป

แม้ว่าอาหารเหล่านี้จะมีไขมันหรือแคลอรีสูง แต่หากเลือกบริโภคอย่างถูกต้องและพอเหมาะ ก็สามารถเป็นตัวช่วยเร่งการเผาผลาญไขมัน และควบคุมน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล