ปลูกต้นไม้ในห้องน้ำ ดูดความชื้น-กลิ่นอับ ฟอกอากาศได้จริง

5 ต้นไม้ในห้องน้ำที่ช่วย "ลดกลิ่นอับ" และฟอกอากาศ ให้ห้องน้ำสดชื่นตลอดวัน
ปัญหากลิ่นอับ ความชื้น และเชื้อรา เป็นสิ่งที่หลายบ้านมักพบเจอในห้องน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ปิดที่อากาศถ่ายเทน้อย แม้การใช้สเปรย์ปรับอากาศจะช่วยได้ชั่วคราว แต่การนำต้นไม้ที่มีคุณสมบัติดูดกลิ่นและฟอกอากาศเข้ามาปลูกในห้องน้ำ ถือเป็นทางออกตามธรรมชาติที่ยั่งยืนกว่ามาก
ประโยชน์ของการมีต้นไม้ในห้องน้ำ
การมีต้นไม้ในห้องน้ำไม่ได้ช่วยแค่เพิ่มความร่มรื่นสวยงามเท่านั้น แต่ยังช่วยควบคุมสมดุลความชื้นในอากาศ ดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์ และปล่อยออกซิเจนบริสุทธิ์ออกมา ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายมากขึ้น ต้นไม้บางชนิดยังมีคุณสมบัติช่วยดูดซับสารเคมีจากผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือสเปรย์ดับกลิ่นในห้องน้ำได้ด้วย ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับห้องน้ำที่ไม่มีหน้าต่างหรือมีปัญหาเรื่องการระบายอากาศ
5 ชนิดต้นไม้ที่ลดกลิ่นอับและความชื้นได้ดี
ต้นไม้ 5 ชนิดนี้เป็นตัวเลือกยอดนิยมที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อมในห้องน้ำได้ดีเยี่ยม และมีประสิทธิภาพในการฟอกอากาศและลดกลิ่นอับได้จริง:
- เดหลี (Peace Lily): ได้รับการขนานนามว่าเป็นราชินีแห่งการฟอกอากาศ เพราะสามารถดูดซับกลิ่นอับและสารพิษในอากาศได้ดี เช่น แอมโมเนียและฟอร์มาลดีไฮด์ เหมาะสำหรับวางใกล้โถสุขภัณฑ์หรือมุมอ่างล้างหน้า
- พลูด่าง (Golden Pothos): เป็นไม้เลื้อยที่ดูแลง่ายและทนทานต่อความชื้นสูงมาก ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ดี สามารถวางบนชั้นหรือแขวนให้ใบห้อยลงมาเพื่อเพิ่มความสวยงาม
- ลิ้นมังกร (Snake Plant): เป็นพืชที่ทนต่อแสงน้อยและจะปล่อยออกซิเจนออกมาในช่วงกลางคืน ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ช่วยลดความชื้นและกลิ่นอับได้ดีอย่างยิ่ง เหมาะสำหรับห้องน้ำที่ไม่มีหน้าต่าง
- เฟิร์นบอสตัน (Boston Fern): มีความสามารถในการดูดกลิ่นและคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างยอดเยี่ยม และยังช่วยเพิ่มความชื้นให้สมดุล เพียงรดน้ำให้ดินชุ่มอยู่เสมอ ก็สามารถดูแลได้ไม่ยาก
- สับปะรดสี (Bromeliad): มีสีสันสวยงามสดใสและช่วยดูดซับอากาศเสียได้ดี เหมาะสำหรับวางบนชั้นหรือขอบหน้าต่าง เพื่อเพิ่มความมีชีวิตชีวาและช่วยในการดูดซับความชื้นในห้องน้ำ
เคล็ดลับการดูแลและจัดวางต้นไม้ในห้องน้ำให้สวยนาน
เพื่อให้ต้นไม้ในห้องน้ำเติบโตได้อย่างแข็งแรง ควรใส่ใจในการดูแลและเลือกตำแหน่งวางให้เหมาะสม ควรเลือกกระถางที่มีรูระบายน้ำที่ดี เพื่อป้องกันปัญหารากเน่าจากความชื้นที่มากเกินไป การเปิดประตูหรือหน้าต่างให้แสงสว่างเข้าอย่างน้อยวันละ 30 นาที เป็นสิ่งสำคัญ หากไม่มีแสงธรรมชาติ ควรใช้ไฟ LED แบบแสงขาวเข้ามาช่วยเสริม
ควรฉีดพ่นน้ำที่ใบเป็นระยะเพื่อคงความชื้น และหมั่นตัดใบที่เหลืองหรือเน่าออกทันที เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อราลามไปยังต้นอื่น การสลับตำแหน่งต้นไม้ทุก 1–2 สัปดาห์ โดยนำออกไปรับแสงแดดด้านนอกบ้าง จะช่วยให้ต้นไม้แข็งแรงและอยู่กับห้องน้ำของคุณได้นาน การจัดวางบนชั้นไม้หรือใช้กระถางห้อยจะช่วยให้ห้องดูโปร่ง และควรวางให้ห่างจากฝักบัวเพื่อป้องกันน้ำกระเด็นใส่มากเกินไป
การเลือกต้นไม้ที่เหมาะสมและดูแลง่าย ไม่เพียงช่วยให้ห้องน้ำลดกลิ่นอับ แต่ยังทำให้ห้องน้ำดูสวยและมีชีวิตชีวามากขึ้น เพียงแค่เลือกต้นไม้ฟอกอากาศที่ทนความชื้น และจัดวางในจุดที่เหมาะ ก็จะช่วยให้ห้องน้ำกลายเป็นมุมผ่อนคลายของบ้านได้ทันที
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


