งาดำ ไขมันสูงจริงหรือ? กินถูกวิธีกลับช่วยลดน้ำหนักได้!

หลายคนเลี่ยงงาดำเพราะกลัวไขมันสูง แต่ความจริงไขมันในงากลับเป็นไขมันดีที่ช่วยให้อิ่มนาน เผาผลาญดี และยังเสริมการลดน้ำหนักได้ หากกินอย่างพอเหมาะ
ไขมันในงา: ไม่ใช่เรื่องต้องกลัว
งามีไขมันประมาณ 50-55% ทำให้หลายคนกังวลเรื่องน้ำหนัก แต่ไขมันเหล่านี้เป็น ไขมันคุณภาพดี ที่อุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัว เช่น กรดลิโนเลอิก และ กรดโอเลอิก ซึ่งช่วยลดคอเลสเตอรอลไม่ดี (LDL) และไตรกลีเซอไรด์ ทำให้เหมาะสำหรับการควบคุมน้ำหนักอย่างพอเหมาะ
คุณค่าทางโภชนาการของงาดำ
ในงาดำ 100 กรัม มีสารอาหารหลักดังนี้:
- ไขมัน: 50-55%
- โปรตีน: ~20%
- คาร์โบไฮเดรต: ~18%
- แคลเซียม, ธาตุเหล็ก, วิตามินบี 1, บี 2 และใยอาหาร
แม้ปริมาณจะแตกต่างกันเล็กน้อยตามชนิดงา แต่จุดเด่นคือไขมันมากกว่าครึ่งหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องแย่ หากกินอย่างพอเหมาะ
ประโยชน์ของงาดำต่อการลดน้ำหนัก
1. ช่วยให้อิ่มนาน – ไขมันย่อยช้ากว่าคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน ทำให้ไม่หิวบ่อย ลดการกินเกินจำเป็น
2. ปรับสมดุลลำไส้ – ใยอาหารและสารเซซามินช่วยให้ขับถ่ายดีขึ้น ลดโอกาสท้องผูกที่มักมาพร้อมโรคอ้วน
3. ต้านอนุมูลอิสระ – เซซามินช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ และรักษาอัตราการเผาผลาญให้ไม่ตกลงเร็วเกินไปเมื่ออายุมากขึ้น
4. ช่วยระบบเผาผลาญพลังงาน – วิตามินบี 1 ในงาดำช่วยเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตให้กลายเป็นพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ปริมาณที่แนะนำ
การกินงาดำไม่ได้ทำให้น้ำหนักลดลงโดยตรง แต่หากกินในปริมาณเหมาะสมจะช่วยเสริมการควบคุมน้ำหนัก ปริมาณที่แนะนำคือวันละ 1-2 ช้อนโต๊ะ (ประมาณ 10 กรัม) หากกินมากเกินไป ไขมันก็อาจสะสมจนทำให้น้ำหนักขึ้นได้
สรุป
งาดำเป็นอาหารที่มีไขมันสูง แต่เป็น ไขมันดี การกินงาดำในปริมาณพอเหมาะ ช่วยให้อิ่มนาน ขับถ่ายดี และเสริมการลดน้ำหนัก เหมาะสำหรับผู้ที่ใส่ใจสุขภาพและกำลังควบคุมน้ำหนัก
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
