เมือกใสๆ ของ กระเจี๊ยบเขียว พระเอกหรือตัวร้ายของร่างกาย

เมือกใสๆ ของ กระเจี๊ยบเขียว พระเอกหรือตัวร้ายของร่างกาย

เมือกใสๆ ของ กระเจี๊ยบเขียว พระเอกหรือตัวร้ายของร่างกาย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ในบรรดาผักพื้นบ้านของไทย กระเจี๊ยบเขียว หรือที่บางคนเรียกติดปากว่า กระเจี๊ยบมอญ อาจไม่ใช่ผักโปรดของใครหลายคน ด้วยเนื้อสัมผัสที่ลื่นๆ เหนียวๆ ซึ่งมักจะถูกมองว่าไม่น่ารับประทาน แต่รู้หรือไม่ว่า เมือกในกระเจี๊ยบเขียวนี้เอง คือแหล่งรวมของประโยชน์ดีๆ ที่ร่างกายเราต้องการ!

กระเจี๊ยบเขียว ไม่ได้เป็นเพียงแค่อาหารเท่านั้น แต่ยังจัดอยู่ในกลุ่ม ผักสมุนไพร ที่มีสรรพคุณช่วยดูแลทั้งระบบทางเดินอาหาร ระบบขับถ่าย ควบคุมน้ำตาล และอีกมากมาย

รู้จักคุณประโยชน์ของกระเจี๊ยบเขียว และ เมือกลื่นๆ ที่ใครหลายคนอาจมองข้าม

กระเจี๊ยบเขียว เป็นผักที่มีต้นกำเนิดจากแถบแอฟริกา นิยมปลูกในเขตร้อนและเขตอบอุ่น รวมถึงประเทศไทย มักรับประทานฝักอ่อน ซึ่งมีลักษณะยาวเรียว ผิวมีขนละเอียด ภายในมีเมล็ดและเยื่อเมือกเหนียวๆ

เมือกกระเจี๊ยบ คืออะไร และมีประโยชน์อย่างไร?

เมือกในกระเจี๊ยบเขียวเกิดจากสารประเภท มิวซิเลจ ซึ่งเป็นใยอาหารชนิดละลายน้ำได้ ที่มีลักษณะเหนียวข้น มักพบในพืชที่มีคุณสมบัติรักษาความชุ่มชื้น และช่วยเคลือบผิวทางเดินอาหาร

ประโยชน์ของเมือกกระเจี๊ยบ :

  1. ช่วยลำไส้และระบบขับถ่าย เมือกทำหน้าที่คล้ายเจล ช่วยหล่อลื่นผนังลำไส้ ลดอาการท้องผูก และช่วยให้อุจจาระนิ่มลง ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น

  2. ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ใยอาหารชนิดนี้ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลในลำไส้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมหรือป้องกันเบาหวาน

  3. ลดคอเลสเตอรอล มิวซิเลจ สามารถจับกับไขมันและคอเลสเตอรอลในลำไส้ ช่วยลดระดับ LDL (ไขมันไม่ดี) และส่งผลดีต่อหัวใจ

  4. เสริมภูมิคุ้มกัน เมือกยังมีคุณสมบัติเป็นพรีไบโอติกส์ ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ดีในลำไส้ ซึ่งมีผลต่อภูมิคุ้มกันโดยรวม

กระเจี๊ยบเขียว มีประโยชน์อะไรอีกบ้าง? นอกจากเมือกแล้ว กระเจี๊ยบเขียวยังมีสารอาหารหลากหลายที่ดีต่อร่างกาย เช่น:

  • วิตามินซี  เสริมภูมิคุ้มกันและช่วยต้านอนุมูลอิสระ

  • วิตามินเอ บำรุงสายตาและผิวพรรณ

  • โฟเลต สำคัญต่อหญิงตั้งครรภ์และระบบประสาท

  • แมกนีเซียม, แคลเซียม, ธาตุเหล็ก ช่วยในการทำงานของกล้ามเนื้อ กระดูก และเลือด

วิธีกินกระเจี๊ยบเขียวให้ได้ประโยชน์สูงสุด แนะนำวิธีรับประทาน :

  • ต้ม หรือนึ่งเบาๆ เพื่อให้คงคุณค่าสารอาหาร และรักษาเมือกไว้ได้ดี

  • กินสดจิ้มน้ำพริก (ลวกพอสะดุ้งน้ำร้อน) ช่วยให้ได้ใยอาหารเต็มๆ

  • ทำน้ำกระเจี๊ยบเขียว โดยหั่นฝักแช่น้ำดื่ม ช่วยเคลือบกระเพาะ และลดกรดในกระเพาะอาหาร

  • ผสมในแกง หรือซุป เช่น แกงส้ม แกงเลียง หรือแกงจืด เพิ่มใยอาหารในมื้ออาหาร

ข้อควรระวัง :

  • หลีกเลี่ยงการผัดหรือทอด เพราะอาจทำให้สูญเสียใยอาหาร และเพิ่มไขมันไม่จำเป็น

  • สำหรับคนที่มีโรคไตหรือควบคุมโพแทสเซียม อาจต้องรับประทานในปริมาณจำกัด (ควรปรึกษาแพทย์)

กระเจี๊ยบเขียว อาจดูธรรมดา แต่เต็มไปด้วยคุณค่าอย่างไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะ เมือกลื่นๆ ที่ใครหลายคนไม่ชอบ หากคุณกำลังมองหาอาหารเพื่อสุขภาพที่กินง่าย ราคาประหยัด และหาได้ทั่วไปในตลาดบ้านเรา อย่าลืมให้ กระเจี๊ยบเขียว เป็นหนึ่งในตัวเลือกเพื่อสุขภาพดีในทุกมื้อ 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล