PMS และ PMDD แตกต่างกันยังไง? รู้ทันอาการ แบบไหนควรปรึกษาแพทย์

PMS และ PMDD แตกต่างกันยังไง? รู้ทันอาการ แบบไหนควรปรึกษาแพทย์

PMS และ PMDD แตกต่างกันยังไง? รู้ทันอาการ แบบไหนควรปรึกษาแพทย์
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สำหรับผู้หญิงหลายคน อาการปวดท้อง, อารมณ์แปรปรวน, หรืออ่อนเพลียในช่วงก่อนมีประจำเดือนเป็นเรื่องปกติที่คุ้นเคยกันดี ซึ่งอาการเหล่านี้เรียกรวมๆ ว่า "กลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน" (Premenstrual Syndrome - PMS) แต่ในบางกรณี อาการอาจมีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก จนอาจเข้าข่ายภาวะที่เรียกว่า "Premenstrual Dysphoric Disorder - PMDD" ซึ่งร้ายแรงกว่าและต้องได้รับการดูแลอย่างจริงจัง

บทความนี้จะสรุปให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่าง PMS และ PMDD เพื่อให้คุณผ้หญิงสามารถสังเกตอาการและเข้าใจภาวะของตัวเองได้ดียิ่งขึ้น

PMS (Premenstrual Syndrome) คืออะไร?

PMS คือกลุ่มอาการทางร่างกายและอารมณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 1-2 สัปดาห์ก่อนการมีประจำเดือน อาการจะดีขึ้นเมื่อประจำเดือนมา และจะหายไปภายใน 2-3 วันหลังจากนั้น โดยอาการที่พบได้บ่อย ดังนี้

  • อาการทางร่างกาย: ปวดท้อง, ปวดหัว, เจ็บเต้านม, ตัวบวม, ท้องอืด, อ่อนเพลีย, น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น, หิวบ่อย, สิวขึ้น
  • อาการทางอารมณ์: หงุดหงิดง่าย, อารมณ์แปรปรวน, วิตกกังวลเล็กน้อย, เศร้าเล็กน้อย, อยากอาหารมากขึ้น

อาการเหล่านี้มักจะมีความรุนแรงในระดับที่สามารถจัดการได้ด้วยตัวเอง เช่น การออกกำลังกาย, การพักผ่อนให้เพียงพอ, หรือการทานอาหารที่มีประโยชน์ และไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการทำงานหรือความสัมพันธ์ในชีวิตประจำวันอย่างรุนแรง

PMDD (Premenstrual Dysphoric Disorder) คืออะไร?

PMDD เป็นภาวะที่มีความรุนแรงกว่า PMS มาก โดยเป็นความผิดปกติทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนมีประจำเดือนเช่นกัน แต่มีอาการที่รุนแรงจนส่งผลกระทบอย่างมากต่อการใช้ชีวิต การทำงาน และความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง

  • อาการทางอารมณ์: เป็นอาการหลักที่สังเกตได้ชัดเจน โดยจะมีอาการซึมเศร้าอย่างรุนแรง, สิ้นหวัง, วิตกกังวล, อารมณ์หงุดหงิดโกรธเคืองง่าย, รู้สึกควบคุมอารมณ์ไม่ได้ หรือแม้กระทั่งมีความคิดทำร้ายตัวเอง
  • อาการทางร่างกาย: อาจมีอาการร่วมกับ PMS เช่น อาการปวดหัว, ปวดเมื่อยตามร่างกาย, หรืออ่อนเพลีย แต่จะมีความรุนแรงที่มากกว่า
  • ผลกระทบ: อาการของ PMDD จะทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถทำงาน, เรียน หรือมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมได้อย่างปกติ

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาแพทย์?

หากคุณมีอาการที่เข้าข่าย PMDD หรืออาการของ PMS เริ่มส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตอย่างรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที โดยแพทย์อาจแนะนำแนวทางการรักษาที่เหมาะสม เช่น การใช้ยาคุมกำเนิดเพื่อปรับสมดุลของฮอร์โมน, การใช้ยาต้านอาการซึมเศร้า, หรือการทำจิตบำบัด

PMS และ PMDD เป็นภาวะที่เกี่ยวข้องกัน แต่มีความแตกต่างกันในด้านความรุนแรงและผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน การทำความเข้าใจในความแตกต่างนี้จะช่วยให้คุณสามารถดูแลตัวเองได้อย่างถูกจุดและรู้ว่าเมื่อไหร่ที่ควรขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ เพราะการตระหนักรู้ในปัญหาสุขภาพของตัวเองคือจุดเริ่มต้นของการรักษาที่ดีที่สุด

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล