แมวอ้วน อันตรายไหม? ความน่ารักที่อาจเป็นภัยต่อสุขภาพเจ้าเหมียว

แมวอ้วน อันตรายไหม? ความน่ารักที่อาจเป็นภัยต่อสุขภาพเจ้าเหมียว

แมวอ้วน อันตรายไหม? ความน่ารักที่อาจเป็นภัยต่อสุขภาพเจ้าเหมียว
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ภาพแมวที่มีรูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ หรือ แมวอ้วน มักเป็นภาพที่หลายคนมองว่าน่ารักน่ากอด แต่ในความเป็นจริงแล้ว ภาวะน้ำหนักเกินในแมว ไม่ได้น่ารักอย่างที่คิด และเป็นภัยเงียบที่ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพของน้องแมวในระยะยาว หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการแก้ไข อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่อันตรายถึงชีวิตได้เลยทีเดียว

อันตรายที่มาพร้อมกับความอ้วนของแมว

ภาวะน้ำหนักเกินไม่ได้ส่งผลแค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่ยังเป็นสาเหตุของโรคร้ายแรงมากมายที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตของแมวให้สั้นลง ดังนี้:

  • โรคเบาหวาน: ภาวะอ้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของโรคเบาหวานในแมว เซลล์ร่างกายจะเริ่มดื้อต่ออินซูลิน ทำให้ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานได้ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง
  • โรคข้ออักเสบและปัญหาเกี่ยวกับข้อต่อ: น้ำหนักตัวที่มากเกินไปจะสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับข้อต่อต่างๆ โดยเฉพาะข้อสะโพกและข้อเข่า ทำให้แมวเจ็บปวด เคลื่อนไหวได้ลำบาก และอาจนำไปสู่โรคข้อเสื่อมในที่สุด
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด: ไขมันสะสมในร่างกายจะทำให้หัวใจและหลอดเลือดทำงานหนักขึ้น เพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง
  • โรคทางเดินปัสสาวะ: แมวอ้วนมีแนวโน้มที่จะมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะและไตได้ง่ายกว่าแมวที่มีน้ำหนักปกติ
  • โรคตับไขมัน (Hepatic Lipidosis): เป็นภาวะที่อันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะเมื่อแมวอ้วนหยุดกินอาหาร ร่างกายจะดึงไขมันที่สะสมไว้ไปใช้เป็นพลังงานอย่างรวดเร็ว ทำให้ไขมันไปสะสมในตับจนตับไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ
  • ความเสี่ยงในการผ่าตัด: หากแมวอ้วนจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด จะมีความเสี่ยงสูงกว่าแมวปกติ เนื่องจากมีไขมันแทรกอยู่ตามอวัยวะต่างๆ ทำให้ยากต่อการผ่าตัด และยังต้องใช้ยาสลบในปริมาณที่สูงขึ้นอีกด้วย
  • ปัญหาด้านสุขอนามัย: แมวอ้วนมักจะเลียทำความสะอาดตัวเองได้ไม่ทั่วถึง ทำให้มีปัญหาผิวหนังและขนตามมา

จะรู้ได้อย่างไรว่าแมวของคุณ "อ้วน" เกินไป?

วิธีที่ง่ายที่สุดคือการสังเกตจากรูปร่างของแมว โดยมีหลักการง่ายๆ ดังนี้:

  • คลำซี่โครง: ลองใช้มือคลำบริเวณข้างลำตัว หากคุณไม่สามารถสัมผัสซี่โครงของแมวได้อย่างง่ายดาย แสดงว่าแมวของคุณมีชั้นไขมันปกคลุมมากเกินไป
  • มองจากด้านบน: ลองมองแมวจากด้านบน หากลำตัวของแมวมีลักษณะโค้งมนหรือขยายออกไปด้านข้างโดยไม่มีส่วนเว้าโค้ง แสดงว่าแมวของคุณอาจมีภาวะน้ำหนักเกิน
  • ส่วนท้อง: หากท้องของแมวห้อยลงมาหรือมีไขมันสะสมบริเวณหน้าท้องมากเกินไป ก็เป็นสัญญาณเตือนว่าแมวของคุณมีน้ำหนักเกิน

วิธีช่วยให้น้องแมวอ้วนกลับมามีสุขภาพดี

หากพบว่าแมวของคุณมีน้ำหนักเกิน ไม่ต้องตกใจไป คุณสามารถช่วยให้น้องกลับมามีสุขภาพดีได้ด้วยวิธีเหล่านี้:

  1. ปรึกษาสัตวแพทย์: สิ่งสำคัญที่สุดคือการพาน้องแมวไปหาสัตวแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพอย่างละเอียด สัตวแพทย์จะช่วยประเมินน้ำหนักที่เหมาะสม และวางแผนการลดน้ำหนักที่ปลอดภัย
  2. ควบคุมอาหาร: ลดปริมาณอาหารลงและเลือกอาหารสูตรควบคุมน้ำหนักที่มีแคลอรี่ต่ำและมีใยอาหารสูง หลีกเลี่ยงอาหารที่ปรุงแต่งด้วยน้ำตาลและขนมขบเคี้ยวที่ไม่จำเป็น
  3. เพิ่มกิจกรรม: หาของเล่นใหม่ๆ มากระตุ้นให้แมวได้ออกกำลังกายมากขึ้น เช่น ของเล่นที่ต้องวิ่งไล่จับ หรือการเล่นกับเลเซอร์พอยเตอร์ การออกกำลังกายจะช่วยเผาผลาญไขมันและเสริมสร้างกล้ามเนื้อ
  4. ให้อาหารเป็นมื้อ: แทนที่จะตั้งอาหารทิ้งไว้ทั้งวัน ควรให้อาหารเป็นมื้อตามปริมาณที่สัตวแพทย์แนะนำ

ความรักที่เรามีต่อน้องแมวควรมาพร้อมกับความใส่ใจในสุขภาพของพวกเขา การปล่อยให้แมวอ้วนเกินไปไม่ใช่เรื่องน่ารัก แต่เป็นอันตรายถึงชีวิตที่เจ้าของสามารถป้องกันได้ การดูแลเรื่องอาหารและการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม จะช่วยให้น้องแมวมีสุขภาพแข็งแรงและอยู่กับเราไปนานๆ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล