เคล็ดลับ “การกินน้ำผึ้งให้เป็นยา” ของขวัญจากธรรมชาติที่ไม่มีดีแค่ความหวาน

น้ำผึ้งเป็นของเหลวรสหวานจากธรรมชาติที่ได้จากผึ้ง ซึ่งนอกจากจะให้ความหวานอร่อยแล้ว ยังถูกใช้เป็นยารักษาโรคมาอย่างยาวนาน ด้วยคุณสมบัติทางยาที่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นการต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ และต้านเชื้อแบคทีเรีย แต่การจะให้ได้ประโยชน์สูงสุดนั้นต้องรู้จักวิธีรับประทานที่ถูกต้อง
เลือกน้ำผึ้งแท้คุณภาพดี
ก่อนจะพูดถึงวิธีการกิน สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือก น้ำผึ้งแท้ ที่บริสุทธิ์ 100% หลีกเลี่ยงน้ำผึ้งที่ผ่านการแปรรูปหรือมีการเติมน้ำตาลและสารปรุงแต่ง เพราะน้ำผึ้งแท้เท่านั้นที่จะมีเอนไซม์ วิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ ครบถ้วน
- สีและกลิ่น: น้ำผึ้งแท้มักมีสีที่แตกต่างกันไปตามแหล่งที่มาของเกสรดอกไม้ มีกลิ่นหอมตามธรรมชาติ ไม่ฉุน
- ความหนืด: เมื่อเทน้ำผึ้งแท้จะไหลเป็นสายไม่ขาดตอน และไม่เหลวเหมือนน้ำ
- การตกผลึก: น้ำผึ้งแท้เมื่อเก็บไว้ในที่เย็นจะตกผลึกเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ
วิธีกินน้ำผึ้งให้เป็นยา: ประโยชน์ตามอาการ
การกินน้ำผึ้งให้เกิดประโยชน์สูงสุดควรปรับเปลี่ยนตามวัตถุประสงค์ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารและคุณสมบัติทางยาอย่างเหมาะสม
1. บรรเทาอาการไอและเจ็บคอ
น้ำผึ้งมีฤทธิ์ช่วยลดการอักเสบและทำให้ความชุ่มชื้นในลำคอ จึงช่วยบรรเทาอาการไอและเจ็บคอได้อย่างดี
- วิธี: ผสมน้ำผึ้ง 1-2 ช้อนชา ในน้ำอุ่น 1 แก้ว และบีบน้ำมะนาวเล็กน้อยเพื่อเพิ่มวิตามินซี ดื่มก่อนนอนจะช่วยให้หลับสบายขึ้น
2. ช่วยเรื่องระบบย่อยอาหารและท้องผูก
น้ำผึ้งมีสารอาหารที่ช่วยบำรุงจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้ และช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหาร
- วิธี: ดื่มน้ำอุ่นผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนชาในตอนเช้าหลังตื่นนอน จะช่วยกระตุ้นการขับถ่ายและปรับสมดุลลำไส้
3. เพิ่มพลังงานและความสดชื่น
น้ำผึ้งประกอบด้วยน้ำตาลฟรุกโตสและกลูโคส ซึ่งเป็นน้ำตาลเชิงเดี่ยวที่ร่างกายดูดซึมไปใช้เป็นพลังงานได้ทันที
- วิธี: ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ กับน้ำเปล่า 1 แก้ว และอาจเติมน้ำแข็งเพื่อความสดชื่น ดื่มก่อนหรือหลังออกกำลังกายจะช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อได้ดี
4. ช่วยให้หลับง่ายขึ้น
น้ำผึ้งช่วยกระตุ้นการหลั่งสารเซโรโทนิน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและง่วงนอน
- วิธี: ดื่มนมหรือชาคาโมมายล์อุ่นๆ ที่ผสมน้ำผึ้งเล็กน้อยก่อนเข้านอน จะช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและหลับได้ง่ายขึ้น
5. สมานแผลในช่องปากและแผลภายนอก
น้ำผึ้งมีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรียและช่วยสมานแผล
- วิธี: ใช้สำลีสะอาดแตะน้ำผึ้งเล็กน้อยแล้วนำมาทาบริเวณแผลในปาก หรือทาลงบนแผลถลอกภายนอก จะช่วยฆ่าเชื้อและเร่งการสมานของแผล
ข้อควรระวังในการรับประทานน้ำผึ้ง
- ไม่ควรให้เด็กอายุต่ำกว่า 1 ปีรับประทาน: เนื่องจากน้ำผึ้งอาจมีสปอร์ของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคโบทูลิซึมในเด็กทารกได้
- ผู้ป่วยเบาหวานควรปรึกษาแพทย์: แม้น้ำผึ้งจะมีประโยชน์ แต่ก็เป็นน้ำตาลชนิดหนึ่ง ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนรับประทาน
- อย่าผสมน้ำร้อนจัด: การผสมน้ำผึ้งในน้ำที่ร้อนจัดเกินไปจะทำลายเอนไซม์และสารอาหารที่มีประโยชน์ ควรใช้น้ำอุ่นที่สามารถดื่มได้สบาย
น้ำผึ้งเป็นของขวัญจากธรรมชาติที่มีคุณค่าทางยาหลากหลาย การเลือกน้ำผึ้งแท้และรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพในด้านต่างๆ ได้อย่างดี แต่หากมีข้อสงสัยหรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)

