“ตดบ่อย” เกิดจากอะไร? ส่องอาหารที่ทำให้ตดบ่อย ตัวการสร้างแก๊สในกระเพาะอาหาร

การผายลมหรือ "ตด" เป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับทุกคน แม้จะเป็นเรื่องปกติ แต่บางครั้งการตดบ่อยเกินไปก็อาจทำให้รู้สึกอึดอัดและเสียความมั่นใจได้ โดยสาเหตุหลักมาจากการที่แบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ย่อยสลายอาหารบางชนิดแล้วเกิดแก๊สขึ้นมา ซึ่งอาหารบางอย่างก็เป็น "ตัวการ" ที่ทำให้เกิดแก๊สได้มากกว่าปกติ มาดูกันว่ามีอาหารอะไรบ้างที่เราควรระวัง
อาหารที่ทำให้ "ตดบ่อย" รู้ไว้ ป้องกันได้!
กลุ่มผักและผลไม้
- ผักตระกูลกะหล่ำ: กะหล่ำปลี, กะหล่ำดอก, บรอกโคลี และคะน้า มีสารประกอบซัลเฟอร์และน้ำตาลชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า "ราฟฟิโนส" ซึ่งย่อยได้ยากในลำไส้เล็ก ทำให้แบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อย่อย ส่งผลให้เกิดแก๊สและมีกลิ่นเหม็น
- หัวหอมและกระเทียม: ทั้งสองชนิดมีสารประกอบซัลเฟอร์สูง ทำให้แก๊สมีกลิ่นเหม็นรุนแรง นอกจากนี้ยังมี "ฟรุกแทน" ซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยยาก
- ถั่วฝักยาวและพืชตระกูลถั่ว: ถั่วต่างๆ เช่น ถั่วดำ, ถั่วแดง และถั่วเหลือง มีน้ำตาลเชิงซ้อนที่เรียกว่า "โอลิโกแซ็กคาไรด์" ซึ่งลำไส้เล็กไม่สามารถย่อยได้ ทำให้ไปถึงลำไส้ใหญ่และถูกหมักโดยแบคทีเรียจนเกิดแก๊สจำนวนมาก
- แอปเปิลและลูกแพร์: มีน้ำตาลฟรุกโตสและใยอาหารที่สามารถถูกหมักในลำไส้ใหญ่ได้ ทำให้เกิดแก๊ส
กลุ่มนมและผลิตภัณฑ์จากนม
- นม, ชีส และโยเกิร์ต: ผู้ที่มีภาวะ "แพ้แลคโตส" (Lactose Intolerance) หรือมีเอนไซม์ย่อยแลคโตสไม่เพียงพอ เมื่อดื่มนมหรือรับประทานผลิตภัณฑ์จากนมจะทำให้เกิดอาการท้องอืด ปวดท้อง และมีแก๊สในลำไส้มาก
กลุ่มคาร์โบไฮเดรตและอาหารแปรรูป
- ข้าวโอ๊ตและธัญพืชบางชนิด: แม้จะเป็นอาหารที่มีประโยชน์ แต่ข้าวโอ๊ตและธัญพืชที่มีใยอาหารสูงบางชนิดอาจทำให้เกิดแก๊สได้ในบางคน
- น้ำอัดลมและเครื่องดื่มที่มีแก๊ส: เครื่องดื่มเหล่านี้มีคาร์บอนไดออกไซด์เป็นส่วนประกอบ เมื่อดื่มเข้าไป แก๊สจะถูกสะสมในกระเพาะอาหารและลำไส้ ทำให้เกิดอาการท้องอืดและต้องผายลมออกมา
- หมากฝรั่งและลูกอมไร้น้ำตาล: สารให้ความหวานแทนน้ำตาล เช่น ซอร์บิทอล และไซลิทอล ที่พบในผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยไม่สมบูรณ์ ทำให้แบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ย่อยและสร้างแก๊สขึ้นมา
ทั้งนี้ทั้งนั้น หากคุณมีปัญหาเรื่องการผายลมบ่อยเกินไป ลองสังเกตตัวเองว่าหลังจากรับประทานอาหารชนิดใดแล้วมีอาการมากขึ้นหรือไม่ การลดปริมาณหรือหลีกเลี่ยงอาหารที่กล่าวมาข้างต้นอาจช่วยได้ นอกจากนี้ การรับประทานอาหารช้าๆ เคี้ยวให้ละเอียด และดื่มน้ำให้เพียงพอ ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยลดการเกิดแก๊สในกระเพาะอาหารได้เช่นกัน
หากคุณมีอาการผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ปวดท้องรุนแรง ท้องเสีย หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรับการรักษาที่ถูกต้อง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)



