กินของหวานเวลาไหนอ้วนน้อยที่สุด? เคล็ดลับสำหรับคนชอบหวาน

กินของหวานเวลาไหนอ้วนน้อยที่สุด? เคล็ดลับสำหรับคนชอบหวาน

กินของหวานเวลาไหนอ้วนน้อยที่สุด? เคล็ดลับสำหรับคนชอบหวาน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หลายคนอยากกินของหวาน แต่กลัวอ้วนจนต้องงดไปทั้งหมด จริง ๆ แล้วหากเลือกเวลากินที่เหมาะสมและรู้จักควบคุมปริมาณ ก็สามารถเพลิดเพลินกับของหวานได้โดยไม่ทำร้ายสุขภาพและรูปร่าง

กินของหวานตอนไหนอ้วนน้อย? 

ช่วงเช้าหลังอาหาร

ร่างกายมีระบบเผาผลาญที่ทำงานดีที่สุดในตอนเช้า หากกินของหวานหลังมื้อเช้า พลังงานที่ได้รับจะถูกนำไปใช้ระหว่างวัน ทำให้ไม่สะสมเป็นไขมันง่าย

หลังออกกำลังกาย

ช่วงที่ร่างกายใช้พลังงานมาก การกินของหวานเล็กน้อย เช่น ผลไม้ ดาร์กช็อกโกแลต หรือโยเกิร์ต จะช่วยฟื้นฟูระดับน้ำตาลในเลือดและกล้ามเนื้อโดยไม่ทำให้อ้วน

หลังอาหารกลางวัน

หากอยากกินระหว่างวัน ช่วงหลังมื้อกลางวันถือว่าเหมาะ เพราะยังมีเวลาให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานที่ได้รับ ก่อนเข้าสู่ช่วงเย็น

เวลาที่ควรเลี่ยงการกินของหวาน

  • ก่อนนอน เพราะร่างกายใช้พลังงานน้อย ทำให้น้ำตาลสะสมเป็นไขมันได้ง่าย

  • ตอนท้องว่าง เพราะน้ำตาลจะถูกดูดซึมเร็ว ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงและตกฮวบในเวลาสั้น ๆ ส่งผลให้อารมณ์แปรปรวนและหิวบ่อยขึ้น

เคล็ดลับการกินของหวานแบบไม่อ้วน

  • เลือกของหวานจากธรรมชาติ เช่น ผลไม้สด หรือของหวานที่ใช้น้ำตาลน้อย

  • กินในปริมาณเล็กน้อย ไม่เกิน 100–150 แคลอรีต่อครั้ง

  • กินคู่กับอาหารที่มีไฟเบอร์หรือโปรตีน เช่น ของหวานกับนมถั่วเหลืองหรือโยเกิร์ต เพื่อลดการดูดซึมน้ำตาลเร็วเกินไป

  • เลือกเวลากินในช่วงที่ร่างกายยังมีการเผาผลาญสูง เช่น เช้าและกลางวัน

ไม่จำเป็นต้องงดของหวาน หากรู้จักเลือกเวลาและวิธีกินที่ถูกต้อง การกินในช่วงเช้า หลังออกกำลังกาย หรือหลังอาหารกลางวัน จะทำให้ร่างกายใช้พลังงานได้เต็มที่ ลดการสะสมของไขมัน และยังช่วยให้อารมณ์ดีโดยไม่พังหุ่น

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล