เคล็ดลับ "เสื้อผ้า" หอมฟุ้งติดทนด้วยสูตร DIY จากน้ำยาปรับผ้านุ่มและเกลือ

ปัญหา เสื้อผ้า มีกลิ่นอับหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์เป็นเรื่องที่หลายคนกังวล ไม่ว่าจะเป็นตู้เสื้อผ้าที่แน่นขนัด หรือการที่เราต้องเผชิญกับสภาพอากาศชื้นในแต่ละวัน แม้จะซักผ้าด้วยน้ำยาปรับผ้านุ่มราคาแพง แต่กลิ่นหอมก็มักจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เราขาดความมั่นใจในทุกการเคลื่อนไหว แต่จะดีแค่ไหนหากมีวิธีง่ายๆ ที่ช่วยล็อกความหอมของน้ำยาปรับผ้านุ่มไว้กับ เสื้อผ้า ของคุณได้ยาวนานยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่มมากมาย? Sanook จะเปิดเผยเคล็ดลับสุดพิเศษที่ใช้วัตถุดิบเพียง 2 อย่างที่หาได้ง่ายๆ ในบ้าน นั่นคือน้ำยาปรับผ้านุ่มและเกลือ ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยให้ เสื้อผ้า หอมฟุ้งติดทนนาน แต่ยังช่วยลดกลิ่นอับได้อย่างน่าทึ่งอีกด้วย
เกลือไม่ได้มีประโยชน์แค่ในห้องครัวเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนผสมลับที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับน้ำยาปรับผ้านุ่มได้อย่างไม่น่าเชื่อ การนำเกลือมาผสมกับน้ำยาปรับผ้านุ่มจะช่วยเพิ่มความเข้มข้นและทำให้โมเลกุลของน้ำหอมในน้ำยาปรับผ้านุ่มยึดเกาะกับเนื้อผ้าได้ดียิ่งขึ้น เมื่อความชื้นในอากาศสัมผัสกับเกลือที่เคลือบอยู่บนใยผ้า เกลือจะช่วยดูดซับความชื้นและลดการเติบโตของแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุของกลิ่นอับ ทำให้ เสื้อผ้า ของคุณสะอาดและมีกลิ่นหอมสดชื่นอยู่เสมอ การทำสูตรนี้ขึ้นมาใช้เองยังช่วยให้คุณสามารถปรับกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มได้ตามความชอบส่วนตัว และมั่นใจได้ว่าไม่มีสารเคมีที่ไม่จำเป็นผสมอยู่ด้วย ถือเป็นทางเลือกที่ประหยัดและปลอดภัยสำหรับทุกคนในครอบครัว
สร้างความหอมให้ เสื้อผ้า ด้วยสูตรน้ำยาปรับผ้านุ่มผสมเกลือ
การทำน้ำหอมปรับอากาศสำหรับตู้เสื้อผ้าด้วยตัวเองเป็นเรื่องง่ายกว่าที่คุณคิด เพียงแค่เตรียมส่วนผสมง่ายๆ และทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ คุณก็จะได้ไอเทมลับที่ช่วยให้ เสื้อผ้า ในตู้หอมเหมือนเพิ่งซักใหม่ตลอดเวลา
สูตร DIY น้ำหอมปรับอากาศสำหรับตู้เสื้อผ้า
- วัตถุดิบที่ต้องเตรียม:
- น้ำยาปรับผ้านุ่มที่คุณชื่นชอบ
- เกลือแกง (เกลือปรุงอาหารทั่วไป)
- อุปกรณ์เสริม:
- ภาชนะสำหรับผสม
- ช้อน
- สำลีหรือกระดาษทิชชู
- ถุงผ้าตาข่ายหรือถุงผ้าที่ระบายอากาศได้ดี (อาจใช้ถุงจากหน้ากากอนามัยเก่ามาประยุกต์ใช้ได้)
ขั้นตอนการทำและวิธีใช้
- การเตรียมส่วนผสม: เริ่มต้นด้วยการตักเกลือประมาณหนึ่งช้อนโต๊ะใส่ลงในภาชนะ จากนั้นค่อยๆ เทน้ำยาปรับผ้านุ่มลงไปเพียงเล็กน้อย
- การผสม: ใช้ช้อนคนส่วนผสมให้เข้ากัน หากส่วนผสมยังมีความเหลวอยู่ ให้ค่อยๆ เติมเกลือเพิ่มทีละประมาณสองช้อนโต๊ะจนส่วนผสมมีลักษณะแห้งคล้ายกับผงเกลือที่ชื้นเล็กน้อย ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะเกลือจะทำหน้าที่เป็นตัวกักเก็บความหอมและลดกลิ่นอับ ทำให้ เสื้อผ้า มีกลิ่นหอมนานยิ่งขึ้น
- การนำไปใช้: เมื่อได้ส่วนผสมที่เหมาะสมแล้ว ให้นำสำลีหรือกระดาษทิชชูมาจุ่มลงในส่วนผสมจนชุ่ม บีบส่วนเกินออกเล็กน้อย จากนั้นนำสำลีที่ชุ่มแล้วใส่ลงในถุงผ้าตาข่ายที่เตรียมไว้ คุณสามารถประยุกต์ใช้ถุงที่ทำจากหน้ากากอนามัยเก่าได้เช่นกัน
- การจัดเก็บ: นำถุงที่บรรจุสำลีหอมๆ ไปแขวนไว้ในตู้เสื้อผ้า โดยอาจจะแขวนไว้ทางด้านซ้ายและขวาของตู้ เพื่อให้กลิ่นหอมกระจายทั่วถึง นอกจากนี้ คุณยังสามารถนำส่วนผสมที่ได้ไปใส่ในถ้วยเล็กๆ แล้ววางไว้บนชั้นวาง เสื้อผ้า เพื่อให้กลิ่นหอมกระจายตัวได้ดีอีกวิธีหนึ่ง
เคล็ดลับเพิ่มเติมเพื่อ เสื้อผ้า หอมนานไร้กลิ่นอับ
นอกจากการใช้สูตร DIY ข้างต้นแล้ว การดูแล เสื้อผ้า และตู้เสื้อผ้าอย่างถูกวิธีก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้กลิ่นหอมติดทนนาน
- การซักผ้า: ควรซัก เสื้อผ้า ตามประเภทของเนื้อผ้าและไม่ใส่ปริมาณมากเกินไปในแต่ละครั้ง เพื่อให้ผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่มสามารถทำความสะอาดได้อย่างทั่วถึง
- การตากผ้า: ควรนำ เสื้อผ้า ไปตากในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกและมีแสงแดด เพื่อช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียและป้องกันกลิ่นอับ ควรเก็บผ้าทันทีที่แห้งสนิทเพื่อไม่ให้กลิ่นอับกลับมา
- การจัดเก็บในตู้เสื้อผ้า: ควรจัดระเบียบตู้เสื้อผ้าให้เป็นระเบียบและไม่ใส่ เสื้อผ้า แน่นจนเกินไป เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกและลดการสะสมของความชื้นในตู้
- การทำความสะอาดตู้เสื้อผ้า: ควรทำความสะอาดตู้เสื้อผ้าเป็นประจำอย่างน้อยเดือนละครั้ง และนำ เสื้อผ้า ออกมาผึ่งลมหรือตากแดดบ้าง เพื่อกำจัดความชื้นและกลิ่นอับที่อาจสะสมอยู่ภายใน
การดูแล เสื้อผ้า ให้หอมสดชื่นอยู่เสมอไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพียงแค่คุณมีสูตร DIY ง่ายๆ และปฏิบัติตามเคล็ดลับเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ คุณก็จะมั่นใจได้ว่า เสื้อผ้า ทุกชุดของคุณจะพร้อมสำหรับการสวมใส่ในทุกๆ วันอย่างสดชื่นและมั่นใจ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)


