เคล็ดลับทำความสะอาด "รองเท้าผ้าใบ" กู้ชีพรองเท้าคู่โปรดหลังน้ำท่วม

เคล็ดลับทำความสะอาด "รองเท้าผ้าใบ" กู้ชีพรองเท้าคู่โปรดหลังน้ำท่วม

เคล็ดลับทำความสะอาด "รองเท้าผ้าใบ" กู้ชีพรองเท้าคู่โปรดหลังน้ำท่วม
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หลังจากที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วม หรือแม้แต่เพียงแค่ย่ำน้ำฝนท่วมขังบนถนน รองเท้าผ้าใบที่เป็นคู่โปรดของคุณก็อาจจะตกอยู่ในสภาพที่เปียกชื้น เต็มไปด้วยโคลน และมีกลิ่นเหม็นอับไม่พึงประสงค์ การทิ้งรองเท้าไปอาจเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะคุณสามารถกู้ชีพรองเท้าให้กลับมาสะอาดเหมือนใหม่ได้ด้วยขั้นตอนง่าย ๆ ที่ถูกต้อง การทำความสะอาดรองเท้าผ้าใบหลังน้ำท่วมจำเป็นต้องใส่ใจเป็นพิเศษ ไม่ใช่แค่การซักธรรมดา แต่เป็นการขจัดคราบสิ่งสกปรก กำจัดกลิ่น และฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่มองไม่เห็นอย่างมีประสิทธิภาพ Sanook จะมาแนะนำ เคล็ดลับทำความสะอาดรองเท้าผ้าใบ อย่างละเอียด เพื่อให้คุณได้รองเท้าที่สะอาดหมดจดและพร้อมใช้งานอีกครั้ง

1. ขั้นตอนการทำความสะอาดรองเท้าอย่างถูกวิธี

การทำความสะอาดรองเท้าผ้าใบที่เปื้อนโคลนและน้ำสกปรกจากน้ำท่วม จำเป็นต้องเริ่มจากขั้นตอนที่เหมาะสม เพื่อป้องกันความเสียหายของวัสดุและเพื่อให้รองเท้าสะอาดอย่างแท้จริง

  • การเตรียมรองเท้าและขจัดสิ่งสกปรกเบื้องต้น
    • ถอดชิ้นส่วน: เริ่มจากการถอดเชือกผูกรองเท้าและแผ่นรองพื้นด้านในออกทั้งหมด เพื่อให้สามารถทำความสะอาดได้อย่างทั่วถึง
    • ขจัดคราบโคลน: ใช้แปรงขนแข็งหรือแปรงสีฟันเก่า ๆ แปรงคราบโคลนที่แห้งออกจากรองเท้าให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้  หากโคลนยังเปียกอยู่ ควรปล่อยให้แห้งก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้โคลนซึมเข้าสู่เนื้อผ้ามากขึ้น
    • ล้างด้วยน้ำเปล่า: นำรองเท้าไปล้างด้วยน้ำเปล่าธรรมดา (ไม่ใช้น้ำร้อน)เพื่อชะล้างโคลนและสิ่งสกปรกที่ยังติดค้างอยู่ออกไปให้หมดจด
  • ขั้นตอนการซักอย่างละเอียด
    • ผสมน้ำยาทำความสะอาด: ผสมน้ำยาทำความสะอาดรองเท้าสูตรอ่อนโยน หรือใช้สบู่เหลวเด็กเจือจางกับน้ำ  ไม่ควรใช้ผงซักฟอกที่มีสารเคมีรุนแรงหรือน้ำยาฟอกขาวโดยตรง เพราะอาจทำให้รองเท้าสีซีดหรือเสียหายได้
    • ใช้แปรงขัดทำความสะอาด: ใช้แปรงขนอ่อน หรือแปรงสีฟันเก่า จุ่มในน้ำยาที่เตรียมไว้แล้วขัดทำความสะอาดรองเท้าให้ทั่วทุกซอกทุกมุม  รวมถึงพื้นรองเท้าด้านในและด้านนอกด้วย
    • ซักเชือกและแผ่นรองพื้น: นำเชือกและแผ่นรองพื้นไปซักแยกต่างหาก อาจใช้สบู่หรือน้ำยาซักผ้าอ่อน ๆ ซักด้วยมือหรือใส่ถุงซักผ้าแล้วนำไปปั่นในเครื่องซักผ้าก็ได้
  • การทำให้แห้งและฆ่าเชื้อโรค
    • ซับน้ำส่วนเกิน: หลังจากทำความสะอาดเสร็จแล้ว ให้ใช้ผ้าสะอาดซับน้ำส่วนเกินออกจากรองเท้าให้ได้มากที่สุด
    • การตากให้แห้ง: สิ่งสำคัญคือการตากรองเท้าในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกและมีลมโกรก ไม่ควรตากรองเท้าในที่ที่มีแสงแดดจัด เพราะความร้อนจะทำให้รองเท้าหดตัวหรือวัสดุเสียหายได้  ควรใช้พัดลมช่วยเป่าเพื่อเร่งให้รองเท้าแห้งเร็วขึ้น
    • ใช้กระดาษหนังสือพิมพ์: ยัดกระดาษหนังสือพิมพ์หรือกระดาษทิชชูที่ไม่ใช้แล้วเข้าไปในรองเท้า เพื่อช่วยดูดซับความชื้นและคงรูปร่างของรองเท้าไว้ ควรเปลี่ยนกระดาษบ่อย ๆ จนกว่ารองเท้าจะแห้งสนิท
    • การฆ่าเชื้อ: หลังจากรองเท้าแห้งสนิทแล้ว ให้ใช้สเปรย์ฆ่าเชื้อโรคสำหรับรองเท้าโดยเฉพาะฉีดพ่นเข้าไปด้านใน  เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อราและช่วยกำจัดกลิ่นอับได้อย่างถาวร

2. เคล็ดลับเพิ่มเติมเพื่อความสะอาดและป้องกันกลิ่น

นอกเหนือจากขั้นตอนการซักที่ถูกต้องแล้ว ยังมีเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะช่วยให้รองเท้าผ้าใบของคุณสะอาดและมีกลิ่นหอมน่าใช้ยิ่งขึ้น

  • การใช้เบกกิ้งโซดา: เบกกิ้งโซดาเป็นตัวช่วยมหัศจรรย์ในการดูดซับกลิ่น  เพียงแค่โรยเบกกิ้งโซดาลงในรองเท้าที่แห้งสนิทแล้วทิ้งไว้ข้ามคืน จากนั้นเคาะผงออกให้หมด ก็จะช่วยกำจัดกลิ่นเหม็นอับได้อย่างดีเยี่ยม
  • ใช้ข้าวสารสำหรับซับความชื้น: หากต้องการเร่งให้รองเท้าแห้งเร็วขึ้น หรือในกรณีที่รองเท้าเปียกมาก สามารถนำรองเท้าไปใส่ในถุงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยข้าวสาร  ข้าวสารจะช่วยดูดซับความชื้นได้เป็นอย่างดี
  • การป้องกันหลังจากทำความสะอาด: เมื่อรองเท้าสะอาดและแห้งสนิทแล้ว ควรเก็บในที่แห้งและมีอากาศถ่ายเทสะดวก หลีกเลี่ยงการเก็บในกล่องที่อับชื้น และอาจใช้สเปรย์ป้องกันน้ำหรือสเปรย์กันน้ำซึม เพื่อลดความเสียหายจากน้ำในอนาคต 

การทำความสะอาดรองเท้าหลังน้ำท่วมอาจดูเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่ด้วยขั้นตอนที่ถูกต้องและใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สามารถเปลี่ยนรองเท้าที่ดูเหมือนหมดสภาพให้กลับมาอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานได้อีกครั้ง นอกจากจะช่วยประหยัดเงินแล้ว ยังเป็นการดูแลรักษาของใช้ส่วนตัวให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้นอีกด้วย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล