เช็กลิสต์! จุดบนใบหน้าที่เชื่อมกับอวัยวะภายใน บอกสัญญาณสุขภาพที่ซ่อนไว้!

ในศาสตร์แพทย์แผนโบราณของจีนและอินเดียเชื่อว่า ใบหน้าเป็นเหมือนแผนที่ที่สะท้อนสุขภาพของอวัยวะภายในแต่ละส่วน การเกิดสิว ผื่นแดง หรือความเปลี่ยนแปลงอื่นๆ บนใบหน้าในตำแหน่งที่ต่างกัน อาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายว่าอวัยวะภายในบางอย่างกำลังมีปัญหา ลองมาดูกันว่าจุดไหนบนใบหน้าเชื่อมโยงกับอวัยวะอะไรบ้าง เพื่อที่เราจะได้ดูแลสุขภาพได้ตรงจุดมากขึ้น
จุดบนใบหน้าที่เชื่อมกับอวัยวะภายใน มีอะไรบ้าง?
1. หน้าผาก: ระบบย่อยอาหารและกระเพาะปัสสาวะ
- ปัญหาที่พบบ่อย: สิวขึ้นบริเวณหน้าผาก, ผิวหน้าผากมันหรือหมองคล้ำ
- ความหมาย: อาจเป็นสัญญาณว่าระบบย่อยอาหารมีปัญหา เช่น ท้องผูก, ลำไส้ไม่ทำงาน หรือกระเพาะปัสสาวะมีปัญหาจากการดื่มน้ำน้อยเกินไป นอกจากนี้ยังอาจเกี่ยวข้องกับความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ
2. ระหว่างคิ้ว: ตับ
- ปัญหาที่พบบ่อย: สิวขึ้น, ผิวแดง, หรือมีอาการคันบริเวณระหว่างคิ้ว
- ความหมาย: บ่งบอกว่าตับกำลังทำงานหนักเกินไป อาจเกิดจากการทานอาหารที่มีไขมันสูง ดื่มแอลกอฮอล์มาก หรือมีความเครียดสะสม
3. ใต้ตา: ไต
- ปัญหาที่พบบ่อย: รอยคล้ำใต้ตา (Panda eyes), ถุงใต้ตาบวม
- ความหมาย: เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าไตกำลังอ่อนแอหรือทำงานได้ไม่เต็มที่ อาจเกิดจากการนอนดึกเป็นประจำ, ดื่มน้ำน้อยเกินไป หรือทานอาหารรสเค็มจัด
4. แก้ม: ระบบทางเดินหายใจและปอด
- ปัญหาที่พบบ่อย: สิวขึ้นที่แก้ม, แก้มแดง, ผิวไม่เรียบเนียน
- ความหมาย: อาจเป็นสัญญาณของปัญหาในระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะปอด อาจเกิดจากโรคภูมิแพ้, มลภาวะทางอากาศ, การสูบบุหรี่ หรือการได้รับฝุ่นละอองมากเกินไป
5. ปลายจมูกและข้างจมูก: หัวใจ
- ปัญหาที่พบบ่อย: ปลายจมูกแดง, มีเส้นเลือดฝอยปรากฏ, สิวหัวดำบริเวณข้างจมูก
- ความหมาย: อาจเกี่ยวข้องกับการทำงานของหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิต อาจเกิดจากความดันโลหิตสูง หรือคอเลสเตอรอลในเลือดสูง
6. บริเวณรอบปากและคาง: ฮอร์โมนและระบบสืบพันธุ์
- ปัญหาที่พบบ่อย: สิวขึ้นบริเวณรอบปากและคาง, โดยเฉพาะในช่วงมีประจำเดือน
- ความหมาย: เป็นจุดที่สัมพันธ์กับฮอร์โมนในร่างกายอย่างชัดเจน มักพบในผู้หญิงช่วงก่อนและระหว่างมีประจำเดือน หรืออาจเกี่ยวข้องกับปัญหาในระบบสืบพันธุ์และการทำงานของมดลูก
ข้อแนะนำเพื่อดูแลสุขภาพจากภายใน
- ทำความสะอาดอย่างถูกวิธี: การทำความสะอาดผิวหน้าเป็นสิ่งสำคัญ แต่ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนและไม่ทำให้ผิวระคายเคือง
- ปรับพฤติกรรมการทานอาหาร: ลดอาหารทอด, ของมัน, ของหวาน และอาหารรสเค็มจัด หันมาทานผัก ผลไม้ และอาหารที่มีกากใยสูง
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ: ควรนอนให้ได้อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมและฟื้นฟูตัวเอง
- จัดการความเครียด: หาเวลานั่งสมาธิ, โยคะ, หรือทำกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายความเครียด
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ: การดื่มน้ำ 8 แก้วต่อวันช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย
การสังเกตความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าเป็นเพียงการ "คาดคะเน" เบื้องต้นเท่านั้น หากคุณมีปัญหาผิวที่รุนแรงหรือมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและหาทางแก้ไขอย่างเหมาะสม
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
