6 วิธีเลือกซื้อ "แอปเปิ้ล" ให้หวาน กรอบ อร่อยทุกครั้ง

6 วิธีเลือกซื้อ "แอปเปิ้ล" ให้หวาน กรอบ อร่อยทุกครั้ง

6 วิธีเลือกซื้อ "แอปเปิ้ล" ให้หวาน กรอบ อร่อยทุกครั้ง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

แอปเปิ้ล เป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ด้วยรสชาติที่หลากหลาย ตั้งแต่หวานอมเปรี้ยวไปจนถึงหวานฉ่ำ แต่การจะเลือกซื้อ แอปเปิ้ล ให้ได้เนื้อที่กรอบอร่อยและมีรสชาติถูกใจในทุกครั้งอาจเป็นเรื่องท้าทาย Sanook จะมาเปิดเผยเคล็ดลับที่อ้างอิงจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้คุณสามารถเลือก แอปเปิ้ล ที่สมบูรณ์แบบได้ด้วยตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยการชิม

ทำไมการเลือกแอปเปิ้ลถึงสำคัญ?

หลายคนอาจคิดว่า แอปเปิ้ล ทุกผลก็เหมือนๆ กัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว แอปเปิ้ลแต่ละลูกมีความแตกต่างกันอย่างมาก ทั้งในเรื่องของความหวาน ความกรอบ และปริมาณน้ำในเนื้อผลไม้ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ขึ้นอยู่กับหลายอย่าง เช่น สายพันธุ์ อายุการเก็บเกี่ยว และวิธีการเก็บรักษา การเรียนรู้ที่จะสังเกตลักษณะภายนอกของ แอปเปิ้ล จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณไม่พลาดที่จะได้ผลไม้ที่อร่อยที่สุดในทุกครั้ง

6 เคล็ดลับในการเลือกซื้อแอปเปิ้ล

จากคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ มี 6 จุดสังเกตหลักที่คุณสามารถนำไปใช้ได้จริงเพื่อเลือก แอปเปิ้ล ที่มีคุณภาพดีที่สุด

1. สีของแอปเปิ้ล: สัญญาณของความหวาน

แม้ว่าสีของแอปเปิ้ลจะแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ แต่โดยทั่วไปแล้วแอปเปิ้ลที่มีรสหวานอร่อยควรมีสีที่หลากหลายปนกัน เช่น สีแดงและสีส้ม หรือสีเหลืองและสีเขียว ไม่ควรเลือกแอปเปิ้ลที่มีสีแดงเข้มทั้งลูก เพราะอาจมีรสเปรี้ยวมากกว่า และไม่หวานฉ่ำเท่าที่ควร

2. ลายบนแอปเปิ้ล: ยิ่งเยอะยิ่งอร่อย

ลองสังเกตลายเส้นบนเปลือก แอปเปิ้ล หากแอปเปิ้ลลูกไหนมีเส้นลายละเอียดและกระจายตัวอยู่บนเปลือกเยอะๆ นั่นเป็นสัญญาณที่ดีมากว่าแอปเปิ้ลลูกนั้นมีรสชาติอร่อย กรอบ และมีน้ำในเนื้อเยอะ ทำให้ไม่รู้สึกแห้งหรือกลวงเมื่อรับประทาน

3. ก้านของแอปเปิ้ล: บ่งบอกถึงความสดใหม่

ก้านของ แอปเปิ้ล เป็นตัวบ่งชี้ความสดใหม่ที่ดีที่สุด แอปเปิ้ล ที่เพิ่งถูกเก็บเกี่ยวมาใหม่ๆ จะมีก้านสีเขียวอ่อน ซึ่งแสดงว่ามีความสด กรอบ และฉ่ำ ในทางกลับกัน หากก้านมีสีเหลืองหรือสีดำ อาจเป็นไปได้ว่า แอปเปิ้ล ถูกเก็บมานานแล้ว ทำให้ความสดลดลง

4. ผิวสัมผัสของแอปเปิ้ล: ผิวหยาบหมายถึงความหวาน

ลองใช้มือสัมผัสเปลือก แอปเปิ้ล ดูเบาๆ แอปเปิ้ล ที่มีผิวหยาบหรือขรุขระเล็กน้อยมักจะมีรสชาติหวานและมีรสเปรี้ยวน้อยกว่า แอปเปิ้ล ที่มีผิวเรียบลื่น

5. สะดือของแอปเปิ้ล: ลึกและกว้างยิ่งดี

สะดือของ แอปเปิ้ล คือรอยบุ๋มบริเวณก้นของผลไม้ ควรเลือก แอปเปิ้ล ที่มีสะดือใหญ่ ลึก และบริเวณรอบๆ มีลักษณะกว้าง เพราะนั่นหมายถึงแอปเปิ้ลลูกนั้นสุกเต็มที่และมีรสชาติหวานอร่อยและมีน้ำมาก

6. น้ำหนักของแอปเปิ้ล: หนักกว่าย่อมมีน้ำมากกว่า

ลองยก แอปเปิ้ล ดู หากแอปเปิ้ลลูกไหนมีน้ำหนักมากกว่าลูกอื่นในขนาดที่ใกล้เคียงกัน แสดงว่ามีปริมาณน้ำในเนื้อสูงและเข้มข้น ในทางกลับกัน หากมีน้ำหนักเบา อาจหมายถึงเนื้อแอปเปิ้ลแห้งและมีน้ำน้อย

การจะเลือก แอปเปิ้ล ที่อร่อยและมีคุณภาพไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพียงแค่คุณใช้เคล็ดลับง่ายๆ เหล่านี้ในการสังเกต คุณก็จะสามารถมั่นใจได้ว่า แอปเปิ้ล ที่คุณซื้อมานั้นจะหวาน กรอบ และฉ่ำน้ำอย่างที่คุณต้องการ การเลือก แอปเปิ้ล ที่ดีไม่จำเป็นต้องครบทุกข้อ เพียงแค่มี 2-3 ข้อตามที่กล่าวมาก็เพียงพอที่จะการันตีความอร่อยได้แล้ว

นอกจากนี้ การเก็บรักษา แอปเปิ้ล ก็สำคัญไม่แพ้กัน ควรเก็บ แอปเปิ้ล ไว้ในตู้เย็นเพื่อคงความสดใหม่และความกรอบไว้ให้นานที่สุด และควรหลีกเลี่ยงการเก็บ แอปเปิ้ล ไว้ใกล้กับผลไม้ชนิดอื่นที่ปล่อยก๊าซเอทิลีนสูง เช่น กล้วย หรือมะม่วง เพราะจะทำให้ แอปเปิ้ล สุกเร็วเกินไปและอาจทำให้เนื้อนิ่มลงได้

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล