วิธีเก็บรักษามะม่วงสุกไม่ให้ดำ และยังคงความอร่อยไว้ได้นาน

วิธีเก็บรักษามะม่วงสุกไม่ให้ดำ และยังคงความอร่อยไว้ได้นาน

วิธีเก็บรักษามะม่วงสุกไม่ให้ดำ และยังคงความอร่อยไว้ได้นาน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

มะม่วงสุกเป็นผลไม้ที่ให้ความสดชื่นและมีรสชาติอร่อยถูกใจใครหลายคน แต่ปัญหาที่พบบ่อยคือมะม่วงสุกมักจะช้ำและเปลี่ยนเป็นสีคล้ำได้ง่าย ทำให้ดูไม่น่าทานและรสชาติก็เปลี่ยนไป บทความนี้มีเคล็ดลับดีๆ ในการเก็บรักษามะม่วงสุกให้คงความสดใหม่ ไม่ช้ำ ไม่ดำ และยังคงรสชาติความอร่อยไว้ได้นานยิ่งขึ้น

สาเหตุที่มะม่วงสุกเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ

การที่มะม่วงสุกเปลี่ยนเป็นสีคล้ำนั้นมีสาเหตุหลักมาจาก การเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน (Oxidation) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเอนไซม์ในเนื้อมะม่วงทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ โดยเฉพาะเมื่อมะม่วงเริ่มช้ำหรือถูกกระแทกจะยิ่งเร่งให้ปฏิกิริยานี้เกิดขึ้นเร็วขึ้น นอกจากนี้ยังเกิดจากปฏิกิริยาการสุกของผลไม้ที่เรียกว่า "ปฏิกิริยาการเกิดสีน้ำตาลจากเอนไซม์" (Enzymatic Browning) ซึ่งเป็นกลไกตามธรรมชาติของผลไม้

3 วิธีเก็บมะม่วงสุกให้สดใหม่

การแช่ตู้เย็น (ในอุณหภูมิที่เหมาะสม)

  • วิธีที่ 1: แช่ทั้งลูกแบบไม่ห่อหุ้ม:
    • เหมาะสำหรับการเก็บมะม่วงที่สุกกำลังดีและต้องการจะรับประทานในอีก 2-3 วันข้างหน้า
    • นำมะม่วงใส่ในช่องแช่เย็นปกติ โดยวางในชั้นที่อากาศถ่ายเทสะดวก
    • วิธีนี้ช่วยชะลอการสุกและรักษาความสดได้ดี
  • วิธีที่ 2: ห่อด้วยกระดาษและใส่ในถุงพลาสติก:
    • เหมาะสำหรับการเก็บมะม่วงที่สุกแล้วแต่ยังไม่อยากรับประทานทันที
    • นำมะม่วงที่แห้งสนิทห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์หรือกระดาษห่อผลไม้
    • นำไปใส่ในถุงพลาสติกแบบมีรูระบายอากาศ แล้วนำไปแช่ในช่องแช่เย็นปกติ
    • การห่อด้วยกระดาษจะช่วยดูดซับความชื้นส่วนเกินและป้องกันไม่ให้มะม่วงช้ำ

การเก็บในช่องแช่แข็ง (สำหรับเก็บรักษาระยะยาว)

  • วิธีที่ 1: หั่นเป็นชิ้นแล้วแช่แข็ง:
    • ปอกเปลือกและหั่นมะม่วงสุกเป็นชิ้นพอดีคำ
    • นำชิ้นมะม่วงวางเรียงบนถาดที่รองด้วยกระดาษไข ให้ชิ้นมะม่วงไม่ติดกัน
    • นำถาดเข้าช่องแช่แข็งจนมะม่วงแข็งตัว
    • จากนั้นย้ายชิ้นมะม่วงที่แข็งตัวแล้วใส่ในถุงซิปล็อกหรือกล่องพลาสติกสำหรับแช่แข็ง ไล่อากาศออกให้หมดแล้วปิดให้สนิท
    • วิธีนี้ช่วยให้มะม่วงไม่เกาะติดกันเป็นก้อน สามารถหยิบใช้ได้ง่าย
  • วิธีที่ 2: แช่แข็งแบบบดละเอียด:
    • ปอกเปลือกมะม่วงแล้วนำไปปั่นจนเป็นเนื้อเดียวกัน
    • นำเนื้อมะม่วงที่ปั่นแล้วเทใส่ในถุงซิปล็อกหรือกล่องสำหรับแช่แข็ง
    • ก่อนนำไปแช่แข็ง สามารถบีบน้ำมะนาวเล็กน้อยผสมลงไปเพื่อป้องกันการเปลี่ยนสี
    • วิธีนี้เหมาะสำหรับนำไปทำสมูทตี้ ไอศกรีม หรือซอสมะม่วงในภายหลัง

การใช้สารจากธรรมชาติช่วยชะลอการดำ

  • ใช้น้ำมะนาว:
    • หลังจากปอกเปลือกและหั่นมะม่วงแล้ว ให้ใช้น้ำมะนาวสดทาให้ทั่วชิ้นมะม่วง
    • กรดซิตริกในมะนาวจะช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่ทำให้เกิดสีคล้ำได้
    • หลังจากทาน้ำมะนาวแล้ว สามารถนำไปแช่ในตู้เย็นหรือนำไปประกอบอาหารได้ทันที
  • ใช้น้ำเกลือเจือจาง:
    • ผสมเกลือเล็กน้อยกับน้ำเปล่า แล้วนำชิ้นมะม่วงไปแช่ในน้ำเกลือประมาณ 2-3 นาที
    • เกลือจะช่วยป้องกันการเปลี่ยนสี และยังคงรสชาติความหวานของมะม่วงไว้ได้ดี
    • เมื่อแช่เสร็จแล้วให้นำขึ้นมาสะเด็ดน้ำให้แห้งก่อนนำไปเก็บ

เคล็ดลับเพิ่มเติมในการเลือกซื้อมะม่วง

  • เลือกมะม่วงที่สมบูรณ์: ควรเลือกมะม่วงที่ไม่มีรอยช้ำหรือรอยแตก เพราะรอยเหล่านี้จะทำให้มะม่วงเสียเร็วขึ้น
  • สังเกตสีและกลิ่น: มะม่วงที่สุกกำลังดีจะมีสีเหลืองสวยงาม และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว
  • ไม่ควรล้างมะม่วงทันที: ควรล้างมะม่วงก่อนรับประทานหรือก่อนนำไปปอกเท่านั้น เพราะความชื้นที่ตกค้างจะทำให้มะม่วงเน่าเสียเร็วขึ้น

การเรียนรู้วิธีการเก็บรักษามะม่วงสุกอย่างถูกต้องจะช่วยให้คุณสามารถเก็บมะม่วงสุกไว้รับประทานได้นานขึ้น และยังคงความสดใหม่ไว้เสมอ ลองนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปปรับใช้กับการเก็บมะม่วงที่คุณชื่นชอบดูนะครับ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล