ไม่ควรมองข้าม! วิธีกำจัดคราบสกปรกในถังซัก และวิธีดูแลเพิ่มเติม

ไม่ควรมองข้าม! วิธีกำจัดคราบสกปรกในถังซัก และวิธีดูแลเพิ่มเติม

ไม่ควรมองข้าม! วิธีกำจัดคราบสกปรกในถังซัก และวิธีดูแลเพิ่มเติม
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เครื่องซักผ้าทำงานหนักเพื่อเสื้อผ้าที่สะอาดของเรา แต่บ่อยครั้งที่เราลืมนึกถึงการดูแลรักษาตัวถังซักเอง ซึ่งเมื่อใช้งานไปนาน ๆ อาจเป็นแหล่งสะสมของคราบ สบู่ เชื้อรา และแบคทีเรีย ทำให้เกิดกลิ่นอับไม่พึงประสงค์ และประสิทธิภาพการซักลดลง โดยเฉพาะเครื่องซักผ้าที่ไม่มีฟังก์ชันล้างถังอัตโนมัติ ยิ่งต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ Sanook จะมาแนะนำวิธีล้างถังเครื่องซักผ้าด้วยตัวเองอย่างละเอียด รับรองว่าสะอาดเหมือนใหม่ ไร้กลิ่นอับ และช่วยยืดอายุการใช้งานเครื่องซักผ้าของคุณ

ทำไมต้องล้างถังเครื่องซักผ้า?

 คุณอาจสงสัยว่าเสื้อผ้าที่ซักทุกวันจะทำให้ถังซักสะอาดอยู่เสมอไม่ใช่หรือ? คำตอบคือไม่เลยครับ! ระหว่างการซักจะมีสิ่งต่าง ๆ สะสมอยู่ในถังซักได้แก่:

  • คราบผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ตกค้าง: เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งเหล่านี้จะก่อตัวเป็นคราบเหนียวเกาะตามผนังถัง

  • สิ่งสกปรกและใยผ้า: เศษผงจากเสื้อผ้าและสิ่งสกปรกที่หลุดออกมาขณะซัก สามารถสะสมและเป็นแหล่งเพาะเชื้อได้

  • เชื้อราและแบคทีเรีย: ความชื้นภายในถังซักเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของกลิ่นอับ และอาจส่งผลต่อสุขอนามัยของเสื้อผ้าที่ซักด้วย

การล้างถังเครื่องซักผ้าเป็นประจำจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยขจัดปัญหาเหล่านี้ ทำให้เครื่องซักผ้าของคุณทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และเสื้อผ้าของคุณสะอาดปราศจากกลิ่นอับอย่างแท้จริง

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมเพื่อล้างถังเครื่องซักผ้า

ก่อนลงมือล้างถังเครื่องซักผ้าด้วยตัวเอง ควรเตรียมอุปกรณ์เหล่านี้ให้พร้อม:

  • น้ำส้มสายชูขาว: เป็นกรดธรรมชาติที่มีคุณสมบัติช่วยขจัดคราบสะสม ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และดับกลิ่น ใช้ประมาณ 2-4 ถ้วยตวง

  • เบกกิ้งโซดา: มีคุณสมบัติช่วยดูดซับกลิ่นและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาด ใช้ประมาณ 1/4 - 1/2 ถ้วยตวง

  • ผ้าสะอาดหรือฟองน้ำ: สำหรับเช็ดทำความสะอาดภายนอกและส่วนที่เข้าถึงได้

  • แปรงสีฟันเก่า: สำหรับขัดซอกมุมเล็ก ๆ

  • น้ำเปล่า: สำหรับล้างทำความสะอาด

  • (ไม่จำเป็น) น้ำมันหอมระเหย (เช่น ทีทรีออยล์ หรือน้ำมันหอมระเหยกลิ่นมะนาว): สามารถหยดผสมเพื่อเพิ่มกลิ่นหอมสดชื่นและช่วยฆ่าเชื้อได้เล็กน้อย

ขั้นตอนการล้างถังเครื่องซักผ้าด้วยตัวเอง (สำหรับเครื่องซักผ้าฝาบน)

สำหรับเครื่องซักผ้าฝาบน การล้างถังสามารถทำได้ง่าย ๆ ตามขั้นตอนเหล่านี้:

  1. เติมน้ำร้อนให้เต็มถัง: ปรับอุณหภูมิน้ำให้ร้อนที่สุดเท่าที่เครื่องซักผ้าจะทำได้ (หากเครื่องไม่มีฟังก์ชันทำน้ำร้อน ให้ใช้น้ำอุณหภูมิปกติ) แล้วปล่อยให้น้ำเติมจนเต็มถัง

  2. ใส่น้ำส้มสายชู: เมื่อน้ำเต็มถังแล้ว ให้เติมน้ำส้มสายชูขาวประมาณ 2-4 ถ้วยตวง ลงในถังซักโดยตรง

  3. เดินเครื่องเปล่า: ปิดฝาเครื่อง แล้วเดินเครื่องในรอบซักปกติ (โปรแกรมที่ใช้น้ำเยอะที่สุด) ให้เครื่องทำการคนน้ำส้มสายชูให้ทั่ว ปล่อยให้เครื่องทำงานไปจนถึงช่วงที่น้ำเริ่มปั่น แล้วหยุดเครื่องชั่วคราว (กดปุ่มหยุดชั่วคราว หรือถอดปลั๊กออก)

  4. แช่ทิ้งไว้: ทิ้งน้ำส้มสายชูไว้ในถังแช่ค้างคืน (หรืออย่างน้อย 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง) เพื่อให้น้ำส้มสายชูมีเวลาทำปฏิกิริยากับคราบและเชื้อโรค

  5. เติมเบกกิ้งโซดา: หลังจากแช่แล้ว ให้ใส่เบกกิ้งโซดาประมาณ 1/4 - 1/2 ถ้วยตวง ลงไปในถังซัก (เบกกิ้งโซดาจะช่วยเสริมฤทธิ์การทำความสะอาดและดับกลิ่นของน้ำส้มสายชู)

  6. เดินเครื่องเปล่าซ้ำ: เดินเครื่องซักผ้าในรอบซักปกติอีกครั้ง ปล่อยให้เครื่องทำงานจนจบรอบ (ทั้งซัก ล้าง และปั่นแห้ง) เพื่อล้างคราบสกปรกและน้ำส้มสายชูออกให้หมด

  7. เช็ดทำความสะอาดภายนอก: ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำส้มสายชูเล็กน้อยเช็ดทำความสะอาดขอบยาง ฝาเครื่อง ช่องใส่ผงซักฟอก และส่วนอื่น ๆ ที่คุณสามารถเข้าถึงได้ ใช้แปรงสีฟันเก่าขัดตามซอกมุมที่มีคราบสะสม

ขั้นตอนการล้างถังเครื่องซักผ้าด้วยตัวเอง (สำหรับเครื่องซักผ้าฝาหน้า)

สำหรับเครื่องซักผ้าฝาหน้า มีขั้นตอนการล้างถังที่แตกต่างจากฝาบนเล็กน้อย:

  1. เติมน้ำส้มสายชูและเบกกิ้งโซดา: เทน้ำส้มสายชูขาวประมาณ 2 ถ้วยตวง ลงในช่องใส่ผงซักฟอก และเติมเบกกิ้งโซดาประมาณ 1/2 ถ้วยตวง ลงในช่องใส่ผงซักฟอกเช่นกัน (บางคนอาจแนะนำให้ใส่เบกกิ้งโซดาลงในถังซักโดยตรงก็ได้)

  2. เดินเครื่องเปล่าด้วยน้ำร้อน: เลือกโปรแกรมซักที่ใช้น้ำร้อนที่สุด (Hot Wash) และตั้งโปรแกรมซักในรอบที่ยาวที่สุด (Heavy Duty หรือ Sanitizing Cycle หากมี) โดยไม่ต้องใส่เสื้อผ้า ปล่อยให้เครื่องทำงานจนจบรอบ

  3. ทำความสะอาดขอบยางประตู: นี่คือจุดสำคัญสำหรับเครื่องซักผ้าฝาหน้า! ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำส้มสายชูหรือน้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์ เช็ดทำความสะอาดคราบเชื้อราและสิ่งสกปรกที่มักจะสะสมอยู่ตามร่องยางประตูให้ทั่วถึง อาจต้องใช้แปรงสีฟันเก่าช่วยขัดในซอกลึก ๆ

  4. ทำความสะอาดช่องใส่ผงซักฟอก: ดึงถาดใส่ผงซักฟอกออกมาล้างทำความสะอาดให้หมดจด โดยเฉพาะคราบผงซักฟอกที่จับตัวเป็นก้อน

  5. เช็ดภายในถังซัก: เมื่อเครื่องซักผ้าซักเสร็จแล้ว ใช้ผ้าสะอาดเช็ดทำความสะอาดภายในถังซักอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีคราบสกปรกหลงเหลือ

การดูแลรักษาเครื่องซักผ้าเพิ่มเติม

  • เปิดฝาเครื่องทิ้งไว้หลังซัก: หลังจากการใช้งานแต่ละครั้ง ควรเปิดฝาเครื่องซักผ้าทิ้งไว้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้อากาศถ่ายเทและถังซักแห้งสนิท ป้องกันการเกิดกลิ่นอับและเชื้อรา

  • ใช้ผงซักฟอกในปริมาณที่เหมาะสม: การใช้ผงซักฟอกมากเกินไปอาจทำให้เกิดคราบตกค้างในถังซักได้

  • ทำความสะอาดช่องใส่ผงซักฟอกเป็นประจำ: หมั่นดึงถาดใส่ผงซักฟอกออกมาล้างเป็นประจำ

  • ล้างถังเครื่องซักผ้าอย่างน้อยทุก 1-3 เดือน: เพื่อสุขอนามัยที่ดีและยืดอายุการใช้งานของเครื่องซักผ้า

การล้างถังเครื่องซักผ้าด้วยตัวเอง ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด เพียงแค่ทำตามขั้นตอนข้างต้นอย่างสม่ำเสมอ คุณก็จะมีเครื่องซักผ้าที่สะอาด ปราศจากกลิ่นอับ และพร้อมทำงานเพื่อเสื้อผ้าที่สดใสอยู่เสมอ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล