"กล้วย 4 ชนิด" จัดอันดับค่าน้ำตาล ชนิดไหนสูง-ต่ำ เช็กเลยเพื่อสุขภาพ

"กล้วย 4 ชนิด" จัดอันดับค่าน้ำตาล ชนิดไหนสูง-ต่ำ เช็กเลยเพื่อสุขภาพ

"กล้วย 4 ชนิด" จัดอันดับค่าน้ำตาล ชนิดไหนสูง-ต่ำ เช็กเลยเพื่อสุขภาพ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

การเลือกทานกล้วยให้เหมาะสมกับสุขภาพ สิ่งสำคัญคือการเข้าใจปริมาณน้ำตาลและแป้งที่แตกต่างกันในแต่ละสายพันธุ์ 

สายเฮลตี้ห้ามพลาด จัดลำดับ "กล้วย 4 สายพันธุ์" ชนิดไหนหวานพุ่ง ชนิดไหนน้ำตาลน้อย เรารวบรวมมาให้แล้ว เพราะกล้วยแต่ละลูกให้พลังงานไม่เท่ากัน ใครที่ชอบทานกล้วยเป็นประจำแต่ไม่อยากให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งปรี๊ด มาเช็กความหวานก่อนหยิบใส่ปากไปพร้อมกันเลย

  • อันดับที่ 1: กล้วยไข่ (น้ำตาลสูงที่สุด)

    • ลักษณะ: ผลเล็ก เนื้อแน่น สีเหลืองทอง

    • ความหวาน: เป็นแชมป์ด้านความหวานจัด เพราะมีน้ำตาลเข้มข้นที่สุดในบรรดากล้วยไทย

    • ข้อมูลสุขภาพ: ให้พลังงานสูงในปริมาณน้อย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพลังงานเร่งด่วน แต่ผู้ที่ควบคุมน้ำตาลหรือเป็นเบาหวานควรทานในปริมาณที่จำกัด

  • อันดับที่ 2: กล้วยหอม (หวานชัดเจน)

    • ลักษณะ: ผลเรียวยาว เปลือกบาง เมื่อสุกงอมจะมีจุดกระสีดำ (Sugar Spots)

    • ความหวาน: หวานแรงโดยเฉพาะตอนสุกจัด เนื่องจากแป้งจะเปลี่ยนเป็นน้ำตาลเกือบทั้งหมด

    • ข้อมูลสุขภาพ: มีคาร์โบไฮเดรตที่ดูดซึมง่าย จึงเป็นที่นิยมในหมู่นักกีฬาที่ต้องการพลังงานระหว่างการแข่งขันหรือออกกำลังกาย

  • อันดับที่ 3: กล้วยเล็บมือนาง (หวานนุ่มนวล)

    • ลักษณะ: ผลเล็กเรียว ปลายแหลม เนื้อนุ่ม กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์

    • ความหวาน: มีรสหวานหอมแบบนุ่มนวล ระดับความหวานจะเบากว่ากล้วยหอมเล็กน้อย

    • ข้อมูลสุขภาพ: ด้วยขนาดผลที่เล็ก ทำให้คุมปริมาณการทานได้ง่าย เหมาะเป็นของว่างเพื่อสุขภาพที่ไม่หนักจนเกินไป

  • อันดับที่ 4: กล้วยน้ำว้า (หวานกลางๆ สมดุล)

    • ลักษณะ: ผลอ้วนป้อม เนื้อเหนียวนุ่ม

    • ความหวาน: มีระดับน้ำตาลปานกลาง หากทานตอนเริ่มสุกจะมีแป้งเยอะ แต่ถ้าสุกงอมน้ำตาลจะเพิ่มขึ้น ทว่าโดยรวมยังไม่พุ่งเท่ากล้วยไข่หรือกล้วยหอม

    • ข้อมูลสุขภาพ: มีใยอาหารและเพกตินสูง ช่วยเรื่องระบบขับถ่ายและการรักษาแผลในกระเพาะอาหารได้ดีที่สุด

  • อันดับที่ 5: กล้วยหักมุก (หวานน้อยที่สุด)

    • ลักษณะ: ผลใหญ่ เปลือกหนามีเหลี่ยมชัดเจน

    • ความหวาน: มีน้ำตาลน้อยที่สุดในกลุ่ม เพราะมีสัดส่วนของแป้ง (Starch) สูงกว่าน้ำตาลอย่างมาก

    • ข้อมูลสุขภาพ: เนื้อจะแน่นและมีความมัน นิยมนำไปผ่านความร้อนอย่างการปิ้งหรือย่างเพื่อให้ทานง่ายขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่หลีกเลี่ยงรสหวานจัด

ข้อแนะนำในการทานเพื่อสุขภาพ

  • สำหรับผู้ควบคุมน้ำตาล: ควรเลือกทานกล้วยที่ "เริ่มสุก" (เปลือกยังมีสีเขียวปน) เพราะจะมีค่าดัชนีน้ำตาล (GI) ต่ำกว่ากล้วยที่สุกงอมจนเละ

  • ปริมาณที่เหมาะสม: โดยทั่วไปแนะนำให้ทานวันละ 1-2 ลูก (ตามขนาดสายพันธุ์) เพื่อให้ได้รับวิตามินและแร่ธาตุที่สมดุล

แหล่งอ้างอิงข้อมูล:

  • สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข: ตารางคุณค่าทางโภชนาการในอาหารไทย

  • สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล (INMU)

  • สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล